fbpx

ญี่ปุ่นมียอดผู้ป่วยโควิดสูงสุดในโลก 3 สัปดาห์ติด

โตเกียว 11 ส.ค. – ญี่ปุ่นพบผู้ป่วยโควิดรายใหม่รอบวันที่ 1-7 สิงหาคม เกือบ 1.5 ล้านคน สูงที่สุดในโลกเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน และคิดเป็นร้อยละ 20 ของยอดผู้ป่วยโควิดทั่วโลกกว่า 6.9 ล้านคน องค์การอนามัยโลกเผยแพร่รายงานอัปเดตสถานการณ์โควิดประจำสัปดาห์ในวันพุธว่า ญี่ปุ่นพบผู้ป่วยโควิดรายใหม่รอบวันที่ 1-7 สิงหาคม จำนวน 1,496,968 คน สูงที่สุดในโลกเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน และคิดเป็นร้อยละ 20 ของยอดผู้ป่วยโควิดทั่วโลก นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีผู้เสียชีวิตจากโควิดในรอบสัปดาห์ดังกล่าว 1,002 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 53 จากสัปดาห์ก่อน สูงเป็นอันดับที่ 4 ของโลก รองจากสหรัฐ บราซิล และอิตาลี ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกระบุว่า ทั่วโลกมียอดผู้ป่วยโควิดในรอบสัปดาห์ดังกล่าว 6,980,516 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากสัปดาห์ก่อน รายงานขององค์การอนามัยโลกยังระบุว่า […]

ฝรั่งเศสเร่งดับไฟป่าทางตะวันตกเฉียงใต้เป็นวันที่ 3

บอร์โดซ์ 11 ส.ค. – เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 1,000 นาย และเครื่องบินดับเพลิง กำลังเร่งควบคุมไฟป่ารุนแรงในพื้นที่ใกล้เมืองบอร์โดซ์ ในจังหวัดฌีรงด์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เป็นวันที่สามติดต่อกัน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดต่อเนื่อง สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 1,000 นาย และเครื่องบินดับเพลิง กำลังเร่งควบคุมไฟป่ารุนแรงในพื้นที่ใกล้เมืองบอร์โดซ์ ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องไร่องุ่นและไวน์ เป็นวันที่สามติดต่อกัน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด ไฟป่าในจังหวัดฌีรงด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในไฟป่าขนาดใหญ่ที่กำลังลุกลามในฝรั่งเศส ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย บ้านเรือนกว่าสิบหลังถูกทำลาย และเผาไหม้พื้นที่ป่ากว่า 42,500 ไร่ ขณะที่นายกรัฐมนตรีเอลิซาเบธ บอร์น ของฝรั่งเศส มีกำหนดลงพื้นที่ไฟป่าในเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่ของทางการฝรั่งเศสระบุว่า ฝรั่งเศสอาจเผชิญกับอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น และมีอุณหภูมิอยู่ในระดับดังกล่าวต่อเนื่องไปจนถึงวันเสาร์ ขณะนี้ฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับภัยแล้งครั้งใหญ่จากคลื่นความร้อนระลอกที่ 4 ในช่วงฤดูร้อนนี้ ก่อนหน้านี้จังหวัดฌีรงด์เคยเกิดเหตุไฟป่าครั้งใหญ่มาแล้วในเดือนกรกฎาคม และมีพื้นที่ป่าถูกเผาไหม้กว่า 125,000 ไร่ จนทำให้ทางการต้องอพยพประชาชนเกือบ 40,000 คน ออกจากที่อยู่อาศัย.-สำนักข่าวไทย

