ชัวร์ก่อนแชร์: วัคซีน DTaP ไม่จำเป็นต่อทารก ภูมิธรรมชาติปลอดภัยกว่า จริงหรือ?

29 พฤศจิกายน 2567
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล


ข้อมูลที่ถูกแชร์ :

มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวัคซีน DTaP เผยแพร่ทาง Instagram ในต่างประเทศ โดยอ้างว่าวัคซีนรวมเพื่อป้องกันโรคคอตีบ โรคไอกรน และโรคบาดทะยัก ไม่ควรนำมาฉีดให้ทารก เพราะไม่มีความจำเป็น โดยอ้างว่าสัดส่วนการเสียชีวิตจากโรคไอกรนลดลงตั้งแต่ก่อนการผลิตวัคซีน DTaP และสัดส่วนการพบเด็กป่วยด้วยโรคคอตีบในปัจจุบันก็น้อยมาก นอกจากนี้ ภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อโดยธรรมชาติมีประสิทธิภาพมากกว่าวัคซีน


บทสรุป :

  1. แม้ยอดการเสียชีวิตจากโรคต่าง ๆ จะลดลงก่อนการผลิตวัคซีน แต่วัคซีนช่วยให้การระบาดของโรคลดลง
  2. ภูมิธรรมชาติจากการติดเชื้อโรคคอตีบและโรคไอกรน อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต
  3. การติดเชื้อโรคบาดทะยัก ไม่ทำให้ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยัก

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

วัคซีน DTaP ช่วยลดการติดเชื้อโรคไอกรนได้จริง


กราฟที่แสดงการเสียชีวิตจากโรคต่าง ๆ ก่อนการผลิตวัคซีนในสหรัฐอเมริกา ทั้ง โรคคอตีบ และ โรคไอกรน เป็นข้อมูลที่อ้างอิงจากเว็บไซต์ healthsentinel.com ซึ่งมีประวัติเผยแพร่เนื้อหาด้านสุขภาพด้วยข้อมูลที่น่าสงสัยในความถูกต้อง

นอกจากเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือแล้ว การนำยอดการเสียชีวิตที่ลดลงก่อนการผลิตวัคซีน มาด้อยค่าวัคซีน ถือเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะจุดประสงค์หลักของวัคซีน นอกจากลดโอกาสการเสียชีวิตแล้ว ยังลดโอกาสการติดเชื้อและป่วยจากโรคดังกล่าวอีกด้วย

เดวิด กอร์สกี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง ชี้แจงว่า การลดลงของยอดผู้เสียชีวิตจากโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ยังมีปัจจัยจากการพัฒนาแนวทางการรักษาแบบบรรเทาอาการที่ดีขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น การคิดค้น Iron lung อุปกรณ์กระตุ้นการหายใจสำหรับผู้ป่วยเด็กที่เป็นอัมพาตจากการติดเชื้อโปลิโอ มีส่วนช่วยลดการเสียชีวิตของเด็กที่ป่วยด้วยโรคโปลิโอที่แพร่ระบาดในช่วงทศวรรษที่ 1940s และ 1950s อย่างมาก

อย่างไรก็ดี Iron Lung ช่วยให้ผู้ป่วยโปลิโอบางส่วนไม่เสียชีวิต แต่วัคซีนโปลิโอคือปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคโปลิโอลดลงอย่างมาก

เช่นเดียวกับการมาถึงของวัคซีน DTP หรือวัคซีนรวมสูตรต้นตำรับเพื่อป้องกันโรคคอตีบ โรคไอกรน และบาดทะยัก เมื่อถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายเป็นครั้งแรกในทศวรรษที่ 1940s ส่งผลให้ยอดการติดเชื้อโรคไอกรนในสหรัฐฯ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ในช่วงแรกที่วัคซีน DTP ถูกนำออกมาใช้ สัดส่วนการป่วยด้วยโรคไอกรนในสหรัฐฯ สูงกว่า 100,000 รายต่อปี จนถึงปี 1965 ยอดผู้ป่วยโรคไอกรนลดลงไม่ถึง 10,000 รายต่อปี

ผู้ป่วยโรคคอตีบลดลงเพราะวัคซีน

ในโพสต์อ้างว่า การฉีดวัคซีน DTaP ไม่มีความจำเป็นต่อการป้องกันโรคคอตีบ เพราะครั้งสุดท้ายที่พบผู้ป่วยโรคคอตีบในสหรัฐฯ คือ ปี 2003 และมีสัดส่วนการติดเชื้อตั้งแต่ปี 1980 เพียง 0-5 รายต่อประชากร 100,000 รายเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ข้อมูลดังกล่าวอ้างมาจากหน่วยงานที่มีชื่อว่า National Vaccine Information Center ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีประวัติเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวัคซีนอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงทศวรรษที่ 1940s โรคคอตีบคือสาเหตุการเสียชีวิตหลักของทารกอเมริกัน จนกระทั่งการคิดค้นวัคซีน DTaP ในทศวรรษที่ 1940s ทำให้ยอดการเสียชีวิตลดลงอย่างมาก

สาเหตุที่โรคคอตีบเป็นโรคที่พบได้ยากในปัจจุบัน มาจากอานิสงส์ของการฉีดวัคซีน DTP หรือ DTaP ที่เป็นไปอย่างทั่วถึง จนแทบจะไม่มีการแพร่ระบาดของโรคคอตีบนประเทศที่ฉีดวัคซีนอย่างเพียงพอ

ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่า ในทศวรรษที่ 1990s พบผู้ป่วยโรคคอตีบไม่ถึง 1 รายต่อปี เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง โดยพบว่า 93% ของทารกอเมริกันได้รับวัคซีน DTaP จำนวน 3 โดสจาก 4 โดสที่แนะนำ

องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังพบว่า ในภูมิภาคที่การฉีดวัคซีนไม่ทั่วถึง จะพบการระบาดของโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น โรคคอตีบ และ โรคหัด

ภูมิธรรมชาติจากการติดเชื้อเป็นอันตราย

แม้ปัจจุบันจะไม่ค่อยพบผู้เสียชีวิตเพราะโรคคอตีบ โรคไอกรน และบาดทะยัก แต่การปล่อยให้ติดเชื้อและป่วยด้วยโรคดังกล่าว เพื่อหวังได้รับภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ป่วย

ผู้ป่วยโรคไอกรนจะมีน้ำมูกปริมาณมาก หากปิดกั้นหลอดลมจะก่อให้เกิดการไอที่ถี่และรุนแรง ในรายที่รุนแรงมาก ๆ อาจทำให้กระดูกซี่โครงหัก ทำให้หลอดเลือดแตก หรือทำให้เป็นไส้เลื่อน พิษจากแบคทีเรียโรคไอกรนอาจทำให้เกิดโรคปอดอักเสบ อาการชัก และภาวะสมองอักเสบ

โรคคอตีบที่เกิดได้บ่อยจากการติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ จะทำให้ไข้ขึ้น เจ็บคอ เกิดเยื่อปิดกั้นหลอดลมก่อให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ พิษจากแบคทีเรียโรคคอตีบยังก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเส้นประสาทอักเสบ

โรคบาดทะยัก ทำให้ผู้ติดเชื้อกลืนอาหารลำบาก จากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ และนำไปสู่การชัก ซึ่งอาจมีความรุนแรงถึงขั้นทำให้กระดูกหักได้

มีเคสของเด็กชายชาวอเมริกันรัฐโอเรกอนเมื่อปี 2019 ที่ติดเชื้อบาดทะยักจากการถูกของมีคมบาดโดยที่ตัวเองไม่มีภูมิคุ้มกัน เขาต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลนาน 57 วัน โดยใช้เวลาอยู่ในห้องฉุกเฉิน 40 วัน และต้องเข้ารับการบำบัดเป็นเวลานานกว่าจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง

โรคบาดทะยัก ยังแตกต่างจากโรคชนิดอื่น ๆ ที่การติดเชื้อไม่ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรค เนื่องจากพิษจากแบคทีเรียโรคบาดทะยักที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ มีปริมาณน้อยเกินกว่าจะกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันในร่างกายมนุษย์ ดังนั้น ภูมิคุ้มกันจากโรคบาดทะยักจึงหาได้จากการฉีดวัคซีนเท่านั้น

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.politifact.com/factchecks/2022/oct/24/instagram-posts/dtap-vaccine-safe-and-effective/
https://healthfeedback.org/claimreview/dtap-vaccine-isnt-associated-sudden-infant-death-syndrome-whooping-cough-vaccine-historic-decline-cases/

ดูข่าวเพิ่มเติม

หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์”
LINE :: @SureAndShare หรือคลิก http://line.sure.guru
FB :: https://www.facebook.com/SureAndShare
YouTube :: https://www.youtube.com/@SureAndShare
Twitter :: https://www.twitter.com/SureAndShare
IG :: https://instagram.com/SureAndShare
Website :: http://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com
TikTok :: https://www.tiktok.com/@sureandshare

สมัครรับฟรี ชัวร์ก่อนแชร์ Newsletter ส่งถึงกล่องอีเมลของคุณทุกสัปดาห์ :: https://i.sure.guru/sureandshareNewsletter

หมายเหตุ : โฆษณาที่ปรากฏอยู่บนหน้าเว็บไซต์นี้ แสดงผลโดยอัตโนมัติจากบริษัทผู้ให้บริการโฆษณา ไม่ใช่การสนับสนุนหรือส่งเสริมจากศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์แต่อย่างใด

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

เจาะโซน C และ D สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์-บันไดหนีไฟ

กู้ภัย เผยเจาะโซน C และ D ได้สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์และบันไดหนีไฟ เชื่อมีผู้สูญหายติดอยู่โซนนี้จำนวนมาก หลังพบเสียงขอความช่วยเหลือจากโซน B ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ลุ้นช่วยผู้รอดชีวิต หลังพบสัญญาณชีพ

ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ขณะนี้ในพื้นที่เสียงเครื่องจักรหนักหยุดลง เป็นสัญญาณว่าทีมกู้ภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ค้นหาและสุนัข K9 กำลังเข้าไปเดินสำรวจหลายจุด ซึ่งปฏิบัติการตลอดทั้งวันนี้เน้นจุดโซน B หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมา (2 เม.ย.) มีสัญญาณตอบกลับจากผู้ที่คาดว่าจะรอดชีวิต

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ ชง “ครม.” ผุดมาตรการตรวจสอบ “บ.รับจ้าง” ขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา หวังป้องกันเหตุซ้ำรอยตึก สตง. ถล่ม

“วันนอร์” ของขึ้น! ขอ ตร.สภาเข้าชาร์จ หลังเถียงกันวุ่นปมญัตติใครขึ้นก่อน

สภาเดือด “วันนอร์” ของขึ้น! ลุกยืน ขอ ตร.สภาเข้าชาร์จ หลังเถียงกันวุ่น เอาญัตติใครขึ้นก่อน เหตุ “อนุสรณ์” เสนอญัตติเลื่อนระเบียบวาระเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ไปพิจารณาครั้งถัดไป ซ้อน “เท้ง” เรื่องแผ่นดินไหว “ไอติม” ก็เดือด ทุบโต๊ะ แซะรัฐบาล ไม่กี่ชั่วโมงก็รอไม่ได้ จะเอา “กาสิโน” เข้าทันทีเลย ด้าน “ชัยชนะ” นั่งไม่ติดขอใช้สิทธิพาดพิง ยันพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน ทำ “ปกรณ์วุฒิ” โต้กลับ เบรกอย่าประท้วงมั่วซั่ว ขณะ “โรม” ลุกโวยปิดไมค์แต่ฝ่ายค้าน สุดท้ายแพ้ ญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระถูกพิจารณาก่อน