มท.1 ประชุมคอนเฟอเรนซ์ติดตามน้ำรับมือ “โนรู”

ภูมิภาค 28 ก.ย. – พายุโนรูที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดวันนี้ส่งผลเที่ยวบินของ รมว.มหาดไทย และ รมว.ดีอีเอส ต้องเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน ลงพื้นที่ พิษณุโลก แทนอุบลราชธานี เพราะสภาพอากาศปิดจากฝนตกหนัก ก่อนเตรียมประชุมคอนเฟอร์เรนซ์เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำรับมือพายุโนรู


เที่ยวบินของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.อีดีเอส, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ต้องเปลี่ยนกำหนดการที่จะลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ไปลงที่จังหวัดพิษณุโลก แทน เนื่องจากสภาพอากาศปิด ฝนตกหนักไม่เอื้อต่อการบิน แม้จะเลื่อนเวลาเดินทางออกไป จากเดิม 08.00 น. เพื่อรอสภาพอากาศเปิดกว่า 40 นาที แต่ฝนก็ยังตกต่อเนื่องที่ จ.อุบลราชธานี และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จึงเปลี่ยนแผนจะใช้วิดีโอคอนเฟอร์เรนท์ จากศาลากลาง จ.ขอนแก่น ไปยัง จ.อุบลราชธานี และทุกจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย แต่ที่ขอนแก่น ฝนก็ตกหนักเช่นกัน ประเมินแล้วขากลับจะไม่สามารถทำการบินได้ จึงเปลี่ยนไปประชุมที่ศาลากลาง จ.พิษณุโลก แทน

โดยคณะของ พล.อ.อนุพงษ์ จะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์จากพายุโนรู ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.-1 ต.ค. และมีแผนจะลงพื้นที่พบปะประชาชน ที่โครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งสถานการณ์น้ำในจังหวัดอุบลราชธานี น้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 14 อำเภอ 74 ตำบล 472 หมู่บ้าน และมี 4 อำเภอ ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ อ.เมืองอุบลราชธานี อ.วารินชำราบ อ.พิบูลมังสาหาร และ อ.สว่างวีระวงศ์ ซึ่งได้อพยพประชาชน 44 ชุมชน 1,215 ครัวเรือน 4,169 คน ไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว 40 จุด พืชที่เกษตรกรรมเสียหาย 14 อำเภอ กว่า 99,235.75 ไร่


ด้าน จ.เพชรบูรณ์ ฝนที่ตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ อำเภอหล่มเก่า ต้นน้ำของแม่น้ำป่าสัก ระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเริ่มเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำ โดย อ.หล่มสัก น้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมขังเป็นระลอกที่ 4 นอกจากนั้นยังท่วมถนนสายบ้านติ้ว-หล่มสัก บริเวณสี่แยกร่องไผ่ สูง 40-50 ซม. ระยะทางยาว 400 เมตร รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรได้ลำบาก

ส่วนระดับน้ำในลำน้ำพุง ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันตกของตัวอำเภอหล่มสัก รับน้ำจากเทือกเขาภูทับเบิก น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไหลเข้าท่วมในหลายพื้นที่ของ ต.วัดป่า ซึ่งอยู่ติดกับเทศบาลเมืองหล่มสัก โดยน้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่ก่อสร้างของโรงพยาบาลหล่มสัก ต้องเร่งอพยพคนงานกว่า 20 ครัวเรือน แต่ก็เกิดเหตุมีชาวบ้านหมู่ที่ 11 ต.ตาลเดี่ยว ทราบชื่อต่อมาคือ นายพัฒนา ชนะแก้ว อายุ 53 ปี ถูกรั้วบ้านของเพื่อนบ้านล้มลงมาทับร่างจนจมน้ำเสียชีวิตหลังพาเจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจช่วยและพาส่งโรงพยาบาล

ชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำยม ในตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เร่งเก็บสิ่งของ ขึ้นที่สูง หลังระดับน้ำ ในแม่น้ำยม เพิ่มสูงขึ้นจากฝนที่ตกหนักจากพายุโนรู น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนริมฝั่งชาวบ้านต้องหนุนของที่น้ำท่วมขังให้สูงกว่าเดิม เพื่อป้องกันความเสียหาย ส่วน 4 อำเภอของจังหวัดพิจิตรที่แม่น้ำยมไหลผ่าน คือ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และ อำเภอโพทะเล ระดับน้ำยังสูง ท่วมบ้านเรือน ต้องใช้เรือในการสัญจร. -สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ไทยตอนบนอากาศร้อนและร้อนจัดบางพื้น มีฝนฟ้าคะนอง

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน และร้อนจัดบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคกลาง ฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง

“อนุทิน” เผยยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง.ถล่ม ต้องรอตรวจสอบเชิงลึก

“อนุทิน” ระบุยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง. ถล่ม บอกต้องรอตรวจสอบเชิงลึก ชี้สภาพหน้างานตอนนี้ยังเก็บหลักฐานไม่ได้ อยู่ระหว่างกู้ภัย คาดใช้เวลาอีกเป็นเดือน

คุมตัวผัวเมียชิงทอง 8 บาท ย่านบางพลี ทำแผนฯ

ตำรวจคุมตัวสามีภรรยา ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันก่อเหตุชิงทอง 8 บาท ร้านทองย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ อ้างต้องการเงินไปเป็นเจ้าภาพงานบุญผ้าป่า หลังสัญญากับทางวัดไว้

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์