fbpx

นายกฯ อังกฤษจ่อประกาศยกเลิกมาตรการคุมโควิดวันนี้

ลอนดอน 21 ก.พ. – นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ เตรียมประกาศยกเลิกการใช้มาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ทั้งหมดในประเทศวันนี้ และเน้นย้ำว่าถึงเวลาที่อังกฤษต้องเดินหน้าสู่ยุทธศาสตร์ใช้ชีวิตร่วมกับเชื้อโควิด แม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านจาก ส.ส. พรรคฝ่ายค้านและผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก นายกรัฐมนตรีจอห์นสันระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษว่า วันนี้เป็นวันที่อังกฤษจะเดินหน้าสู่ยุทธศาสตร์ใช้ชีวิตร่วมกับเชื้อโควิด และถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจหลังจากที่ทุกคนได้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์อังกฤษ แม้การระบาดของโรคโควิดจะยังไม่สิ้นสุด แต่โครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดที่ประสบผลสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมได้ทำให้ทุกคนเข้าใกล้การกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติและมีอิสระดังเดิมเหมือนในช่วงก่อนการระบาด โดยที่ทุกคนจะต้องระมัดระวังตนเองและไม่ปล่อยให้การ์ดตก แถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุว่า รัฐบาลอังกฤษจะเดินหน้าใช้ยุทธศาสตร์ใช้ชีวิตร่วมกับเชื้อโควิดด้วยการยกเลิกข้อจำกัดทางกฎหมายที่สั่งให้ประชาชนกักตัวหลังมีผลตรวจหาเชื้อโควิดเป็นบวกภายในสัปดาห์นี้ ทั้งยังระบุว่า รัฐบาลจะให้ทางการท้องถิ่นทำหน้าที่ควบคุมการระบาดของโรคโควิดต่อไป และคาดว่าจะยกเลิกการตรวจหาเชื้อโควิดฟรีให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่อังกฤษเผชิญกับการระบาดรุนแรงของโรคโควิดมาเป็นเวลา 2 ปี และสำนักพระราชวังบักกิงแฮมเพิ่งระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงติดเชื้อโควิด ในขณะเดียวกัน สมาพันธ์แห่งสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ หรือเอ็นเอชเอส ระบุว่า ผลสำรวจความเห็นภายในของเอ็นเอชเอสชี้ว่า สมาชิกส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งยกเลิกกักตัวและการตรวจหาเชื้อโควิดฟรี ขณะที่นายเดวิด นาบาร์โร ทูตพิเศษเกี่ยวกับโรคโควิดขององค์การอนามัยโลกมองว่า คำสั่งยกเลิกกักตัวเป็นแนวทางที่ไม่เหมาะสมในการรับมือกับโรคโควิด ขณะนี้ อังกฤษมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 18.6 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 160,000 คน. -สำนักข่าวไทย

นายกฯ อังกฤษเผยรัสเซียจะทำสงครามครั้งใหญ่ที่สุด

ลอนดอน 20 ก.พ.- นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษอ้างว่า มีหลักฐานบ่งชี้ว่า รัสเซียกำลังวางแผนจะทำสงครามในยุโรปครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2488 นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน ซึ่งอยู่ระหว่างประชุมความมั่นคงประจำปีกับผู้นำโลกที่เมืองมิวนิกของเยอรมนี ให้สัมภาษณ์บรรษัทกระจายเสียงและแพร่ภาพอังกฤษหรือบีบีซี (BBC) ที่จะออกอากาศในเวลา 09:00 น.วันนี้ตามเวลามาตรฐานสากล ตรงกับเวลา 16:00 น.วันนี้ตามเวลาในไทยว่า สัญญาณทุกอย่างบ่งชี้ว่าแผนการของรัสเซียได้เริ่มขึ้นแล้ว ข่าวกรองชี้ว่า รัสเซียจะล้อมกรอบกรุงเคียฟของยูเครน ซึ่งจะทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตอย่างมากมายติดตามมา นอกจากนี้ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐยังได้แจ้งกับผู้นำชาติตะวันตกว่า มีข่าวกรองชี้ว่า กองกำลังรัสเซียไม่เพียงวางแผนจะบุกยูเครนจากทางฝั่งตะวันออกผ่านภูมิภาคดอนบาสเท่านั้น แต่ยังจะบุกลงมาจากเบลารุสและพื้นที่รอบกรุงเคียฟด้วย แผนการของรัสเซียจะเป็นสงครามในยุโรปครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่เพียงจะทำให้ชาวยูเครนต้องสูญเสียชีวิต แต่ยังจะทำให้คนหนุ่มสาวชาวรัสเซียต้องล้มตายด้วย.-สำนักข่าวไทย

