จีน รัสเซีย อินเดียแข่งกันขยายอิทธิพลผ่านวัคซีน

โตเกียว 28 ก.พ.- สื่อญี่ปุ่นมองว่า จีน รัสเซียและอินเดียกำลังแข่งกันขยายอิทธิพลด้วยการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาและรายได้ปานกลาง ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วแย่งกันหาวัคซีนผลิตในสหรัฐและยุโรปให้แก่พลเรือนของตนเอง เว็บไซต์สำนักข่าวเกียวโดนิวส์รายงานว่า จีนบริจาควัคซีนผลิตเองให้ 53 ประเทศที่ร้องขอ ส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา ประเทศแรกคือปากีสถาน ติดกับอินเดียที่มีปัญหาพรมแดนกับจีน รับวัคซีนของซิโนฟาร์ม 500,000 โดสเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ส่วนเมื่อเดือนมกราคมจีนรับปากบริจาควัคซีนให้เมียนมา 300,000 โดสหลังจากเมียนมาแสดงความสนใจวัคซีนจากอินเดีย ประเทศยุโรปตะวันออกที่มีความสัมพันธ์กับจีนในโครงการเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 (Belt and Road Initiative) ซื้อวัคซีนจีน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออีและอินโดนีเซียร่วมทดลองวัคซีนจีน ประเทศที่สนใจซื้อวัคซีนจีนมี 27 ประเทศแล้ว ส่วนใหญ่ซื้อวัคซีนจากสหรัฐและยุโรปด้วย ด้านอินเดียในฐานะร้านขายยาของโลกเพราะผลิตวัคซีนร้อยละ 60 ที่ต้องใช้ในประเทศกำลังพัฒนา บริจาควัคซีนให้เมียนมา 1.7 ล้านโดส และให้ฟรีอีกอย่างน้อย 15 ประเทศ มีทั้งในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และทะเลแคริบเบียน นอกจากนี้ยังจัดสรรอีกกว่า 36 ล้านโดสให้หลายประเทศทั้งบริจาคและเชิงพาณิชย์ อินเดียคุยว่า วัคซีนที่ผลิตให้แอสตราเซนเนกาในชื่อโควิชีลด์และวัคซีนที่พัฒนาเองดูแลง่ายและราคาถูกกว่าวัคซีนผลิตในประเทศอื่น ส่วนรัสเซียเป็นประเทศแรกในโลกที่อนุมัติใช้วัคซีนโควิด-19 […]

อินเดียช่วยชาวโรฮีนจา 81 คนบนเรือในทะเลอันดามัน

โฆษกกระทรวงต่างประเทศอินเดียเปิดเผยว่า หน่วยยามฝั่งของอินเดียพบเรือของผู้อพยพชาวโรฮีนจาที่อยู่กันอย่างแออัดมากง ลอยอยู่ในทะเลอันดามัน บนเรือมีชาวโรฮีนจาที่ยังมีชีวิต 81 คนและเสียชีวิต 8 คน

บ.วัคซีนใหญ่อินเดียวอนต่างชาติรอก่อน

สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียหรือเอสไอไอ (SII) ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ปริมาณ ขอให้รัฐบาลต่างชาติอดใจรอวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่สั่งซื้อจากสถาบัน เนื่องจากต้องให้ความสำคัญกับความต้องการในประเทศก่อน

น้ำท่วมหลังธารน้ำแข็งชนเขื่อนแตกทำนิวเดลีขาดแคลนน้ำ

นิวเดลี 15 ก.พ.- เหตุน้ำท่วมหลังจากเขื่อนทางตอนเหนือของอินเดียแตกเพราะธารน้ำแข็งแตกแล้วไหลมาชน ทำให้กรุงนิวเดลี เมืองหลวงที่อยู่ห่างไปกว่า 500 กิโลเมตรขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ทางการอินเดียโทษว่า เศษซากและโคลนจำนวนมากที่ปนมากับน้ำท่วมจากเหตุเขื่อนในรัฐอุตราขัณฑ์แตกเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ทำให้ขาดแคลนน้ำสะอาด เพราะน้ำในหุบเขาที่อยู่เหนือกรุงนิวเดลีขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 530 กิโลเมตรเป็นแหล่งน้ำดิบของเมืองหลวงแห่งนี้ที่มีประชากรกว่า 31 ล้านคน ยังไม่สามารถบอกได้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อใด รองประธานคณะกรรมการน้ำประปาเดลีขอร้องชาวเมืองใช้น้ำอย่างประหยัด เนื่องจากโรงบำบัด 2 แห่งหลักไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังเพราะน้ำดิบสกปรก เจ้าหน้าที่กำลังทำความสะอาดตัวกรองตลอด 24 ชั่วโมง และผลักดันน้ำดิบสกปรกออกไป เหตุเขื่อนแตกและน้ำท่วมฉับพลันดังกล่าว มีผู้เสียชีวิตกว่า 50 คน สูญหายราว 150 คน กระแสน้ำไหลแรงทำให้โรงไฟฟ้า ถนน และสะพานเสียหาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยเพิ่งจะสามารถกู้ศพจากอุโมงค์ที่ถูกโคลนและเศษซากท่วมทับ คาดว่ามีคนงานติดอยู่ในอุโมงค์กว่า 30 คน.-สำนักข่าวไทย

อินเดียใช้โดรนหาผู้รอดชีวิตจากเหตุธารน้ำแข็งชนเขื่อนแตก

อุตตราขัณฑ์ 10 ก.พ. – เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินเดียใช้โดรนบินสำรวจด้านในอุโมงค์ในพื้นที่แถบเทือกเขาหิมาลัย เพื่อค้นหาเจ้าหน้าที่โครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำอีก 35 คน ที่เชื่อว่าติดอยู่ด้านใน นับตั้งแต่ธารน้ำแข็งไหลลงมาชนเขื่อนแตก ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 32 คนแล้ว รัฐอุตตราขัณฑ์ ทางตอนเหนือของอินเดีย แจ้งว่า ขณะนี้ยังคงมีผู้สูญหายอีกราว 204 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่โครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กที่ถูกธารน้ำแข็งแถบเทือกเขาหิมาลัยแตกหักไหลลงมาพุ่งชนเขื่อนจนราบเป็นหน้ากลอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หน่วยกู้ภัยอินเดียมุ่งเน้นไปที่การช่วยชีวิตผู้ที่ติดอยู่ในอุโมงค์ที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งเชื่อมต่อกับโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแห่งหนึ่ง โดยใช้รถขุดเจาะขนาดใหญ่เพื่อระบายน้ำและโคลน หัวหน้าตำรวจของรัฐอุตตราขัณฑ์ กล่าวว่า หน่วยกู้ภัยเข้าไปในอุโมงค์ได้เพียงแค่ 120 เมตร เนื่องจากยังคงมีน้ำขังอยู่ข้างในสูงถึงเพดานอุโมงค์ อีกทั้งยังวิตกกังวลว่า ผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในอุโมงค์อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำจากสภาพอากาศหนาวเย็น นอกจากนี้ หน่วยกู้ภัยยังได้ส่งโดรนที่ติดตั้งกล้อง 5 ตัว บินเข้าไปในอุโมงค์ขนาดสั้น เมื่อวานนี้ แต่ไม่พบสัญญาณของผู้รอดชีวิต ในขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็งของอินเดีย อธิบายถึงสาเหตุที่ธารน้ำแข็งแตกหักจนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันว่า อาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว จนทำให้หิมะบนเทือกเขาละลายและเลื่อนไถลลงมา เนื่องจากอุณหภูมิโดยรอบที่สูงขึ้น ขณะที่ทางการอินเดียได้ส่งคณะนักวิทยาศาสตร์เข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว เพื่อค้นหาสาเหตุของการเกิดน้ำท่วมในเทือกเขาที่มีความอ่อนไหวต่อระบบนิเวศแล้ว และคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้า.-สำนักข่าวไทย

