งบ กกพ.64 เฉียด 900 ล้านบาท พัฒนาตลาดไฟฟ้า-ก๊าซฯ


กรุงเทพฯ 1 ธ.ค. – ครม.เห็นชอบแผนดำเนินงานด้านพลังงาน ปี64 ของ กกพ. วงเงินเกือบ 900 ล้านบาท มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน ยกระดับให้ประชาชนเข้าถึงประโยชน์จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า รวมถึงพัฒนาตลาดไฟฟ้า-ก๊าซธรรมชาติ


นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ว่า ครม. เห็นชอบแผนการดำเนินงาน งบประมาณรายจ่าย และประมาณการรายได้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งคณะกรรมการ กกพ. ได้จัดทำแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ตัวชี้วัด และกลยุทธ์ตามวัตถุประสงค์ของแผนปฏิบัติการด้านการกำกับกิจการพลังงาน ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2563-2565) ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 จำนวน 892.37 ล้านบาท


โดยมีแผนการดำเนินงานที่สำคัญ เช่น 1)ศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการกำกับเพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าจากนวัตกรรมใหม่ 2)พัฒนาระบบการอนุญาตออนไลน์กิจการพลังงานที่ได้รับการจดแจ้งยกเว้น โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาต 3)วิเคราะห์การพัฒนาตลาดอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติและจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการกำกับกิจการก๊าซธรรมชาติในอนาคต 4)ทบทวนข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้เป็นมาตรฐานเดียว 5)พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อจัดตั้งศูนย์การจัดการข้อร้องเรียน 6) ยกระดับการรับรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน ในเรื่องสิทธิและการเข้าถึงประโยชน์จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า 7)ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานศึกษาและหน่วยงานด้านสาธารณสุขของรัฐ เป็นต้น ส่วนประมาณการรายได้ คาดว่าจะจัดเก็บรายได้จากค่าธรรมเนียมการอนุญาตและการประกอบกิจการพลังงานรายปี จำนวน 932.41 ล้านบาท



สำหรับผลการดำเนินงานที่สำคัญของสำนักงาน กกพ. ในปี 2563 ที่ผ่านมา อาทิ 1)มาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เช่น ลดค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย จำนวน 22 ล้านครัวเรือน ตั้งแต่เดือนเมษายน – มิถุนายน 2563 2)ปรับปรุงระบบการอนุญาตแบบครบวงจร ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน 3)กำกับอัตราค่าบริการพลังงาน โดยออกประกาศว่าด้วยการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าและการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าปี 2563-2564 4)ตรึงค่าไฟฟ้าแปรผัน (FT) ที่เรียกเก็บช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคม 2563 และปรับลดค่า FT ที่เรียกเก็บช่วงเดือนกันยายน – ธันวาคม 2563 เป็นต้น . – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม