ชัยนาท 16 ก.ย.- กอนช.เปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง ณ สำนักงานชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท บริหารจัดการมวลน้ำจากการระบายน้ำเหนือและฝนตกหนัก พร้อมหารือคณะทำงานฯ พิจารณาเกณฑ์การรับน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยาตอนล่าง แนวทางการผันน้ำ และเกณฑ์บริหารจัดการประตูระบายน้ำ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก-ออก ให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด
ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เป็นประธานเปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง และเป็นประธานการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง ครั้งที่ 1/2565 พร้อมด้วยนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน กรุมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) กรมทรัพยากรน้ำ GISTDA การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จังหวัดและคณะกรรมการลุ่มน้ำในพื้นที่ภาคกลางเป็นต้น เข้าร่วม ณ สำนักงานชลประทานที่ 12 ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท
ดร.สุรสีห์ กล่าวว่า กอนช. โดยกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ได้ติดตามคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้า พบว่า ในช่วงวันที่ 17-21 ก.ย.65 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จากอิทธิพลของร่องมรสุมซึ่งจะมีกำลังแรงขึ้นและเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทั้งนี้ จากปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่า (Side Flow) ไหลเข้าสู่แหล่งกักเก็บน้ำแม่น้ำและคลองต่าง ๆ ทำให้ระดับน้ำในแหล่งน้ำหลายแห่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อาทิ เขื่อนกิ่วลม-กิ่วคอหมา ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 100% ของความจุ เขื่อนทับเสลา มีปริมาณน้ำคิดเป็น 68% ของความจุ ซึ่งเกินเกณฑ์ควบคุม เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่คาดการณ์ว่าจะมีน้ำไหลเข้าเพิ่มอีก 240 ล้าน ลบ.ม. รวมไปถึงแม่น้ำวัง แม่น้ำยม ที่มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น

“จากปริมาณน้ำที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนบน ส่งผลให้ต้องมีการเร่งระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ทำให้ปัจจุบันมีน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากขึ้น และปริมาณน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยายกระดับตัวขึ้น เริ่มส่งผลกระทบกับพื้นที่เหนือเขื่อน คือ บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำของ จ.ชัยนาท กรมชลประทานจึงจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันได ในอัตรา 1,800-2,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งอาจกระทบต่อบริเวณ จ.อ่างทอง สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา ตามที่ กอนช.ได้ออกประกาศแจ้งเตือนไปก่อนหน้านี้ ประกอบกับปัจจุบันเป็นช่วงฤดูฝนของภาคกลาง ซึ่งร่องความกดอากาศต่ำจะพาดผ่านภาคกลางตอนบน ก่อนเลื่อนลงไปสู่ภาคกลางตอนล่าง จนถึงวันที่ 15 ต.ค.65 ส่งผลให้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้น รวมถึงกรุงเทพมหานครในขณะนี้ที่ยังมีฝนตกในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำเหนือบางส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ กอนช. จึงเห็นชอบให้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง ณ สำนักงานชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือในการติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และอำนวยการการปฏิบัติงาน บริหารจัดการมวลน้ำ ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย” ดร.สุรสีห์ กล่าว
ดร.สุรสีห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันเดียวกันนี้ ได้มีการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง เพื่อติดตามพื้นที่ประสบอุทกภัยในขณะนี้และการให้ความช่วยเหลือประชาชน และพิจารณาแนวทางการปฏิบัติงานภายใต้ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าฯ พร้อมพิจารณาเกณฑ์การรับน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างและขั้นตอนแนวทางการผันน้ำ และเกณฑ์บริหารจัดการประตูระบายน้ำ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก-ออก ให้สามารถบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ โดยส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่น้อยที่สุดด้วย.-สำนักข่าวไทย