ประชุมสุดยอด “คอป29” เห็นต่างเรื่องงบช่วยโลกร้อน

บากู, 15 พ.ย. – ตัวแทนระดับสูงจากทั่วโลกสร็จสิ้นการหารือในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติสมัยที่ 29 หรือ คอป29 ซึ่งยังคงดำเนินอยู่ที่กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน โดยยังเห็นต่างเรื่องงบแก้โลกร้อน


บรรดาผู้นำและตัวแทนจากประเทศและดินแดนประมาณ 80 แห่งร่วมการประชุมระดับสุดยอดเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 11-12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา วาระสำคัญคือการกำหนดเป้าหมายใหม่สำหรับปี 2025 และการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาต่อสู้กับภาวะโลกร้อน โดยผู้นำจากประเทศกำลังพัฒนา และประเทศเกาะขนาดเล็กต่าง ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก เรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 3.4 ล้านล้านบาท ตามข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ต้องมีการลงขันกันภายในปี 2035 แต่สมาชิกสหภาพยุโรปและประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ ระบุถึงความจำเป็นในการขยายฐานผู้สนับสนุน และเรียกร้องให้เศรษฐกิจเกิดใหม่ช่วยแบกรับต้นทุนด้วยเช่นกัน ขณะที่จีนและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่น ๆ เรียกร้องให้ประเทศพัฒนาแล้วจ่ายเงินก่อน ซึ่งผู้เข้าร่วมการประชุมจะเจรจาต่อไป เพื่อรับรองแถลงการณ์ผลการประชุมในวันที่ 22 พฤศจิกายน

ด้านตัวแทนเจรจาของสหภาพยุโรป ยอมรับว่าที่ประชุมยังเห็นต่างในเรื่องของงบประมาณค่อนข้างมาก แต่ยืนยันว่าชาติสมาชิกอียู โดยเฉพาะเยอรมนี ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ ยังคงเป็นแกนนำในการผลักดันข้อตกลงและนโยบายด้านการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก แม้ผู้นำอียูหลายประเทศจะไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดในเวทีคอป 29 ปีนี้ก็ตาม


ขณะที่นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ หรือยูเอ็น บอกว่าประเทศเกาะเล็ก ๆ มีสิทธิ์เต็มที่ที่จะไม่พอใจ เนื่องจากได้รับผลกระทบหนักจากปัญหาโลกร้อน ระบุ กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ หรือจี20 ปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณร้อยละ 80 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมและจะต้องจบลง ส่วนประธานาธิบดี อิลฮาม อาลิเยฟ ของอาเซอร์ไบจาน ประเทศเจ้าภาพประชุมคอป29 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประเทศหมู่เกาะของฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ที่เป็นดินแดนโพ้นทะเลในปกครองของ 2 ประเทศ ได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ.-815.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

ในหลวงทรงรับคนไข้

ในหลวงทรงรับคนไข้เหตุแผ่นดินไหวไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

ในหลวงทรงรับคนไข้เหตุแผ่นดินไหวเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ขณะนายกรัฐมนตรีเยี่ยมผู้บาดเจ็บ แพทย์แจงอาการดีขึ้นแล้ว

Building after collapses in Myanmar in front of monk's eye

แผ่นดินไหวทำตึกเมียนมาถล่ม-ยอดตายเกินพันแล้ว

มัณฑะเลย์ 29 มี.ค.- แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเมียนมาเมื่อวานนี้ ทำให้อาคารหลังหนึ่งถล่มต่อหน้าต่อตากลุ่มพระสงฆ์ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในเมียนมาจนถึงขณะนี้เกิน 1,000 คนแล้ว คลิปภาพที่ผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกไว้ได้ในเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของเมียนมา และอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวบนบกที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ เห็นกลุ่มพระสงฆ์รวมตัวกันอยู่บนถนนใกล้อาคารหลังหนึ่งที่ค่อย ๆ เสียการทรงตัว ก่อนพังถล่มลงไปทั้งหลังต่อหน้าต่อตา ทำให้เกิดกลุ่มควันขนาดใหญ่ฟุ้งกระจาย รอยเตอร์รายงานเมื่อเวลา 13:00 น.วันนี้ตามเวลาไทยว่า รัฐบาลเมียนมาแถลงล่าสุดว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวเพิ่มเป็น 1,002 คนแล้ว ขณะที่สำนักสำรวจธรณีวิทยาของสหรัฐหรือยูเอสจีเอส ซึ่งแจ้งขนาดแผ่นดินไหวไว้ที่ 7.7 และมีศูนย์กลางลึกเพียง 10 กิโลเมตรประเมินจากแบบจำลองการคาดการณ์ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจจะเกิน 10,000 คน.-814.-สำนักข่าวไทย  

สาเหตุตึกถล่ม

นายกฯ เร่งกรมโยธาดูสาเหตุตึกถล่ม-หาทางแก้

นายกฯ รับรายงายสถานการณ์แผ่นดินไหว เร่งกรมโยธาดูสาเหตุ-หาทางแก้ตึกถล่ม ย้ำ ปชช. มั่นใจได้ เหตุแผ่นดินไหวตอนนี้ไม่กระทบไทยแล้ว เตรียมออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่อไป

วัดเสียหายแผ่นดินไหว

วัด 4 แห่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหว

สำนักงานพระพุทธศาสนา และคณะสงฆ์เชียงใหม่ สำรวจโบราณสถาน พบวัด 4 แห่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว มีทั้งรอยร้าว ฐานพระพุทธรูปอายุกว่า 700 ปีทรุด ยอดฉัตรทองคำหักเอียง