ชัวร์ก่อนแชร์: วัคซีนไร้ประโยชน์ เพราะไข้หวัดใหญ่ยังระบาดทุกปี จริงหรือ?

31 สิงหาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลน่าสงสัย : มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เผยแพร่ในต่างประเทศ โดยอ้างว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีการรณรงค์การฉีดให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องมาถึง 80 ปี แต่ก็ยังมีการระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่ทุกปี ต่างจากวัคซีนโรคฝีดาษและโรคโปลิโอที่ยับยั้งการระบาดได้จริง บทสรุป : 1.ไวรัสไข้หวัดใหญ่แตกต่างจากไวรัสโรคฝีดาษและไวรัสโรคโปลิโอเพราะมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา ทำให้ประสิทธิผลของวัคซีนลดลง2.แต่วัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังป้องกันการป่วยหนักและการเสียชีวิตได้อย่างดี FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : การเปรียบเทียบประสิทธิผลของวัคซีนไข้หวัดใหญ่กับวัคซีนโรคฝีดาษและวัคซีนโรคโปลิโอ เข้าข่ายการเปรียบเทียบด้วยเหตุผลวิบัติโดยอุดมคติเพ้อฝันหรือ Nirvana Fallacy เนื่องจากการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีอุปสรรคที่แตกต่างจากการผลิตวัคซีนโรคฝีดาษและวัคซีนโรคโปลิโอ ไวรัสไข้หวัดใหญ่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่ผลิตครั้งแรกในปี 1942 และได้รับอนุญาตให้ฉีดกับพลเรือนชาวอเมริกันในปี 1945 หรือ 80 ปีที่แล้ว แต่ในปี 1947 วงการแพทย์เริ่มพบว่าประสิทธิผลของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ลดลง เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของไวรัสไข้หวัดใหญ่ การเปลี่ยนแปลงเกิดจากการกลายพันธุ์ของไวรัส (Mutation) และการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนของสารพันธุกรรม (Genetic Reassortment) เมื่อไวรัส 2 สายพันธุ์ติดเชื้อในเซลล์เดียวกัน […]

ชัวร์ก่อนแชร์: มีเซลล์สุนัขในวัคซีนไข้หวัดใหญ่ จริงหรือ?

30 สิงหาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลน่าสงสัย : มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เผยแพร่ในต่างประเทศ ที่อ้างว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นอันตรายเนื่องจากมีส่วนประกอบของเซลล์จากสุนัข การฉีดวัคซีนจะทำให้ดีเอ็นเอของสุนัขเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมในร่างกายมนุษย์ บทสรุป : 1.วัคซีน Flucelvax ใช้เซลล์ของสุนัขมาเพาะเลี้ยงไวรัสเพื่อผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่2.แต่กระบวนการทำให้บริสุทธ์ ทำให้ดีเอ็นเอตกค้างจากเซลล์เหลือในวัคซีนน้อยมาก3.ดีเอ็นเอตกค้างในวัคซีนมีปริมาณน้อยมากและไม่เป็นอันตราย FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่นิยมใช้ในปัจจุบันคือวัคซีนชนิดเชื้อตาย โดยการนำเชื้อไวรัสมาผลิตวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน การผลิตวัคซีนจากเชื้อไวรัสทั้งชนิดเชื้อเป็นและเชื้อตาย จำเป็นต้องเพาะเลี้ยงเชื้อไวรัสในเซลล์ โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงเชื้อไวรัสในไข่ไก่ แต่ข้อจำกัดของการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วยการเพาะเลี้ยงไวรัสในไข่ไก่มีหลายประการ เพราะหากจำเป็นต้องผลิตวัคซีนจำนวนมากอย่างเร่งด่วน จำเป็นต้องใช้ไข่ไก่ปริมาณสูงในเวลาจำกัด และปัญหาสำคัญคือ ไวรัสไข้หวัดใหญ่มีอัตราการกลายพันธุ์สูง หากไวรัสทำการกลายพันธุ์เพื่อให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในไข่ไก่ ไวรัสที่ได้ออกมาอาจแตกต่างจากไวรัสที่แพร่ระบาดในธรรมชาติ เมื่อนำไปผลิตวัคซีนอาจทำให้ประสิทธิผลในการป้องกันโรคลดลง องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) จึงอนุมัติการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่จากไวรัสที่เติบโตในเซลล์เพาะเลี้ยงเป็นครั้งแรกในปี 2012 และอนุมัติการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด Recombinant Vaccine ในปี 2013 ในสหรัฐฯ มีวัคซีนไข้หวัดใหญ่จำนวน 9 ชนิด โดย 7 ชนิดยังเป็นวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อไวรัสที่เพาะเลี้ยงในไข่ไก่ Flublok […]

ชัวร์ก่อนแชร์: วัคซีนไข้หวัดใหญ่ทำให้ภูมิคุ้มกันแย่ลง จริงหรือ?

29 สิงหาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลน่าสงสัย : มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อมีการเผยแพร่คลิปจากเวทีสัมมนาโดย Silicon Valley Health Institute หน่วยงานที่มีประวัติเผยแพร่ข่าวปลอมด้านสุขภาพ เนื้อหาโจมตีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ว่าฉีดแล้วทำให้ป่วยง่ายขึ้น เนื่องจากวัคซีนทำให้ภูมิคุ้มกันแย่ลงและยังทำลายระบบประสาท บทสรุป : 1.วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อเป็นหรือเชื้อตายไม่ทำให้เป็นหวัด2.โรค GBS ที่พบในผู้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นได้น้อยมาก การป่วยไข้หวัดใหญ่ทำให้เสี่ยงมากกว่า3.การฉีดวัคซีนต่อเนื่องยังมีภูมิมากกว่าการฉีดแค่ครั้งเดียว4.วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีความจำเป็นต่อกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะเด็กและสตรีมีครรภ์ FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : ผลสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันโดยมูลนิธิโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐฯ เมื่อปี 2023 พบว่ามีประชาชน 43% จะไม่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่หรือไม่มั่นใจว่าจะฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่หรือไม่ หนึ่งในเหตุผลหลักของการปฏิเสธวัคซีนคือความกังวลต่ออาการข้างเคียงและไม่มั่นใจในประสิทธิผลของวัคซีน เช่นเดียวกับผลสำรวจชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่จำนวน 1,600 ราย โดยมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียเมื่อปี 2023 ที่พบว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทำให้เสี่ยงเป็นหวัดมากขึ้น ความเชื่อผิด ๆ เหล่านี้ สื่อถึงอิทธิพลของข่าวปลอมที่ส่งผลต่อทัศนคติของประชาชนต่อประโยชน์ของวัคซีน วัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ทำให้เป็นหวัด ปัจจุบันมีการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่หลายชนิด […]

ชัวร์ก่อนแชร์: ฉีดวัคซีน เสี่ยงติดไข้หวัดใหญ่มากขึ้น จริงหรือ?

27 สิงหาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลน่าสงสัย : มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อมีการอ้างอิงงานวิจัยที่พบว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ทำให้เสี่ยงติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มากกว่าคนไม่ฉีด 27% นำไปสู่การเรียกร้องให้มีการยุติการรณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในทันที บทสรุป : 1.เป็นข้อกล่าวหาที่อ้างงานวิจัยที่ยังไม่ตีพิมพ์2.Cleveland Clinic ปฏิเสธการด้อยค่าวัคซีน3.ผู้วิจัยเน้นแค่ประสิทธิผลวัคซีนในฤดูกาลแพร่ระบาดที่ผ่านมาเท่านั้น4.หน้าที่หลักของวัคซีนคือการป้องกันป่วยหนักและเสียชีวิต FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : งานวิจัยต้นเรื่อง งานวิจัยที่ถูกอ้างถึงการเปิดโปงความไร้ประสิทธิภาพของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คืองานวิจัยของศูนย์การแพทย์ Cleveland Clinic ที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ medRxiv เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2025 ที่ผ่านมา ทีมวิจัยได้ทดสอบประสิทธิผลวัคซีนไข้หวัดใหญ่กับเจ้าหน้าที่ของ Cleveland Clinic จำนวน 53,402 ราย เป็นระยะเวลา 25 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2024 เป็นต้นมา แบ่งเป็นกลุ่มฉีดวัคซีนและไม่ฉีดวัคซีน โดยบุคลากรที่ฉีดวัคซีนมีทั้งหมด 43,857 […]

ชัวร์ก่อนแชร์: แมวเชื่อมโยงรูปภาพกับคำเร็วกว่าทารก จริงหรือ?

26 สิงหาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลน่าสงสัย : มีข่าวน่าสงสัยเกี่ยวกับแมวเผยแพร่ในต่างประเทศ ที่อ้างว่าแมวมีความสามารถเชื่อมโยงรูปภาพกับคำได้เร็วกว่าทารก บทสรุป : 1.งานวิจัยของญี่ปุ่นพบว่าแมวเชื่อมโยงรูปภาพกับคำได้เร็วกว่าทารก2.งานวิจัยยืนยันว่าความสามารถเข้าใจภาษาไม่ได้จำกัดเฉพาะในมนุษย์เท่านั้น FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : ข้ออ้างดังกล่าวมาจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอาบาซู ประเทศญี่ปุ่น ที่พบว่าแมวมีความสามารถเชื่อมโยงรูปภาพกับคำได้เร็วกว่าทารก จนผลวิจัยถูกนำไปเผยแพร่โดยสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่ง ทั้ง BBC และ Science Alert การเชื่อมโยงรูปภาพกับคำ ถือเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ภาษาของมนุษย์ที่เริ่มพัฒนาในช่วงที่ทารกมีอายุระหว่าง 8-14 เดือน ทีมวิจัยใช้วิธีการทดสอบที่เรียกว่า Switched Stimuli Task เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการเชื่อมโยงรูปภาพกับคำระหว่างแมวกับทารกวัย 15 เดือน มีการนำแมวโตเต็มวัย 31 ตัวมาจ้องภาพในคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป โดยมีเสียงมนุษย์บรรยายประกอบรูปแบบไปด้วย หลังจากดูไปหนึ่งรอบ จึงนำแมวกลับมาดูภาพในแล็ปท็อปอีกครั้ง แต่มีการสลับเสียงบรรยายประกอบภาพให้ต่างจากการทดลองครั้งแรก ปรากฏว่าแมวแสดงอาการสับสนและจ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปนานขึ้น ซึ่งผู้วิจัยชี้ว่าเป็นหลักฐานว่าแมวเชื่อมโยงรูปภาพกับคำบรรยายในการทดลองครั้งแรกไปแล้ว ขณะที่ทารกวัย 14 เดือน ต้องทำแบบทดสอบ 16-20 […]

ชัวร์ก่อนแชร์: เลี้ยงหมา-แมว ยิ่งทำให้โลกร้อน จริงหรือ?

25 สิงหาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลน่าสงสัย : มีข่าวสร้างความกังวลต่อการเลี้ยงสุนัขและแมวเผยแพร่ในต่างประเทศ ที่อ้างว่า การมีสัตว์เลี้ยง 1 ตัวปลดปล่อยปริมาณคาร์บอนเท่ากับการเป็นเจ้าของรถยนต์ 1 คัน และอ้างว่าสื่อที่สนับสนุนความเชื่อเรื่องโลกร้อนแนะนำให้ประชาชนละเว้นการเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง เพื่อยับยั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย บทสรุป : 1.การปลดปล่อยคาร์บอนจากการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงมีแค่ 1-3% จากอุตสาหกรรมอาหารโดยรวม2.การเลี้ยงสุนัข 1 ตัวปลดปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าการเป็นเจ้าของรถยนต์ถึง 5 เท่า FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : หัวข้อข่าวทำให้เข้าใจผิด ข้ออ้างว่าสื่อแนะนำให้คนเลิกเลี้ยงสัตว์เพื่อยับยั้งภาวะโลกร้อน มาจากบทความเรื่อง The case against pets: is it time to give up our cats and dogs? เผยแพร่ทางเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Guardian เมื่อปี […]

ชัวร์ก่อนแชร์: ติดเชื้อไข้ขี้แมว ทำให้หิวมากขึ้น จริงหรือ?