ยูเครนเผยรัสเซียยิงจรวด 120 ลูกถล่มทหาร-พลเรือน

เคียฟ 11 ส.ค. – ยูเครนเผยว่า รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารและพลเรือนเพื่อเดินหน้ายึดแคว้นลูฮันสก์และแคว้นโดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ให้ได้ทั้งหมด ด้วยการยิงจรวด 120 ลูกถล่มพื้นที่รอบเมืองนิโคปอลในแคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์เมื่อคืนวันพุธ นายวาเลนติน เรซนีเชนโก ผู้ว่าการแคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์ ทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกของยูเครน ระบุว่า รัสเซียได้ยิงจรวด ‘แกรด’ (Grad rockets) 120 ลูกถล่มพื้นที่รอบเมืองนิโคปอลเมื่อคืนวันพุธ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และผู้บาดเจ็บ 7 คน ขณะที่กองเสนาธิการของยูเครนเผยเมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นว่า รัสเซียกำลังตั้งเป้าบุกยึดพื้นที่ของแคว้นลูฮันสก์และโดเนตสก์ให้ได้ทั้งหมด โดยอ้างว่ารัสเซียได้โจมตีเป้าหมายทางทหารและเขตชุมชนกว่า 60 แห่ง ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ ซึ่งมีรัสเซียหนุนหลัง เผยว่า กองทัพรัสเซียและกองกำลังแบ่งแยกดินแดนสามารถบุกยึดเมืองปิสกี ซึ่งเป็นเมืองด่านหน้าและตั้งอยู่ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของแคว้นโดเนตสก์ราว 10 กิโลเมตร ไว้ได้แล้ว อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ของยูเครนปฏิเสธว่าเมืองปิสกียังไม่ได้ตกเป็นของรัสเซีย ส่วนที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครนระบุว่า การเข้าบุกยึดเมืองปิสกีของรัสเซียไม่ประสบผลสำเร็จ.-สำนักข่าวไทย  

หลายเมืองของจีนยังคงใช้มาตรการล็อกดาวน์สกัดโควิด

ปักกิ่ง 11 ส.ค. – หลายเมืองของจีนประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์และข้อจำกัดครั้งใหม่ในวันนี้ เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น เมืองอี้วู ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกในมณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน ประกาศในวันนี้ให้ประชาชนส่วนใหญ่ห้ามออกนอกพื้นที่กำหนด และสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลา 3 วัน นอกจากนี้ทางการเมืองอี้วูยังสั่งปิดสถานที่สาธารณะทั้งหมดเป็นเวลา 3 วันเช่นกัน ยกเว้นโรงพยาบาลและสถานบริการที่จำเป็น เมืองอี้วู ซึ่งมีประชากร 1.9 ล้านคน กลายเป็นเมืองล่าสุดที่ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่หลายเมืองของจีนยังคงสั่งให้ประชาชนห้ามออกนอกบ้าน ยกเว้นผู้ที่มีเหตุจำเป็น เช่น ไปตรวจหาเชื้อโควิด ซื้อข้าวของเครื่องใช้ หรือไปโรงพยาบาล ในขณะเดียวกันทางการเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกของจีน อนุญาตให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 3 เมืองของจังหวัดอักซู ออกจากบ้านไปทำงานได้ แต่ยังคงใช้คำสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน ยกเว้นผู้มีกิจธุระจำเป็นเท่านั้น และยังไม่มีกำหนดยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าว ขณะที่หลายพื้นที่สำคัญในนครอุรุมชีของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ก็ยังคงอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์เป็นเวลา 5 วัน โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อวันพุธ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนรายงานวันนี้ว่า จีนพบผู้ป่วยโควิดรายใหม่ 1,993 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยที่มีอาการป่วย 614 คน และผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ 1,379 คน แต่ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า […]

กรุงโซลของเกาหลีใต้เตรียมแบนอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดิน

โซล 11 ส.ค. – กรุงโซลของเกาหลีใต้กำลังพิจารณาแผนห้ามก่อสร้างอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดิน หลังเหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมกรุงโซลทำให้มีประชาชนอย่างน้อย 4 คนเสียชีวิตจากการจมน้ำในอพาร์ตเมนต์ลักษณะดังกล่าว ซึ่งถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความเหลื่อมล้ำทางสังคมในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ‘พาราไซต์’ (Parasite) กรุงโซลระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่า กำลังพิจารณาแผนห้ามก่อสร้างที่พักอาศัยชั้นใต้ดินและชั้นกึ่งใต้ดินหลังจากที่ได้ประสานงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ร่วมกับรัฐบาลเกาหลีใต้ เจ้าของที่พักอาศัยชั้นใต้ดินและชั้นกึ่งใต้ดินจะมีเวลา 10-20 ปีในการรื้อถอนที่พักลักษณะนี้ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘พันจีฮา’ (banjiha) ประกาศของทางการกรุงโซลมีขึ้นหลังจากหลายพื้นที่ในกรุงโซลต้องเผชิญกับเหตุฝนตกหนักครั้งใหญ่ในช่วงต้นสัปดาห์จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 คน ทั้งนี้ ข้อมูลของทางการกรุงโซลระบุว่า กรุงโซลมีที่พักอาศัยชั้นใต้ดินและชั้นกึ่งใต้ดินราว 200,000 ห้อง หรือคิดเป็นร้อยละ 5 ของที่อยู่อาศัยทั้งหมด สื่อท้องถิ่นของเกาหลีใต้รายงานว่า มีประชาชน 4 คนที่เสียชีวิตจากการจมน้ำในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดิน ได้แก่ ครอบครัวหนึ่งที่มีสมาชิกเป็นหญิงอายุ 40-49 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับน้องสาวและหลานสาววัยรุ่นในย่านที่อยู่ไม่ไกลจากเขตกังนัมของเกาหลีใต้ และมีหญิงอายุ 50-59 ปีอีก 1 คนที่เสียชีวิตจากการจมน้ำในที่พักลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ อพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเหลื่อมล้ำในสังคมเกาหลีใต้ในภาพยนตร์เรื่อง ‘พาราไซต์’ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อไทยว่า ‘ชนชั้นปรสิต’ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายหลังออกฉายในปี 2562 และสร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ 2020.-สำนักข่าวไทย

ภาพดาวเทียมชี้ฐานทัพอากาศรัสเซียในไครเมียเสียหายหนัก

ไครเมีย 11 ส.ค. – ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นว่า เหตุระเบิดบนคาบสมุทรไครเมียในช่วงต้นสัปดาห์ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และมีเครื่องบินรบของรัสเซียที่จอดอยู่ในฐานทัพอากาศไครเมียเสียหายหลายลำ ภาพถ่ายดาวเทียมของแพลเน็ต แล็บส์ (Planet Labs) บริษัทเครือข่ายดาวเทียมเชิงพาณิชย์ของสหรัฐ แสดงให้เห็นภาพพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ไหม้เกรียมเป็นวงกว้างหลังเกิดเหตุระเบิดเมื่อวันอังคารที่ฐานทัพอากาศซากี (Saky) บนคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งรัสเซียผนวกเป็นส่วนหนึ่งในปี 2557 จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน ขณะที่ลานบินหลักของฐานทัพดูเหมือนไม่ได้รับความเสียหาย แต่มีเครื่องบินรบอย่างน้อย 8 ลำที่เสียหายหรือถูกทำลาย และมองเห็นหลุมลึกหลายหลุมที่เกิดจากแรงระเบิด ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งหนึ่งในฐานทัพอากาศซากี ซึ่งใช้เป็นลานจอดเครื่องบินจำนวนมากและตั้งอยู่ห่างจากโรงเก็บเครื่องบิน บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ หรือบีบีซี ระบุว่า ภาพถ่ายดาวเทียมก่อนและหลังเกิดเหตุระเบิดดังกล่าวของแพลเน็ต แล็บส์ นับเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ยืนยันได้ว่าฐานทัพอากาศซากีอาจได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิด เนื่องจากในขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้น และยังไม่มีความชัดเจนว่าฐานทัพดังกล่าวได้รับความเสียหายจากเหตุใด ขณะที่รัสเซียยืนยันว่า เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นจากการระเบิดของกระสุนในคลังอาวุธ เนื่องจากมีการฝ่าฝืนข้อกำหนดด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัย ส่วนยูเครนยังไม่ได้ระบุว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว แต่กระทรวงกลาโหมของยูเครนชี้ว่าทหารรัสเซียที่ขาดความระมัดระวังเป็นต้นเหตุให้เกิดระเบิดขึ้น.-สำนักข่าวไทย

“คิม จอง อึน” ประกาศชัยชนะเหนือโควิด

เปียงยาง 11 ส.ค. – นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ประกาศชัยชนะในการรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 ในวันนี้ ขณะที่คิม โย จอง น้องสาวของผู้นำเกาหลีเหนือเผยว่า นายคิมเคยป่วยเป็นไข้และให้คำมั่นว่าจะใช้มาตรการตอบโต้เกาหลีใต้อย่างรุนแรง เพราะเชื่อว่าเกาหลีใต้เป็นต้นเหตุที่ทำให้โควิดระบาดในเกาหลีเหนือ สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือเคซีเอ็นเอ ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานวันนี้ว่า นายคิมได้ประกาศชัยชนะในการรับมือกับการระบาดของโรคโควิด พร้อมทั้งสั่งยกเลิกการใช้มาตรการเข้มงวดควบคุมโรคโควิดที่ประกาศใช้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ระบุว่า ประชาชนเกาหลีเหนือยังคงต้องยกการ์ดสูงและช่วยกันรับมือการระบาดในครั้งนี้จนกว่าโรคโควิดจะถึงจุดสิ้นสุดทั่วโลก สำนักข่าวเคซีเอ็นเอยังรายงานอ้างคำพูดของคิม โย จอง น้องสาวของผู้นำเกาหลีเหนือว่า นายคิมเคยมีอาการป่วยและมีไข้ ซึ่งนับเป็นการเปิดเผยครั้งแรกว่านายคิมอาจติดเชื้อโควิด แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพของเขา ทั้งยังกล่าวโทษใบปลิวจากเกาหลีใต้ที่ถูกส่งข้ามพรมแดนมาในเกาหลีเหนือว่าเป็นต้นเหตุการระบาดของโรคโควิด ในขณะเดียวกัน กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ ระบุในแถลงการณ์วันนี้ว่า เกาหลีใต้รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่เกาหลีเหนือมักกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานว่าเกาหลีใต้เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคโควิดในเกาหลีเหนือ รวมถึงการที่เกาหลีเหนือมักใช้ถ้อยคำกล่าวโจมตีและใส่ร้ายเกาหลีใต้อย่างรุนแรง ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เกาหลีเหนือไม่เคยเปิดเผยตัวเลขผู้ป่วยโควิด เนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์ตรวจหาเชื้อ แต่กลับรายงานตัวเลขผู้ป่วยที่มีอาการไข้แทน ขณะนี้ เกาหลีเหนือมีผู้ป่วยมีไข้สะสมกว่า 4.77 ล้านคน และไม่พบผู้ป่วยมีไข้รายใหม่นับตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม.-สำนักข่าวไทย

พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส “เลย์วี” หลายสิบในจีนจากหนูผี

ปักกิ่ง 10 ส.ค. – คณะนักวิทยาศาสตร์ของจีน สิงคโปร์ และออสเตรเลีย เผยแพร่ผลสืบสวนโรคขั้นต้นพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสใหม่ชื่อ ‘ลางยา เฮนิปาไวรัส’ (Langya henipavirus) หรือเลย์วี (LayV) จำนวนหลายสิบคนในจีน คณะนักวิทยาศาสตร์ของจีน สิงคโปร์ และออสเตรเลีย เผยแพร่ผลสืบสวนโรคขั้นต้นที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ (The New England Journal of Medicine) เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเลย์วีครั้งแรกในพื้นที่หลายจังหวัดของมณฑลซานตงและเหอหนาน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2561 แต่คณะนักวิทยาศาสตร์เพิ่งพบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เชื้อไวรัสเลย์วีมีแนวโน้มแพร่ระบาดจากสัตว์สู่คน คณะนักวิทยาศาสตร์ได้นำสัตว์ป่ามาตรวจหาเชื้อไวรัสเลย์วี และพบการติดเชื้อในหนูผีร้อยละ 25 จากทั้งหมด 262 ตัว ผลวิจัยในครั้งนี้ชี้ว่า หนูผี (shrew) อาจเป็นพาหะในการแพร่เชื้อตามธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังพบแพะร้อยละ 2 และสุนัขร้อยละ 5 ติดเชื้อไวรัสเลย์วีอีกด้วย ผลวิจัยดังกล่าวยังพบว่า ไวรัสเลย์วีทำให้ผู้ป่วยมีอาการไข้สูง อ่อนเพลีย ไอ เบื่ออาหาร และปวดกล้ามเนื้อ โดยพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเลย์วีในจีน […]