ผู้นำสหรัฐ-อังกฤษยังหวังใช้การทูตยุติวิกฤตยูเครน

วอชิงตัน 15 ก.พ.- ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐและนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษเห็นตรงกันว่า ยังไม่หมดหวังเรื่องจะมีหนทางทางการทูตแก้ไขวิกฤตยูเครน แต่เตือนว่าสถานการณ์ยังคงเปราะบาง สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษแถลงว่า ในการสนทนาทางโทรศัพท์นาน 40 นาที ผู้นำอังกฤษและสหรัฐได้แลกเปลี่ยนผลการหารือเมื่อไม่นานมานี้กับผู้นำชาติอื่น ๆ และเห็นตรงกันว่ายังคงมีโอกาสที่จะมีข้อตกลงทางการทูต และโอกาสให้รัสเซียได้ก้าวถอยหลังจากการคุกคามยูเครน ผู้นำทั้งสองย้ำว่า การรุกรานยูเครนจะทำให้รัสเซียเผชิญกับวิกฤตยืดเยื้อ เป็นความเสียหายที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งต่อรัสเซียและประชาคมโลก นายกรัฐมนตรีจอห์นสันกล่าวว่า อังกฤษพร้อมทำทุกอย่างที่จะสามารถช่วยได้ ขณะที่ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวตอบว่า สหรัฐจะไม่เดินหน้าโดยไม่มีอังกฤษ คาดว่าผู้นำอังกฤษจะเรียกประชุมพิเศษในวันนี้เพื่อหารือท่าทีของอังกฤษต่อไป ด้านนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียกล่าวในวันเดียวกันว่า ยังมีความเป็นไปได้อยู่อีกมากที่รัสเซียจะบรรลุข้อตกลงกับชาติตะวันตก ขณะที่หลายประเทศได้ขอให้พลเรือนเดินทางออกจากยูเครนโดยทันที หลังจากสหรัฐระบุว่า อาจมีการทิ้งระเบิดทางอากาศเกิดขึ้นได้ทุกเวลา.-สำนักข่าวไทย

อังกฤษอาจยกเลิกข้อกำหนดกักตัวโควิดในเดือนนี้

ลอนดอน 10 ก.พ. – นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ เผยว่า อังกฤษอาจยกเลิกการใช้มาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ที่เหลืออยู่ในตอนนี้ทั้งหมด รวมถึง ข้อกำหนดการแยกกักตัวเองของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งถือว่าเร็วกว่ากำหนดเกือบ 1 เดือนจากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 24 มีนาคม นายกรัฐมนตรีจอห์นสันกล่าวในช่วงตอบข้อซักถามในรัฐสภาอังกฤษว่า เขาตั้งใจที่จะเสนอแผนงานตามยุทธศาสตร์ใช้ชีวิตร่วมกับเชื้อโควิด ข้อมูลและแนวโน้มผู้ป่วยติดเชื้อโควิดของอังกฤษในปัจจุบันกำลังเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เขาจึงคาดหวังจะสามารถยกเลิกการใช้มาตรการควบคุมโรคโควิดในประเทศ เช่น ข้อกำหนดแยกกักตัวผู้ที่มีผลตรวจหาเชื้อโควิดเป็นบวก ก่อนกำหนด 1 เดือนจากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 24 มีนาคม ขณะที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุว่า ข้อบังคับดังกล่าวจะได้รับการแทนที่ด้วยการประกาศคำแนะนำต่าง ๆ เช่น การแนะนำประชาชนไม่ให้ไปทำงานหากมีผลตรวจหาเชื้อโควิดเป็นบวก บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ หรือบีบีซี รายงานว่า อังกฤษได้ผ่อนคลายข้อกำหนดควบคุมโรคโควิดให้แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ โดยนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนโควิดครบสองโดสไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิดอีกต่อไป ส่วนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ฉีดวัคซีนจะไม่ต้องแยกกักตัว แต่จะต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด ขณะนี้ อังกฤษมีแนวโน้มพบยอดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ลดลงตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนมกราคมเป็นต้นมา แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่เมื่อวันพุธ 68,214 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 18 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 158,000 คน.-สำนักข่าวไทย