ธารน้ำแข็งชนเขื่อนแตกในอินเดีย ตายเพิ่มเป็น 26 ศพ

ลัคเนา 9 ก.พ. – รัฐอุตตราขัณฑ์ ทางตอนเหนือของอินเดียแจ้งว่า เหตุธารน้ำแข็งแถบเทือกเขาหิมาลัยแตกและไหลชนเขื่อนแตกทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 26 คนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐอุตตราขัณฑ์รายงานว่า ขณะนี้พบผู้เสียชีวิตแล้ว 26 คน และยังมีผู้สูญหายอีกราว 200 คน จากเหตุธารน้ำแข็งแถบเทือกเขาหิมาลัยแตกหักไหลลงมาพุ่งชนสะพานและเขื่อนหลายแห่งจนราบเป็นหน้ากลองเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของอินเดียเผยแพร่ภาพชายคนหนึ่งกำลังปีนออกมาในขณะที่เขาได้รับการช่วยเหลือจากอุโมงค์ของโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแห่งหนึ่งที่คาดว่ายังมีผู้ติดอยู่ในอุโมงค์ดังกล่าวอีกราว 30-35 คน ขณะที่หัวหน้าสำนักงานบริหารท้องถิ่นรัฐอุตตราขัณฑ์เผยว่า หน่วยกู้ภัยกำลังมุ่งเน้นไปที่การขุดเจาะเพื่อเปิดทางเข้าไปในอุโมงค์ความยาว 2.5 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว และคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้ที่ยังคงติดอยู่ในอุโมงค์ได้ในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุธารน้ำแข็งแตกเกิดขึ้นจากสาเหตุใด เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวยังคงมีอุณหภูมิหนาวจัดและไม่มีฝนตก.-สำนักข่าวไทย

ธารน้ำแข็งชนเขื่อนแตกในอินเดีย พบแล้ว 14 ศพ

เหตุธารน้ำแข็งแตกและไหลชนเขื่อนเมื่อวานนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 คนแล้ว ขณะที่ทหารอินเดียหลายร้อยนายลงพื้นที่แถบเทือกเขาหิมาลัยเพื่อค้นหาผู้สูญหายอย่างน้อย 125 คน

ไฟเซอร์ถอนคำขออนุมัติวัคซีนโควิดในอินเดีย

นิวเดลี 5 ก.พ. – ไฟเซอร์ อิงค์ บริษัทเวชภัณฑ์ของสหรัฐประกาศถอนการยื่นขออนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เป็นกรณีฉุกเฉินในอินเดีย หลังไม่ผ่านเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลยาอินเดียในด้านการศึกษาความปลอดภัยและภูมิคุ้มกันระดับท้องถิ่น ไฟเซอร์ระบุในแถลงการณ์ว่า จากการพิจารณาในที่ประชุมและความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลเพิ่มเติมที่องค์การกลางควบคุมมาตรฐานยาของอินเดียอาจต้องการ บริษัทได้ตัดสินใจถอนเอกสารการขออนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในครั้งนี้ ไฟเซอร์จะยังคงประสานงานกับหน่วยงานดังกล่าว และจะยื่นขออนุมัติวัคซีนพร้อมข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้งเมื่อถึงเวลาอันสมควรในอนาคต ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของอินเดียเผยว่า พวกเขาได้ขอผลการทดลองที่เชื่อมต่อข้อมูลจากไฟเซอร์ เพื่อนำมาพิจารณาว่าวัคซีนมีความปลอดภัยและสร้างภูมิคุ้มกันในชาวอินเดียได้หรือไม่ นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลยาของอินเดียยังระบุในเว็บไซต์ว่า ผู้เชี่ยวชาญของอินเดียไม่แนะนำให้ใช้วัคซีนของไฟเซอร์เนื่องจากได้รับรายงานผลข้างเคียงในต่างประเทศที่มีการสืบสวนอยู่ และไฟเซอร์ไม่ได้เสนอแผนการสนับสนุนข้อมูลด้านความปลอดภัยและภูมิคุ้มกันในอินเดียแต่อย่างใด การตัดสินใจดังกล่าวจะทำให้วัคซีนของไฟเซอร์ไม่ได้รับการจำหน่ายในจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรสูงเป็นอันดับที่ 1 และ 2 ของโลกในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่ทั้งสองประเทศได้เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่ประชาชนโดยใช้วัคซีนของบริษัทอื่นไปแล้ว ทั้งนี้ บริษัทผู้ผลิตวัคซีนต่างชาติได้ทำการทดลองทางคลินิกเป็นกลุ่มเล็กในอินเดียก่อนยื่นขออนุมัติใช้วัคซีน แต่ไฟเซอร์ได้ขอยกเว้นการทดลองดังกล่าวโดยอ้างผลอนุมัติใช้วัคซีนที่มาจากการทดลองทางคลินิกในประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐและเยอรมนี.-สำนักข่าวไทย

ผู้นำเม็กซิโกใกล้หายจากโควิด ขณะยอดตายแซงอินเดีย

เม็กซิโก 28 ม.ค.- ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ของเม็กซิโกสุขภาพดีขึ้นแล้ว หลังจากแจ้งว่าติดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในเม็กซิโกแซงหน้าอินเดียขึ้นเป็นอันดับสามของโลกแล้ว รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขเม็กซิโกแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นว่า ประธานาธิบดีวัย 67 ปี กำลังมีสุขภาพดีขึ้น และไม่มีอาการของโรคโควิด-19 หลังจากแจ้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าติดเชื้อ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่า พบผู้ป่วยใหม่ที่ได้รับการยืนยันแล้ว 18,670 คน ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็น 1,825,519 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1,506 คน รวมเป็น 155,145 คน ด้านรอยเตอร์เปรียบเทียบเม็กซิโกที่มีประชากร 126 ล้านคน กับอินเดียที่มีประชากรมากกว่า 10 เท่าว่า เม็กซิโกมีผู้เสียชีวิตแซงหน้าอินเดียที่มีผู้เสียชีวิตรวม 153,847 คน ขึ้นเป็นอันดับสามของโลกรองจากสหรัฐและบราซิลแล้ว ยอดผู้เสียชีวิตในเม็กซิโกที่เพิ่มขึ้นมากสะท้อนถึงความยากลำบากในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เลวร้ายลง แม้รัฐบาลใช้มาตรการจำกัดการเดินทางและการค้า โรงพยาบาลในกรุงเม็กซิโกซิตีใกล้เต็มศักยภาพแล้ว และขาดแคลนถังออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยหนัก.-สำนักข่าวไทย

รายงานชี้ “นิวซีแลนด์-เวียดนาม-ไต้หวัน” คุมโควิดดีสุด

ซิดนีย์ 28 ม.ค. – นิวซีแลนด์ เวียดนาม และไต้หวันได้รับการจัดให้อยู่ใน 3 อันดับแรกที่สามารถควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ได้ดีที่สุดในโลก ไทยติด 10 อันดับแรก ขณะที่อังกฤษและสหรัฐถูกจัดอยู่ในกลุ่มอันดับท้าย ๆ สถาบันโลวี (Lowy Institute) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยของออสเตรเลียเผยแพร่ดัชนีชี้วัดความสำเร็จในการควบคุมโรคโควิด-19 ของ 98 ประเทศและเขตการปกครองทั่วโลก ไม่นับรวมจีนที่พบการระบาดเป็นครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2562 เนื่องจากขาดข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ สถาบันวิจัยดังกล่าวระบุว่า นิวซีแลนด์ เวียดนาม และไต้หวันได้รับการจัดให้อยู่ใน 3 อันดับแรกที่สามารถควบคุมการระบาดได้ดีที่สุด ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ใน 10 อันดับแรก ได้แก่ ไทย ไซปรัส รวันดา ไอซ์แลนด์ ออสเตรเลีย ลัตเวีย และศรีลังกา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประเทศที่มีอัตราผู้ป่วยติดเชื้อและผู้เสียชีวิตต่อประชากรอยู่ในระดับต่ำ ส่วนสหรัฐมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 25 ล้านคนอยู่ในอันดับที่ 94 อินเดียมียอดผู้ป่วยติดเชื้อกว่า 11 ล้านคนอยู่ในอันดับที่ 86 […]

