สมุทรปราการ 4 เม.ย. – ตำรวจคุมตัวสามีภรรยา ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันก่อเหตุชิงทอง 8 บาท ร้านทองย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ อ้างต้องการเงินไปเป็นเจ้าภาพงานบุญผ้าป่า หลังสัญญากับทางวัดไว้
พนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ควบคุมตัวนายพีรัช และ น.ส.อรสา สองสามีภรรยา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางพลี โดยนายพีรัชสวมชุดไรเดอร์ ควงปืนเข้าไปชิงทอง น้ำหนักรวม 8 บาท มูลค่าประมาณ 400,000 บาท เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 2 เส้น และสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น ก่อนหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.15 น. วันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา และจนมุมถูกจับกุมได้ที่บ้านเกิดใน ต.กุดบาก จ.สกลนคร เมื่อคืนที่ผ่าน (3 เม.ย.)
จากนั้นนำตัวไปชี้จุดบริเวณใต้สะพานข้างคลองสำโรง ซึ่งเป็นจุดที่นายพีรัชนำเสื้อไรเดอร์ที่ใช้ก่อเหตุไปโยนทิ้งลงน้ำ เพื่อทำลายหลักฐาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงลงไปงมค้นหานานกว่า 20 นาที กระทั่งพบเสื้อไรเดอร์จมอยู่ในน้ำ
คดีนี้ตำรวจพบพยานหลักฐานสำคัญหลังก่อเหตุ คือ บัตรพนักงานรักษาความปลอดภัยตกอยู่ในจุดที่พบมีการทิ้งเสื้อผ้า บริเวณคลองสำโรง ทำให้สามารถระบุตัวตนของผู้ก่อเหตุได้ และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในร้านทอง พบว่าภรรยาผู้ก่อเหตุร่วมขบวนการด้วย คือทำทีเข้าไปเลือกซื้อสร้อยคอทองคำอยู่ในร้านด้วย เมื่อพนักงานนำทองใส่ถาดมาให้ดู นายพีรัชที่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ อยู่นอกร้าน ได้วิ่งเข้ามาคว้าทองจากถาด ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
หลังก่อเหตุ นายพีรัชหนีไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วทิ้งไว้ที่คลองสำโรง ส่วน น.ส.อรสา กลับไปรอที่ห้องพัก และได้ว่าจ้างแท็กซี่สีชมพูที่รู้จักกันให้ไปส่งที่ จ.สกลนคร ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐาน เสนอศาลออกหมายจับทั้ง 2 คน ในข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม เบื้องต้นทั้งสองรับว่าก่อเหตุเพราะต้องการนำเงินไปเป็นเจ้าภาพงานบุญผ้าป่าที่ได้สัญญากับทางวัดไว้
ผู้ต้องหาสารภาพต้องการเงินไปใช้หนี้ส่วนตัว
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับว่าเป็นสามีภรรยากัน และร่วมกันวางแผนก่อเหตุจริง และกลับคำให้การว่าต้องการนำเงินไปใช้หนี้สินส่วนตัว โดยทองที่ได้ไปมีการนำทองหนัก 3 บาท ไปจำนำที่ จ.สกลนคร 1 เส้น ได้เงินมา 86,000 บาท และในสถานการณ์ที่ราคาทองพุ่งสูง เจ้าหน้าที่กำชับเพิ่มมาตรการตรวจตราร้านทองเข้มงวด มากขึ้น
ขณะเดียวกันขอให้ผู้ประกอบการเพิ่มความระมัดระวัง และเรียนรู้ในการจดจำรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย พร้อมฝากเตือนคนที่คิดจะก่อเหตุให้เลิกความคิด เพราะท้ายสุดก็ไม่รอดพ้น ถูกจับกุมดำเนินคดีทุกราย.-สำนักข่าวไทย