fbpx

เตรียมแผนรับมือเปิดเทอม 1 มิ.ย.

กทม. 11 พ.ค. – “ตรีนุช” เตรียมแผนรับมือ เปิดเทอม 1 มิ.ย. จัดการศึกษาปลอดภัยใต้วิกฤติโควิดระลอกสาม ตั้งแต่ก่อนเปิดเรียน มั่นใจมีคุณภาพ ครบตามที่หลักสูตรกำหนด

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ได้เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ของสถานศึกษาในสังกัด เป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกสามยังมีความรุนแรงนั้น เพื่อไม่ให้เด็กเสียโอกาสในการเรียนรู้ ผู้ปกครองมั่นใจในความปลอดภัยของบุตร หลาน  ศธ. จึงได้เตรียมความพร้อมในการจัดการศึกษา โดยได้วางแผนการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่หนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 17-31 พ.ค. ก่อนเปิดภาคเรียน 11 วันทำการ จะเป็นการเตรียมความพร้อมของทั้งครูและนักเรียน โดยมีการจัดกิจกรรมเสริมความรู้การจัดการเรียนรู้ที่น่าสนใจ เช่น เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ถึงทักษะชีวิตที่จำเป็นจากเหตุการณ์ร่วมสมัย จัดการเรียนรู้ของจริง ประสบการณ์จริง เพื่อทำให้การเรียนรู้ของเด็กไทยต่อเนื่องไม่หยุดชะงักลง ซึ่ง ศธ.จะจัดทีมพี่เลี้ยงเพื่อให้คำปรึกษาแก่ครูในการจัดกิจกรรมตามแนวทางดังกล่าว โดยอาจเริ่มจากประเด็นการเรียนรู้ในเรื่องสถานการณ์โควิดเป็นลำดับแรก


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับระยะที่สอง ตั้งแต่การเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป จะเป็นการจัดการเรียนรู้ 5 รูปแบบ คือ On-site เรียนที่โรงเรียน โดยมีมาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของ ศบค. , On-air เรียนผ่าน DLTV, On-demand เรียนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ,  On-line เรียนผ่านอินเทอร์เน็ต , On-hand เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหัดใบงาน และในรูปแบบผสมผสาน หรืออาจใช้วิธีอื่นๆ เช่น วิทยุ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่า สถานศึกษาส่วนใหญ่จะเน้นการเรียนที่โรงเรียน หรือ On-site

“การจัดการศึกษาภายใต้วิกฤตโควิด -19 ทุกหน่วยงานในสังกัด ศธ. ภาคเอกชน และผู้ปกครองจะทำงานร่วมกัน โดยการจัดกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมครูและนักเรียน จะมีทั้งแบบ On-line เรียนผ่านอินเทอร์เน็ต และแบบ Off-line เรียนที่บ้าน โรงเรียน หรือชุมชน เพื่อเป็นทางเลือกให้แต่ละโรงเรียนสามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม  โดยเป็นกิจกรรมที่นักเรียนและผู้ปกครองสมัครใจ ไม่มีการให้คะแนนผ่าน/ไม่ผ่าน  การจัดกิจกรรมต่างๆ ต้องปฏิบัติตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งดิฉันขอเน้นย้ำว่า นักเรียนทุกคนต้องไม่พลาดโอกาสในการเรียนรู้ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว


น.ส.ตรีนุช ยังกล่าวด้วยว่า การจัดกิจกรรมแบบ On-line นั้น ขณะนี้ ศธ.เตรียมจัดทำ Web Portal ขึ้นมาใหม่ เพื่อเสริมแพลตฟอร์มต่างๆ ที่หน่วยงานในสังกัด ศธ.มีอยู่ โดยจะเป็นคลังสื่อ ข้อมูลการเรียนรู้ ตลอดจนรูปแบบการจัดกิจกรรม ซึ่งมีข้อมูลทั้งของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) แบ่งเป็นหัวข้อ-หมวดหมู่ตามความสนใจ เป็นการบูรณาการเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนทุกกลุ่ม ครู ผู้บริหาร และผู้ปกครอง สามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบกลาง ส่วนกิจกรรมรูปแบบ Off-line นั้น สถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จะเป็นผู้ออกแบบกิจกรรมร่วมกับ ศบค. จังหวัด ซึ่งคิดขึ้นมาจากเหตุการณ์ร่วมสมัย และที่สำคัญคือ ทุกคนสามารถเลือกหัวข้อหรือกิจกรรมที่ต้องการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