จีนชี้อินเดียสั่งแบนแอปจีนละเมิดกฎการค้าโลก

ปักกิ่ง 27 ม.ค. – จีนระบุว่าการที่รัฐบาลอินเดียตัดสินใจใช้คำสั่งแบน 59 แอปพลิเคชันของจีนที่รวมถึงติ๊กต๊อก แอปทำคลิปสั้นของจีนต่อไปนั้นเข้าข่ายละเมิดกฎเกณฑ์ด้านความเป็นธรรมทางธุรกิจขององค์การการค้าโลก และทำให้บริษัทของจีนได้รับความเสียหาย โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำอินเดียออกแถลงการณ์ระบุว่า จีนจะยืนกรานคัดค้านการกระทำของรัฐบาลอินเดียที่มักนำประเด็นความมั่นคงแห่งชาติมาใช้เป็นข้ออ้างในการสั่งแบนแอปพลิเคชันของจีนบนโทรศัพท์มือถือ และรัฐบาลอินเดียควรเร่งแก้ไขการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าต่าง ๆ ในทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดความเสียหายต่อความร่วมมือทวิภาคี เมื่อวานนี้ รัฐบาลอินเดียประกาศคำสั่งแบนแอปพลิเคชันของจีนครั้งใหม่ ซึ่งถือเป็นรอบที่ 4 นับตั้งแต่เกิดปัญหาข้อพิพาทในพื้นที่เส้นแบ่งเขตควบคุมตามความเป็นจริง (Line of Actual Control) ในเขตลาดักห์ทางตอนเหนือของอินเดียที่มีพรมแดนติดกับจีนในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ทำให้มีจำนวนแอปพลิเคชันจีนที่ถูกแบนไปแล้วทั้งสิ้น 267 แอปพลิเคชัน ทั้งนี้ จีนและอินเดียได้สั่งการให้กองทัพทหารตรึงกำลังตามแนวพรมแดนที่ตกเป็นกรณีพิพาทมาเป็นเวลา 7 เดือนแล้ว ขณะที่การเจรจาทางทหารของทั้งสองประเทศประสบความล้มเหลวในการถอนกำลังทหารและลดระดับความรุนแรงในจุดที่เป็นพื้นที่พิพาทตามแนวชายแดนหลายแห่ง.-สำนักข่าวไทย

เมียนมาฉีดวัคซีนโควิดให้ จนท. การแพทย์แล้ว

ย่างกุ้ง 27 ม.ค. – เมียนมาเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ของแอสตราเซนเนกาให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรกในวันนี้ โดยที่อินเดียเป็นผู้บริจาควัคซีนดังกล่าวให้เมียนมา เมียนมาควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีในช่วงระยะแรกเริ่ม แต่กลับเผชิญกับสถานการณ์ระบาดรุนแรงในระลอก 2 ซึ่งทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 138,000 คน และผู้เสียชีวิตกว่า 3,080 คน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเมียนมาได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของแอสตราเซเนกาที่ผลิตโดยสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียจำนวน 1.5 ล้านโดสจากรัฐบาลอินเดียภายใต้โครงการบริจาควัคซีนให้ประเทศเพื่อนบ้านก่อน (Neighbourhood First) ในขณะที่จีนให้คำมั่นว่าจะจัดหาวัคซีนราว 300,000 โดสให้แก่เมียนมาเช่นกัน เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขเมียนมาที่กำกับดูแลการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่โรงพยาบาลย่างกุ้งกล่าวว่า การฉีดวัคซีนน่าจะทำให้อัตราผู้ป่วยติดเชื้อลดลง และช่วยบรรเทาสถานการณ์ตึงเครียดของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเมียนมาเผยว่า รัฐบาลจะฉีดวัคซีนให้แก่สมาชิกรัฐสภาเป็นกลุ่มต่อไปในวันศุกร์และเสาร์นี้ และตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ประชาชนราว 54 ล้านคนทั่วประเทศในปีนี้ ทั้งยังระบุเพิ่มเติมว่า ทางการได้สั่งซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จากแอสตราเซนเนกาเพิ่มอีก 30 ล้านโดส โดยจะได้รับวัคซีนดังกล่าว 2 ล้านโดสในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนหน้า.-สำนักข่าวไทย

1 50 51 52 53 54 134
...