ความสูงเศษซากตึก สตง.ลดแล้ว เร่งขนย้ายได้ 170 เที่ยว/วัน

กรุงเทพฯ 17 เม.ย. – โฆษก กทม. เผยความสูงเศษซากอาคาร สตง. ลดลงมากกว่า 10 เมตร และสามารถขนย้ายเศษซากออกจากพื้นที่ได้กว่า 170 เที่ยว/วัน


นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ปัจจุบันภารกิจในการรื้อถอนเศษโครงสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่พังถล่ม มีความคืบหน้าเป็นระยะ สามารถทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถลดระดับความสูงของเศษซากอาคารจากเดิมประมาณ 26 เมตร เหลือประมาณ 13 เมตร ได้แล้วในช่วงเช้าวันนี้ (17 เม.ย.) ขณะเดียวกัน ช่วงเช้าที่ผ่านมายังมีการส่งเจ้าหน้าที่นำเครื่องตัดเหล็กแบบแก๊สเข้าพื้นที่เพื่อเพิ่มความรวดเร็วของการทำงาน อีกทั้งยังทำให้มีความสะดวกในการทำภารกิจการค้นหาเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากระหว่างการตัดเหล็กออกสามารถสังเกตสิ่งผิดปกติ หรือวัตถุต้องสงสัยได้ไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มจำนวนรถบรรทุกสำหรับขนเศษซากอาคารออกจากพื้นที่ จากเดิม 14 คัน เป็น 22 คัน ส่งผลให้สามารถเพิ่มจำนวนรอบในการลำเลียงเศษซากอาคารได้มากกว่า 170 เที่ยว/วัน และในวันนี้จะสามารถลำเลียงออกได้มากขึ้นอีก

ด้านนายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า อุปสรรคของการทำงานยังคงอยู่ที่การตัดเหล็กเส้นที่หากใช้เครื่องจักรหนักเพียงอย่างเดียวการทำงานจะค่อนข้างล่าช้า จึงต้องใช้ทีมเจ้าหน้าที่และเครื่องตัดเหล็กระบบแก๊สเข้าสนับสนุนภารกิจ ก็จะสอดรับกับความก้าวหน้าของภารกิจในปัจจุบันให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังมีการระบุจุดที่คาดการณ์ว่าจะมีผู้ติดค้างอยู่ภายใต้อาคารไว้แล้ว และตลอดระยะเวลาของการดำเนินงานที่ผ่านมา ในโซน A B C และ D ก็พบผู้ติดค้างอยู่ทุกจุด จึงต้องมีการปฏิบัติงานพร้อมกันในหลายพื้นที่เป็นวงกว้าง เพื่อให้สามารถเปิดพื้นปูนออกเพื่อค้นหาได้แบบทีละระดับชั้น


โฆษกของกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมในเรื่องของการขอรับเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีแผ่นดินไหวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของค่าซ่อมแซมอาคารที่อยู่อาศัย ขณะนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สำนักการโยธาเขตฯ เพิ่งได้เริ่มมีการตรวจสอบมาตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ สำหรับผู้ที่ก่อนหน้านี้ไม่สะดวกให้เขตเข้าตรวจสอบ หากกลับมาจากการเดินทางในต่างจังหวัดแล้วขอให้ติดต่อสำนักงานเขตเพื่อนัดวันเข้าตรวจสอบสภาพความเสียหายต่อไป และในส่วนของเงินเยียวยาผู้เสียหายหรือญาติผู้เสียหายจากเหตุอาคารถล่ม และผู้ได้รับผลกระทบที่เข้าเงื่อนไข ในวันพรุ่งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะดำเนินการมอบเงินเยียวยารอบแรกให้กับผู้ที่ได้รับใบรับรองแล้วรายละประมาณ 100,000 บาท ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศไว้ ส่วนผู้ที่บาดเจ็บ กรุงเทพมหานคร และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะชดเชยค่ารักษาพยาบาลให้แบบเต็มจำนวน โดยเป็นการเบิกจ่ายตามจริง. -415-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

บิ๊กอ๊อดรอดคุก

“บิ๊กอ๊อด” รอดคุก คดี “บอส อยู่วิทยา” อัยการเนตร คุก 3 ปี

“บิ๊กอ๊อด-ตร.” ทำคดี “บอส” รอดคุก ศาลยกฟ้อง ส่วน “อัยการเนตร” ศาลสั่งจำคุก 3 ปี และ “อัยการชัยณรงค์” จำคุก 2 ปี

รวบทันควัน คนร้ายบุกเดี่ยวชิงเงินธนาคาร

จับแล้ว คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ธนาคารกลางเมืองเชียงใหม่ ได้เงินสดกว่า 40,000 บาท ก่อนวิ่งหลบหนี ล่าสุดจนมุมตำรวจรวบตัวได้ที่ศาลาริมทางข้างถนน

สป.สายไหม

“กัน จอมพลัง” หอบหลักฐานร้องสอบ สป.สายไหม เอี่ยวเว็บพนัน

“กัน จอมพลัง” หอบหลักฐาน ร้องตรวจสอบ สป.สายไหม เอี่ยวเว็บพนันออนไลน์ ยินดีให้ตำรวจตรวจสอบกลับ มั่นใจประวัติขาวสะอาด ย้ำ “ลูกพีช” ควรขอโทษอย่างจริงใจ

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เผยประเทศไทยอากาศร้อน-ใต้ฝนตกหนักบางแห่ง

กรมอุตุฯ เผยประเทศไทยมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือและภาคกลาง ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัด

นายกฯ เตรียมเดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา

นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ในโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-กัมพูชา และการส่งเสริมความร่วมมือในการแก้ปัญหาและการพัฒนาของสองประเทศ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยรายงาน

9 ทันโลก : เตรียมเริ่มกระบวนการเลือกโป๊ปองค์ใหม่

หลังจากสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ประมุขแห่งศาสนจักรสิ้นพระชนม์ รายงาน 9 ทันโลกวันนี้จะพาไปรำลึกถึงพระองค์และติดตามกระบวนการเลือกพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่

พิพากษาแก๊งช่วยแก้ความเร็วรถ “บอส”

วันนี้คดีทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตัดสินจำคุกอดีตรองอัยการสูงสุด และอดีตอัยการอีก 1 คน ฐานความผิดแก้ความเร็วรถคันเกิดเหตุ หวังช่วยผู้ต้องหา