ศาลฎีกาสวีเดนชี้นักเคลื่อนไหวฟ้องรัฐเรื่องสภาพภูมิอากาศไม่ได้

สตอกโฮล์ม 19 ก.พ. –  ศาลฎีกาสวีเดนวินิจฉัยในวันนี้ว่า เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชองสวีเดนและนักเคลื่อนไหวรุ่นหนุ่มสาวคนอื่น ๆ ไม่สามารถยื่นฟ้องรัฐที่ศาลสวีนเดน ในเรื่องที่พวกเขาระบุว่า รัฐดำเนินการไม่มากเพียงพอในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ


กลุ่มนักเคลื่อนไหวยื่นฟ้องในปี 2022 ที่ศาลแชวงในสวีเดนโดยอ้างว่ารัฐละเมิดสิทธิชองพวกตนตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ด้วยการไม่ดำเนินการให้มากเพียงพอในการจำกัดการเหปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยังไม่พยายามบรรเทาผลกระทบของมันด้วย ในปี 2023 ศาลแขวงได้ส่งเรื่องต่อของให้ศาลฎีกาช่วยวินิจฉัยว่า คดีลักษณะนี้สามารถฟ้องร้องในศาลของสวีเดนได้หรือไม่ หลังจากรัฐขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาลงความเห็นในวันนี้ว่า ศาลไม่มีอำนาจสั่งให้รัฐสภาหรือรัฐบาลดำเนินการใดๆ ที่เฉพาะเจาะจง เกี่ยวกับมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศ การตัดสินใจว่าจะใช้มาตรการแบบไหนในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอำนาจของฝ่ายการเมือง ซึ่งได้แก่รัฐสภาและรัฐบาล ทั้งสององค์กรนี้มีอิสระในการตัดสินใจเลือกแนวทางและมาตรการที่เหมาะสมที่สวีเดนควรดำเนินการในเรื่องนี้


โจทก์ที่มีอยู่ประมาณ 300 คน ที่เรียกตนเองว่า กลุ่มออโรรา ต้องการให้ศาลแขวงสวีเดนสั่งการให้รัฐดดำเนินการให้มากกว่านี้ในการจำกัดมิให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส.-813.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

รถทัวร์โดยสารชนท้ายเทรลเลอร์ เสียชีวิต-บาดเจ็บจำนวนมาก

รถทัวร์โดยสารชนท้ายรถบรรทุกเทรลเลอร์ บนถนนสาย 304 จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ไฟลุกไหม้รถทัวร์โดยสาร เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

ชาวบ้านยอมรับค่าเยียวยาหลังละ 1 หมื่นบาท จากเจ้าของที่ดิน

ชาวบ้านยอมรับการเยียวยา บ้านละ 1 หมื่นบาท จากเจ้าของที่ดินใน จ.ระยอง หลังถมที่สูงมิดหลังคาของเพื่อนบ้าน และรับปากจะเร่งแก้ไขให้ทันหน้าฝนที่จะถึงนี้ แต่ชาวบ้านยังหวั่นใจ หากแก้ไขไม่ทันก็ยังจะเดือดร้อน น้ำจะไหลลงมาบ้านที่อยู่ต่ำกว่า

“พีช” หอบเงิน 2 แสน หวังจ่ายค่ารักษาลุงป้า แต่ญาติชิงจ่ายแล้ว

“นายกเบี้ยว” พร้อมลูกชาย หอบเงิน 2 แสน หวังจ่ายค่ารักษาลุงป้า แต่ญาติชิงจ่ายก่อนแล้ว จึงฝากจดหมายขอโทษไว้ ด้าน “กัน จอมพลัง” ยอมถอย ให้สองฝ่ายพูดคุย แต่ต้องเป็นรูปธรรม

ข่าวแนะนำ

รวบทันควัน คนร้ายบุกเดี่ยวชิงเงินธนาคาร

จับแล้ว คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ธนาคารกลางเมืองเชียงใหม่ ได้เงินสดกว่า 40,000 บาท ก่อนวิ่งหลบหนี ล่าสุดจนมุมตำรวจรวบตัวได้ที่ศาลาริมทางข้างถนน

โป๊ปฟรังซิส สิ้นพระชนม์แล้ว ขณะพระชนมายุ 88 พรรษา

สำนักวาติกัน แถลงผ่านทางโทรทัศน์ของสำนักวาติกันว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกและพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกันสิ้นพระชนม์แล้วในวันนี้

Pope inaugurated the Holy Year on Christmas Eve on December 24, 2024

เปิดพระประวัติโป๊ปฟรังซิส

วาติกัน 21 เม.ย.- เว็บไซต์ข่าวโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี (CNBC) ของสหรัฐ เปิดพระประวัติที่น่าสนใจ 10 ประการของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกและพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน ที่สิ้นพระชนม์วันนี้ (21 เม.ย.68) ขณะมีพระชนมายุ 88 พรรษา ประการที่ 1 ทรงเป็นพระสันตะปาปาลาตินอเมริกันและเยสุอิตคนแรก สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส มีพระนามเดิมว่า ฮอร์เก มาริโอ เบร์โกกลิโอ ประสูติวันที่ 17 ธันวาคม 2479 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เป็นพระสันตะปาปาลาตินอเมริกันคนแรกของพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก แตกต่างจากผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาเกือบ 200 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอิตาลี ทรงมาจากนอกทวีปยุโรปในฐานะพระสันตะปาปาพระองค์ที่ 266 และเป็นนักบวชคณะเยสุอิตคนแรกที่ขึ้นดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปา ประการที่ 2  ทรงมีพื้นเพมาจากอิตาลี แม้ว่าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสประสูติในอาร์เจนตินา แต่ท่านมีมรดกทางชาติพันธุ์จากอิตาลี จากการที่บิดามารดาเป็นผู้อพยพชาวอิตาลี บิดาทำงานเป็นนักบัญชีในทางรถไฟ ขณะที่มารดาอุทิศตนให้กับการเลี้ยงลูกทั้ง 5 คน ประการที่ 3 ทรงศึกษาด้านเคมีและปรัชญา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสศึกษาปรัชญาและมีปริญญาโทในด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส ทรงศึกษาในโรงเรียนเทคนิคและได้ฝึกอบรมเป็นช่างเทคนิคเคมี ก่อนเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนศาสนาแห่งอัครสังฆมณฑลบิญญา เดโวโต […]