“แคร์รี หล่ำ” ประกาศไม่ลงชิงตำแหน่งผู้นำฮ่องกงอีกสมัย

ฮ่องกง 4 เม.ย. – นางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง เผยวันนี้ว่า เธอจะไม่ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของฮ่องกงเป็นสมัยที่สอง เพราะต้องการกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว


การแถลงข่าวของนางหล่ำมีขึ้นในขณะที่สื่อของฮ่องกงรายงานว่า นายจอห์น หลี่ หัวหน้าสำนักเลขาธิการรัฐบาลฮ่องกง เตรียมลาออกจากตำแหน่งเพื่อลงสมัครชิงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของฮ่องกงที่มีกำหนดจัดเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยคาดว่านายหลี่จะกลายเป็นตัวเต็งผู้นำฮ่องกงคนใหม่ นางหล่ำเผยในงานแถลงข่าวว่า เธอจะไม่ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของฮ่องกงเป็นสมัยที่สอง เนื่องจากเหตุผลด้านครอบครัว เธอเคยบอกกับทุกคนมาก่อนว่า ตอนนี้ครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต และถึงเวลาที่เธอจะต้องกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวแล้ว

จอห์น หลี่

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า นายหลี่ วัย 64 ปี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงในช่วงที่เกิดเหตุประท้วงรุนแรงเพื่อสนับสนุนประชาธิปไตยของฮ่องกงในปี 2562 ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดลำดับที่สองของฮ่องกงในปีก่อน โดยที่นักวิเคราะห์หลายรายให้ความเห็นว่าเป็นสัญญาณชี้ว่าจีนให้ความสำคัญด้านความมั่นคงของฮ่องกงมากกว่าด้านการเงินหรือเศรษฐกิจ ด้านนายหลี่ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานข่าวดังกล่าวในทันที ก่อนหน้านี้ ฮ่องกงได้ประกาศเลื่อนการเลือกตั้งผู้นำสูงสุดของฮ่องกงออกไปเป็นวันที่ 8 พฤษภาคม จากกำหนดเดิม 27 มีนาคม เพื่อให้รัฐบาลฮ่องกงมีเวลารับมือกับสถานการณ์ระบาดรุนแรงของโรคโควิด-19 ที่ทำให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 1.17 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 8,100 คน. -สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า

เครื่องจักรหนักทำงานต่อ เน้นรื้อถอนซากอาคาร โซน D

ช่วงบ่ายวันนี้ เครื่องจักรหนักเริ่มทำงานต่อ เน้นเคลียร์รื้อถอนซากอาคาร โซน D พร้อมเจาะหาโพรงเข้าหาผู้สูญหายเพิ่ม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่