ผู้นำอังกฤษจะปรับปรุงตัวหลังรายงานชี้ขาดภาวะผู้นำ

ลอนดอน 1 ก.พ. – นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ กล่าวขอโทษและให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงการทำงานที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี หลังรายงานของนางซู เกรย์ ข้าราชการพลเรือนอาวุโสของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่เป็นหัวหน้าทีมสอบสวน ชี้ว่า ทำเนียบนายกรัฐมนตรีไม่ควรจัดงานเลี้ยงที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่อังกฤษใช้มาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งเป็นความล้มเหลวด้านภาวะผู้นำครั้งใหญ่ของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีจอห์นสันได้ตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวที่รัฐสภาอังกฤษเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นหลังมีการเปิดเผยรายงานของนางเกรย์ โดยผู้นำอังกฤษได้กล่าวคำขอโทษอีกครั้งและให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงการทำงานที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี เขายังสัญญาว่าจะปรับปรุงการมีส่วนร่วมเพื่อเอาชนะใจสมาชิกในพรรคบางคนที่มีความคิดขับไล่เขาออกจากตำแหน่งเช่นกัน ขณะที่โฆษกนายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุก่อนหน้านี้ว่า นายกรัฐมนตรีจอห์นสันไม่เชื่อว่าการจัดงานเลี้ยงดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งตามเสียงเรียกร้อง ในขณะเดียวกัน รายงานของนางเกรย์เกี่ยวกับการที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษจัดงานเลี้ยงในช่วงที่อังกฤษใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ระบุว่า การจัดงานดังกล่าวเป็นความล้มเหลวด้านภาวะผู้นำครั้งใหญ่ของรัฐบาลอังกฤษ นางเกรย์ยังกล่าวตำหนิว่าพฤติกรรมบางอย่างของเจ้าหน้าที่รัฐบาลอังกฤษว่าเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผล และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากจนเกินไปถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ทำงานไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนก็ตาม เธอกล่าวด้วยว่า งานบางงานไม่ควรได้รับอนุญาตให้จัดเลย และบางงานไม่ควรปล่อยให้เลยเถิดอย่างที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี นางเกรย์ระบุว่า เธอเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยงได้เพียง 4 งานจากทั้งหมด 16 งาน เนื่องจากมีข้อวิตกกังวลที่อาจส่งผลต่อการสืบสวนของตำรวจอังกฤษในขณะนี้. -สำนักข่าวไทย

ผู้นำอังกฤษยืนยันไม่ได้โกหกเรื่องจัดเลี้ยงช่วงล็อกดาวน์

ลอนดอน 19 ม.ค. – นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายโดมินิก คัมมิงส์ อดีตหัวหน้าที่ปรึกษาที่ระบุว่า เขากล่าวเท็จต่อรัฐสภาอังกฤษเกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ภายในสวนของบ้านพักนายกรัฐมนตรีในช่วงที่อังกฤษใช้มาตรการล็อกดาวน์ นายกรัฐมนตรีจอห์นสันกล่าวเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นว่า เขาขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่มีใครแจ้งเขาว่าการจัดงานเลี้ยงดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อกำหนด ฝ่าฝืนมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 หรือไม่ได้เป็นงานเลี้ยงที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เขายังตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามว่าจะลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ว่า ต้องรอผลการตรวจสอบภายในจากนางซู เกรย์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับอาวุโสของรัฐบาลอังกฤษ นอกจากนี้ ผู้นำอังกฤษยังได้กล่าวขอโทษอย่างจริงใจอีกครั้งต่อประชาชนอังกฤษจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นภายใต้อำนาจบริหารของเขา ก่อนหน้านี้ นายคัมมิงส์ออกมาเปิดโปงผ่านบล็อกส่วนตัวว่า นายกรัฐมนตรีจอห์นสันรู้ตัวดีว่างานเลี้ยงดังกล่าวมีการดื่มสุราเพราะได้รับแจ้งล่วงหน้าว่าให้นำเครื่องดื่มมาเอง และไม่สนใจคำเตือนของเขาว่า การจัดงานนี้ฝ่าฝืนมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งยังกล่าวหาผู้นำอังกฤษกล่าวเท็จต่อรัฐสภาอังกฤษเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ไปร่วมงานเลี้ยงที่สวนในบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ซึ่งเป็นบ้านพักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 เพื่อขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ทำงานหนักและอยู่ในงานเพียง 25 นาทีเท่านั้น.-สำนักข่าวไทย