22 สิงหาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลน่าสงสัย : มีข่าวสร้างความกังวลต่อการเลี้ยงแมวเผยแพร่ในต่างประเทศ เมื่อมีการอ้างว่าโรคไข้ขี้แมวซึ่งเป็นการติดเชื้อจากปรสิตที่อยู่ในอุจจาระแมว นอกจากจะเป็นอันตรายแล้ว ยังกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนความหิว นำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ มากมาย เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อกระตุก ซึมเศร้า ผิวแห้ง โรคสะเก็ดเงิน และกระทบการนอนหลับ บทสรุป : 1.โรคไข้ขี้แมว เกิดจากการติดเชื้อไข่ปรสิตในอุจจาระของแมว2.โรคไข้ขี้แมวจะเป็นอันตรายในกลุ่มสตรีมีครรภ์และผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง3.โรคไข้ขี้แมวไม่ส่งผลต่อฮอร์โมนความหิว4.ความเข้าใจผิดถูกเผยแพร่โดยผู้ค้าอาหารเสริมลดน้ำหนัก FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : โรคไข้ขี้แมว หรือ Toxoplasmosis เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัว Toxoplasma Gondii ซึ่งมักพบเป็นไข่ปรสิตอยู่ในอุจจาระของสัตว์ตระกูลแมว หรือสัมผัสน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อดังกล่าว รวมถึงการพบในอาหารที่ปรุงไม่สุก ข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าแมวที่ติดเชื้อ Toxoplasma Gondii จะมีอาการอ่อนแรง มีไข้สูง ท้องเสีย สั่น เบื่ออาหาร หายใจลำบาก กระวนกระวาย […]

ชัวร์ก่อนแชร์: เสี่ยงพิการ หากถูกสุนัข-แมวเลียแขนขา จริงหรือ?

20 สิงหาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลน่าสงสัย : มีข่าวสร้างความกังวลต่อการเลี้ยงสุนัขและแมวเผยแพร่ในต่างประเทศ เมื่อมีการอ้างถึงความเสี่ยงการถูกตัดอวัยวะหากปล่อยให้สุนัขและแมวเลียแขนขา เพราะในปากของสุนัขและแมวมีเชื้อแบคทีเรีย หากเข้าสู่กระแสเลือดอาจก่อให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะลิ้นของแมวมีลักษณะเป็นหนาม แค่ถูกเลียก็สามารถทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียได้แล้ว บทสรุป : 1.มีรายงานข่าวชาวอเมริกัน 2 รายถูกตัดมือและขาเพราะถูกสุนัขเลีย แต่โอกาสเกิดได้น้อยมาก2.ลิ้นของแมวไม่บาดผิวและโอกาสติดเชื้อจากการถูกเลียมีน้อยมาก3.โอกาสรับเชื้อแบคทีเรียจากน้ำลายสุนัขมีน้อยมาก FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : ข่าวชาวอเมริกันถูกตัดมือและขาเพราะถูกสุนัขเลีย เมื่อปี 2018 เกร็ก แมนทูเฟล ช่างทาสีชาวอเมริกันวัย 48 ปี ต้องถูกตัดมือและขาทั้ง 2 ข้าง พร้อมกับบางส่วนของจมูก เนื่องจากร่างกายติดเชื้อแบคทีเรียจากน้ำลายสุนัข โดยแมนทูเฟลเป็นเจ้าของ เอลลี สุนัขพันธุ์พิตบูลที่ครอบครัวเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข ปี 2019 มารี เทรนเนอร์ เจ้าของร้านทำผมและบาร์ชาวอเมริกัน ต้องถูกตัดมือและขาทั้ง 2 ข้างเช่นกัน หลังติดเชื้อแบคทีเรียจากน้ำลายสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ด 2 ตัวที่เธอเลี้ยงที่บ้าน […]

ชัวร์ก่อนแชร์: โดนัลด์ ทรัมป์ เคยยอมรับเป็นเสือผู้หญิง จริงหรือ?