น.ส.ตรีนุช กล่าวอีกว่าในส่วนของการอบรมพัฒนาสมรรถนะครูนั้น แต่ละหน่วยงานในสังกัดได้เตรียมจัดหลักสูตรอบรมให้เหมาะสม เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เน้นเรื่องการพัฒนาครู โดยครู เพื่อคุณครู ภายใต้โครงการ OBEC 2021 WEBINAR การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ยุคปกติใหม่ : มุมมองของผู้บริหาร นักวิชาการ และครู” ระหว่างวันที่  17-21 พ.ค.2564 ทาง OBEC CHANNEL ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สพฐ. ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกลุ่มชุมชนคุณครู ของ สพฐ. ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญที่มารวมตัวกัน เพื่อช่วยพัฒนา แบ่งปันประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีให้แก่คุณครูด้วยกัน ในการใช้เครื่องมือดิจิทัลร่วมกับศาสตร์การสอนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดการชั้นเรียน เกิดประโยชน์สูงสุดในการเรียนรู้ของผู้เรียน บนพื้นฐานความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ และการเป็นพลเมืองดิจิทัล นอกจากนี้ระหว่างวันที่ 17-31 พ.ค. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะดำเนินการอบรมพัฒนาครู โดยเน้นเรื่องการพัฒนาสมรรถนะครู ด้วยเนื้อหาที่ทันสมัย ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ มาช่วยสนับสนุนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เรียนได้นำไปประกอบอาชีพ นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เหมาะสม เป็นประโยชน์ จากคุณครูที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อเป็นช่องทางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดเป็นชุมชนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้อย่างแท้จริง ผ่านช่องทางที่เชื่อมต่อสู่เว็บไซต์ “ครูพร้อม” เพื่อให้ครูที่พร้อมแล้ว ได้มาช่วยเหลือ แบ่งปัน เพื่อนครูด้วยกัน

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ศธ.ได้ถอดบทเรียนการจัดการศึกษาในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกที่ผ่านมา มีการทบทวนและต่อยอดรูปแบบการจัดการเรียนการสอนทั้ง 5 รูปแบบ เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการรับมือ กับสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่นี้ และได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการวางระบบติดตามประเมินผล และรายงานผลการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  โดยจะต้องไม่เป็นภาระกับสถานศึกษา และการที่โรงเรียนจะใช้รูปแบบใดในการจัดการเรียนการสอน ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อน ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการมีความมั่นใจ และรับประกันได้ว่า เมื่อเปิดเทอมแล้ว เด็กทุกคนของเรา จะได้เรียนอย่างมีคุณภาพ ครบตามที่หลักสูตรกำหนด.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ประกาศการจัดสรร “ซิโนฟาร์ม” ระยะที่ 1 ครั้งที่ 2

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ประกาศการจัดสรรวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” ระยะที่ 1 ครั้งที่ 2 อีก 1,238 บริษัท เป็นจำนวน 302,618 คน

โควิดยังหนัก ติดเชื้อรวม 4,108 ราย เสียชีวิต 31 ราย

โควิดวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อรวม 4,108 ราย ยืนยันสะสม 203,784 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) หายป่วยกลับบ้าน 1,578 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 31 ราย

อดีตทหารเกณฑ์ บุกยิงใน รพ.สนาม ปทุมฯ ผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย

อดีตทหารเกณฑ์ ยิงพนักงานร้านสะดวกซื้อย่านพหลโยธิน ก่อนก่อเหตุต่อในโรงพยาบาลสนาม จ.ปทุมธานี ผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย

ข่าวแนะนำ

ปิดล้อมเจรจาชายคลั่งบุกยิง พนง.เซเว่น-ผู้ป่วยโควิด รพ.สนาม

เหตุชายคลั่งบุกยิงพนักงานร้านสะดวกซื้อ และขับรถไปยิงผู้ป่วยโควิดที่โรงพยาบาลสนามเสียชีวิต ก่อนขับรถหนีลงใต้ ล่าสุดที่ระนองเจ้าหน้าที่พบตัวผู้ก่อเหตุ นำกำลังปิดล้อม และเจรจาให้มอบตัว

วัคซีนอาจเกี่ยวโยงปัญหากล้ามเนื้อหัวใจ

ซีดีซีเชื่อว่าอาจมีความเกี่ยวโยงกันระหว่างวัคซีนป้องกันโควิด-19 กับปัญหากล้ามเนื้อและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบที่พบในกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ฉีดวัคซีน โดยเฉพาะชนิด mRNA