แฉนายกฯ อังกฤษไม่สนคำเตือนจัดเลี้ยงช่วงล็อกดาวน์

ลอนดอน 18 ม.ค.- นายโดมินิก คัมมิงส์ อดีตหัวหน้าที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษ เผยว่า นายจอห์นสันไม่สนใจคำเตือนเรื่องจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ภายในสวนของบ้านพักนายกรัฐมนตรีช่วงที่อังกฤษใช้มาตรการล็อกดาวน์ นายคัมมิงส์ วัย 50 ปี ดำรงตำแหน่งระหว่างเดือนกรกฎาคม 2562-พฤศจิกายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจัดเลี้ยง เขาเขียนในบล็อกส่วนตัวว่า นายกรัฐมนตรีรู้ตัวดีว่าอยู่ในงานเลี้ยงที่มีการดื่มเพราะได้รับแจ้งล่วงหน้าว่าจะมีการดื่มสังสรรค์ อีกทั้งยังไม่สนใจเมื่อเขาเตือนว่า การจัดงานจะฝ่าฝืนระเบียบจำกัดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่หลายคนเป็นพยานให้เขาได้ นายคัมมิงส์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีโกหกที่ให้การต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ไปร่วมงานเลี้ยงที่สวนในบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ซึ่งเป็นบ้านพักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 เพื่อขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ทำงานหนักและอยู่ในงานเพียง 25 นาทีเท่านั้น อดีตหัวหน้าที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีจอห์นสันเผยด้วยว่า เลขาส่วนตัวของนายจอห์นสันส่งอีเมลเชิญเจ้าหน้าที่ประมาณ 100 คนให้มาร่วม “งานเลี้ยงเครื่องดื่มที่มีการรักษาระยะห่าง” ในสวนบ้านเลขที่ 10 แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสคนหนึ่งตอบกลับว่า เป็นคำเชิญที่ฝ่าฝืนระเบียบโควิด เลขาส่วนตัวไม่ยอมฟังคำท้วงติง และอ้างว่าจะเรียนถามนายกรัฐมนตรีเองว่าอยากให้จัดต่อไปหรือไม่ จึงมั่นใจได้ว่านายกรัฐมนตรีรับทราบเรื่องนี้ ด้านโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรียืนยันว่า การอ้างว่านายกรัฐมนตรีได้รับคำเตือนเรื่องจัดงานเลี้ยงไม่เป็นความจริง เพราะนายกรัฐมนตรีได้ให้การไปแล้วว่า เชื่อว่าเป็นการจัดเลี้ยงเรื่องงานเท่านั้น โดยได้ขอโทษต่อสภาผู้แทนราษฎรและรับปากจะแถลงรายละเอียดทันทีที่การสอบสวนเสร็จสิ้น.-สำนักข่าวไทย

สส.รัฐบาลอังกฤษกดดันนายกฯ เรื่องจัดเลี้ยงช่วงล็อกดาวน์

ลอนดอน 16 ม.ค.- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรครัฐบาลอังกฤษเดินหน้ากดดันนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันให้แสดงความรับผิดชอบ กรณีมีข่าวจัดงานเลี้ยงในทำเนียบนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง ทั้งที่ประเทศอยู่ในช่วงจำกัดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 สส.แอนดรูว์ บริดเจน เขตนอร์ทเวสต์เลสเตอร์เผยว่า ได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการ 1922 ที่จัดการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานพรรคอนุรักษ์นิยม ขอให้ประกาศว่าไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีจอห์นสัน นับเป็น สส.พรรคอนุรักษ์นิยมคนที่ 5 ที่ส่งหนังสือดังกล่าว พรรคจะต้องเปิดการลงมติไม่ไว้วางใจหากได้รับหนังสือจาก สส.54 คน จากที่มีอยู่ทั้งหมด 360 คนในปัจจุบัน ด้าน สส.ทิม ลัฟตัน อดีตประธานคณะกรรมการกิจการภายในของสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กว่า นายจอห์นสันไม่เหมาะที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป เพราะทำให้เกิดความสับสน กลับกลอก และหลบเลี่ยง ทั้งที่ประชาชนชาวอังกฤษสมควรที่จะได้รับความชัดเจน ซื่อสัตย์ และความสำนึกผิดจากเขา ขณะที่ สส.โทเบียส เอลล์วูด ประธานคณะกรรมการกลาโหมของสภาผู้แทนราษฎรให้สัมภาษณ์บรรษัทกระจายและแพร่ภาพอังกฤษหรือบีบีซี (BBC) ว่า นายจอห์นสันต้องแสดงความเป็นผู้นำ ไม่เช่นนั้นต้องหลีกทางไป รัฐบาลอังกฤษขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งด่วนตัดสิน จนกว่านางซูซาน เกรย์ ข้าราชการอาวุโสจะเสร็จสิ้นการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องทำเนียบนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานรัฐบาลฝ่าฝืนมาตรการล็อกดาวน์หลายครั้งระหว่างปี 2563-2564 สส.พรรคอนุรักษ์นิยมบางคนเผยว่า ประชาชนระดมส่งอีเมลแสดงความไม่พอใจ […]

