กรุงเทพฯ 6 พ.ย. – ม.หอการค้าไทย ระบุ “ทรัมป์” ชนะเลือกตั้ง กระทบเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว แนะรัฐบาลเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี เพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนใหม่นับแสนล้านบาท เผยชาวบ้านใช้จ่าย “ลอยกระทง” สูงในรอบ 9 ปี
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสหรัฐ หาก “ทรัมป์” ชนะเลือกตั้ง ตามที่ผลคะแนนทยอยออกมา มองว่าจะเกิดสงครามทางการค้า จีน-สหรัฐ รุนแรงขึ้น สงครามในตะวันออกลางไม่ขยายวงกว้าง มุ่งผลักดันให้เศรษฐกิจสหรัฐเติบโต “ทรัมป์” อาจจะออกนโยบายเศรษฐกิจแบบแปลกๆ และกะทันหัน เพื่อดูแลเศรษฐกิจสหรัฐ เมื่อจีนถูกขึ้นภาษีนำเข้าร้อยละ 60 และเพิ่มภาษีนำเข้าจากประเทศต่างๆ ร้อยละ 10 จีนอาจส่งออกได้น้อยลง
ขณะที่ประเทศไทยอาจส่งสินค้าออกไปจีนลดลง เมื่อจีนส่งออกสินค้าลดลง ทำให้ไทยส่งออกไปสหรัฐลดลง เมื่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ม.หอการค้าไทย จึงมองว่าเศรษฐกิจในปี 68 ของไทยขยายตัวร้อยละ 3 จากในปี 67 เติบโตร้อยละ 2.6-2.8 จึงเสนอให้รัฐบาล เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี ให้มีแรงส่งต่อเนื่องไปยังต้นปี 68 ด้วยการมาตรการลดหย่อนภาษีจากการใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยว Easy E-Receipt แม้จะทำให้รัฐบาลรายได้จากภาษีหายไป 1 หมื่นล้านบาท แต่ทำให้เงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจ 5-6 หมื่นล้านบาท และหากออกมาตรการคนละครึ่งเพิ่มอีก 50,000 ล้านบาท จะมีเม็ดเงินใหม่เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจกว่าแสนล้านบาทช่วงปลายปี
ดร.ธนวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เทศกาลลอยกระทงในวันที่ 15 พ.ย.นี้ จากผลสำรวจพบว่าประชาชนพร้อมออกไปลอยกระทงเพิ่มขึ้น และมีค่าใช้จ่ายต่อหัว 10,400 บาท นับว่าสูงสุดในรอบ 9 ปี หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จากปีก่อน นับว่ามีสัญญาณทางเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น แต่ยังระมัดระวังการใช้จ่ายไม่ให้ฟุ่มเฟือย สอดคล้องกับเงินเฟ้อในปัจจุบัน ยอมรับว่าการแจกเงิน 1 หมื่นบาท ให้กับกลุ่มเปราะบาง 14.5 ล้านคน วงเงิน 1.45 แสนล้านบาท เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่มากนัก เพราะปัญหาน้ำท่วมหลายพื้นที่ จึงถูกดูดซับเงินดังกล่าวไป 5-6 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปซ่อมแซม ทรัพย์สิน บ้านเรือน.-515- สำนักข่าวไทย