19 สิงหาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลน่าสงสัย : มีข้ออ้างน่าสงสัยเกี่ยวกับ โดนัลด์ ทรัมป์ และคดี Epstein Files เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เคยยอมรับในรายการโชว์เมื่อปี 2006 ว่า ตนเองเคยเป็นนักล่าทางเพศหรือ Sexual Predator บทสรุป : 1.โดนัลด์ ทรัมป์ เคยออกรายการของ ฮาเวิร์ด สเติร์น และยอมรับตนเองเป็น Sexual Predator2.แต่ยังไม่มีหลักฐานใดยืนยันได้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นลูกค้าของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : ข้ออ้างดังกล่าว เชื่อมโยงไปยังคลิปบทสัมภาษณ์ที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ไปออกรายการ The Howard Stern […]

ชัวร์ก่อนแชร์: WSJ เผยแพร่ภาพวาดเปลือยที่ทรัมป์ส่งให้เอปสตีน จริงหรือ?

18 สิงหาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลน่าสงสัย : มีข้ออ้างน่าสงสัยเกี่ยวกับ โดนัลด์ ทรัมป์ และคดี Epstein Files เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อมีการเผยแพร่ลายเส้นจำลองเรือนร่างของผู้หญิง โดยอ้างว่าเป็นรูปที่ โดนัลด์ ทรัมป์ วาดประกอบข้อความอวยพรวันเกิดให้กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน จำเลยคดีค้าประเวณีผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal นำมาเผยแพร่จนสร้างความไม่พอใจให้กับ โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างมาก บทสรุป : 1.WSJ อ้างเนื้อหาจดหมายอวยพรวันเกิดที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งให้ เจฟฟรีย์ เอปสตีน2.แต่ข่าวต้นฉบับไม่ได้นำเสนอจดหมายตัวจริงแต่อย่างใด ภาพที่แชร์ทางออนไลน์จึงเป็นสิ่งที่จำลองขึ้นมาเท่านั้น3.โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะฟ้องร้อง Wall Street Journal เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายถึงหมื่นล้านดอลลาร์ FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : […]

ชัวร์ก่อนแชร์: โดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ในบัญชีลูกค้า เจฟฟรีย์ เอปสตีน จริงหรือ?

16 สิงหาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลน่าสงสัย : มีข้ออ้างน่าสงสัยเกี่ยวกับ โดนัลด์ ทรัมป์ และคดี Epstein Files เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อ อีลอน มัสก์ โพสต์ข้อความทางบัญชี X ส่วนตัวเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2025 โดยอ้างว่า โดนัลด์ ทรัมป์ คือหนึ่งในลูกค้าที่อยู่ในรายชื่อของ Epstein Files และเป็นเหตุผลว่าทำไม Epstein Files จึงไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณชน บทสรุป : 1.พบชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ในบันทึกรายชื่อผู้โดยสารเครื่องบินส่วนตัวและบันทึกรายชื่อผู้ติดต่อของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน2.แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ คือลูกค้าของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : […]

ชัวร์ก่อนแชร์: โดนัลด์ ทรัมป์ เคยสนิทกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน จริงหรือ?

15 สิงหาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลน่าสงสัย : มีข้ออ้างน่าสงสัยเกี่ยวกับ โดนัลด์ ทรัมป์ และคดี Epstein Files เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อมีการอ้างว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เคยมีความสนิทสนมกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ในสมัยที่เอปสตีนยังมีชีวิตและก่อคดีค้าประเวณีผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยหลักฐานคือรูปภาพที่ทั้งสองถ่ายร่วมกัน บทสรุป : 1.มีหลักฐานภาพถ่ายและบทสัมภาษณ์ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ เจฟฟรีย์ เอปสตีน อย่างชัดเจน2.ภายหลังที่ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ถูกดำเนินคดีค้าประเวณีเด็ก โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ปฏิเสธความสัมพันธ์กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : มีหลักฐานภาพถ่ายและบทสัมภาษณ์ในอดีตที่ยืนยันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ และ เจฟฟรีย์ เอปสตีน มีความสนิทสนมกัน […]

1 2 3 45