นายกฯ อังกฤษขอโทษเรื่องจัดปาร์ตี้ช่วงล็อกดาวน์

ลอนดอน 13 ม.ค. – นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ กล่าวขอโทษอย่างจริงใจจากเหตุที่เขาเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ที่จัดขึ้นบริเวณสวนของทำเนียบนายกรัฐมนตรีในช่วงที่อังกฤษประกาศล็อกดาวน์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 แต่บ่ายเบี่ยงตอบเกี่ยวกับกรณีที่มีเสียงเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีจอห์นสันกล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภาอังกฤษว่า เขามองว่าการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริเวณสวนของทำเนียบนายกรัฐมนตรี หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘ดาวนิง สตรีท’ ในเดือนพฤษภาคม 2563 เป็นงานเลี้ยงกึ่งทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐบาลอังกฤษ ทั้งยังระบุว่า เขารู้ดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องในสายตาประชาชนอังกฤษหลายล้านที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดเพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงผู้ที่ไม่ได้เดินทางไปร่วมพิธีศพของญาติสนิทมิตรสหายที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ดังนั้น เขาจึงต้องขอโทษอย่างจริงใจต่อประชาชนอังกฤษในที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ ในขณะเดียวกัน เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ ผู้นำพรรคแรงงานและแกนนำฝ่ายค้านอังกฤษ กล่าวว่า คำขอโทษของนายกรัฐมนตรีจอห์นสันขาดความน่าเชื่อถือ และโจมตีผู้นำอังกฤษที่ออกมาอธิบายเหตุการณ์ดังกล่าวช้าเกินไปทั้งที่เกิดเรื่องขึ้นนานแล้ว รวมถึงใช้วิธีการหลอกลวงเสแสร้งมานานหลายเดือน เซอร์เคียร์ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีจอห์นสันลาออกจากตำแหน่ง และระบุว่าเขาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไร้ยางอาย ก่อนหน้านี้ สถานีโทรทัศน์ไอทีวีของอังกฤษรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า เลขาธิการนายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ส่งอีเมลเชิญแขกกว่า 100 คนเข้าร่วมงานเลี้ยงที่ต้องนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเองบริเวณสวนของทำเนียบนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่อังกฤษล็อกดาวน์ครั้งแรก โดยมีนายกรัฐมนตรีจอห์นสันและนางแคร์รี จอห์นสัน ภริยา เข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย.-สำนักข่าวไทย

ปาร์ตี้ล็อกดาวน์เขย่าเก้าอี้นายกฯ อังกฤษ

กรณีอื้อฉาวที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จัดงานเลี้ยงทั้งที่ประกาศล็อกดาวน์ป้องกันโควิด กลายเป็นเรื่องที่สั่นคลอนเก้าอี้ของเขา

ผู้นำอังกฤษถูกตำหนิจัดงานสังสรรค์ช่วงล็อกดาวน์

ลอนดอน 11 ม.ค. – นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งในวันนี้ หลังสถานีโทรทัศน์ไอทีวีของอังกฤษรายงานว่า เลขาธิการนายกรัฐมนตรีอังกฤษได้เชิญแขกกว่า 100 คนเข้าร่วมงานเลี้ยงที่ต้องนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเอง ซึ่งจัดขึ้นบริเวณสวนของทำเนียบนายกรัฐมนตรีในช่วงที่อังกฤษล็อกดาวน์ครั้งแรก ไอทีวีระบุว่า นายมาร์ติน เรย์โนลด์ส เลขาธิการนายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ส่งอีเมลเชิญแขกกว่า 100 คนเข้าร่วมงานเลี้ยงดังกล่าว ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีจอห์นสัน และแคร์รี แฟนสาว เข้าร่วมงานพร้อมกับพนักงานของรัฐบาลอีกราว 40 คนที่บริเวณสวนในทำเนียบนายกรัฐมนตรี หรือ “บ้านเลขที่ 11 ถนนดาวน์นิ่ง” เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 นายเรย์โนลด์ส ระบุในอีเมลดังกล่าวว่า ขอเชิญชวนทุกคนมาใช้เวลาสังสรรค์และดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกันอย่างเต็มที่แบบเว้นระยะห่างทางสังคมในสภาพอากาศที่ยอดเยี่ยม หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาวุ่นวายมาด้วยกัน งานสังสรรค์จะเริ่มเวลา 18.00 น. และอย่าลืมนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเอง ไอทีวียังตั้งข้อสังเกตว่า งานดังกล่าวจัดขึ้นในช่วงที่อังกฤษประกาศใช้มาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิดอย่างเข้มงวด โดยที่ตำรวจอังกฤษได้ดำเนินคดีกับประชาชนที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ตั้งด่านสุ่มตรวจในบางพื้นที่ รวมถึงใช้โดรนบินสอดส่องเหนือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเขตดาร์บีเชอร์ ทางตอนกลางของอังกฤษ ขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานของไอทีวี ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอังกฤษกำลังเร่งสืบสวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยงอย่างน้อย 5 ครั้งของหน่วยงานรัฐบาลอังกฤษเมื่อปีก่อนที่มีขึ้นในช่วงที่อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน ซึ่งชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในปี 2562 […]

ชี้ภาพผู้นำอังกฤษจิบไวน์ช่วงล็อกดาวน์ปีก่อนไม่ใช่งานเลี้ยง

ลอนดอน 20 ธ.ค. – นายโดมินิก ราบ รองนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ระบุวันนี้ว่า ภาพถ่ายที่มีนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ และเจ้าหน้าที่รัฐบาลอีกหลายสิบคนนั่งดื่มไวน์บริเวณสวนภายในสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อช่วงที่อังกฤษใช้มาตรการล็อกดาวน์ปีก่อนไม่ใช่การจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ แต่เป็นการรวมตัวกันเพื่อทำงาน หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนของอังกฤษตีพิมพ์รูปภาพที่แสดงให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน วัย 57 ปี และนางแคร์รี จอห์นสัน ภริยา วัย 33 ปี ซึ่งกำลังอุ้มบุตรชายวัยแรกเกิด นั่งร่วมโต๊ะกับบุคคลอื่นอีก 2 คนภายในสวนของสำนักนายกรัฐมนตรี โดยที่บนโต๊ะมีขวดไวน์และชีสที่เป็นเครื่องเคียง ส่วนโต๊ะที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักมีผู้นั่งอยู่ 4 คน และมีอีกโต๊ะใกล้กันเป็นกลุ่มคนยืนถือแก้วไวน์ล้อมรอบโต๊ะที่มีขวดไวน์วางอยู่ นายโดมินิก ราบ รองนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เผยผ่านสถานีวิทยุไทมส์ เรดิโอ ของอังกฤษว่า สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษมักใช้สวนบริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่ประชุมเรื่องการทำงาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ฝ่าฝืนข้อกำหนดแต่อย่างใด และเขาไม่คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะถูกจัดว่าเป็นการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ทั้งยังระบุว่า ภาพถ่ายดังกล่าวเป็นวันที่รัฐบาลอังกฤษเพิ่งเสร็จจากการจัดงานแถลงข่าว และเจ้าหน้าที่รัฐบาลก็จะนั่งดื่มเครื่องดื่มหลังเสร็จงานที่สวนเป็นครั้งคราว ซึ่งเขามองว่าเป็นการรวมตัวกันเพื่อทำงานมากกว่า อย่างไรก็ดี เหตุการณ์นี้ทำให้นายกรัฐมนตรีจอห์นสันถูกตรวจสอบอย่างหนักหลังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลอังกฤษจัดงานเลี้ยงหลายครั้งในช่วงที่อังกฤษประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์และสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนรวมตัวกัน นอกจากนี้ ผู้นำอังกฤษยังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนับตั้งแต่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลอังกฤษกำลังหัวเราะขบขันที่งานเลี้ยงของสำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษในช่วงเทศกาลคริสต์มาสปีก่อนที่อังกฤษกำลังใช้มาตรการล็อกดาวน์และสั่งห้ามจัดงานเลี้ยงสังสรรค์.-สำนักข่าวไทย

1 2 3 4 5