สวนสัตว์ปากีสถานล้มแผนเปิดประมูลสิงโตแล้ว

สวนสัตว์ในปากีสถานประกาศยกเลิกแผนเปิดประมูลสิงโต 12 ตัวให้แก่ผู้สนใจซื้อ โดยให้เหตุผลว่าจะเปลี่ยนไปใช้วิธีขยายพื้นที่อยู่อาศัยของสิงโตให้กว้างขึ้นแทน หลังกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ออกมาตำหนิแผนประมูลสิงโตของสวนสัตว์แห่งนี้

“อีลอน มัสก์” ขายหุ้นเทสลากว่า 7.9 ล้านหุ้น

แคลิฟอร์เนีย 10 ส.ค. – อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ของเทสลา บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดัง เผยว่า เขาได้ขายหุ้นเทสลาจำนวน 7.92 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 6,880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (244,000 ล้านบาท) บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ หรือบีบีซี รายงานว่า เทสลาได้ยื่นเอกสารต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐที่ระบุว่า มัสก์ได้ขายหุ้นเทสลาจำนวน 7.92 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 6,880 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 5, 8 และ 9 สิงหาคม หลังเสร็จสิ้นการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของเทสลาเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่มัสก์เผยผ่านทวิตเตอร์ว่า เขาขายหุ้นเทสลาจริง เนื่องจากจำเป็นต้องมีเงินสดสำรองไว้ในกรณีที่เขาถูกบังคับให้ซื้อกิจการทวิตเตอร์มูลค่า 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.56 ล้านล้านบาท) ทั้งยังระบุว่า เขาจะกลับมาซื้อหุ้นเทสลาอีกครั้ง หากไม่ถูกบีบให้ซื้อกิจการทวิตเตอร์ ก่อนหน้านี้ มัสก์เผยว่า เขาได้ยกเลิกแผนซื้อกิจการทวิตเตอร์ จนทำให้ทวิตเตอร์ต้องยื่นฟ้องมัสก์ในข้อหาละเมิดข้อตกลงซื้อกิจการทวิตเตอร์มูลค่า 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มัสก์กล่าวหาทวิตเตอร์ว่าไม่ยอมให้ข้อมูลบัญชีปลอม จนเป็นเหตุให้เขาตัดสินใจไม่ซื้อกิจการ ด้านผู้พิพากษาของสหรัฐระบุเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า การพิจารณาคดีข้อพิพาทระหว่างมัสก์กับทวิตเตอร์จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมนี้.-สำนักข่าวไทย

เผยอดีตผู้นำศรีลังกาจะเดินทางมาไทยหาที่พักชั่วคราว

สิงคโปร์ 10 ส.ค. – แหล่งข่าวไม่เผยนามระบุว่า อดีตประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา ของศรีลังกา จะเดินทางมาประเทศไทยในวันพฤหัสบดี เพื่อหาที่พักชั่วคราวในประเทศไทย หลังพำนักอยู่ในสิงคโปร์มาเป็นระยะเวลาหนึ่งนับตั้งแต่หลบหนีออกจากศรีลังกาในเดือนกรกฎาคมเพราะถูกประชาชนบุกยึดทำเนียบและกดดันให้ออกจากตำแหน่ง สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวไม่เผยนาม 2 คนที่ระบุว่า อดีตประธานาธิบดีราชปักษาจะเดินทางออกเดินทางจากสิงคโปร์ถึงกรุงเทพมหานครในวันพฤหัสบดี เพื่อหาที่พักชั่วคราวในประเทศไทย หลังถูกประชาชนบุกยึดทำเนียบและกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง จนทำให้เขาต้องหลบหนีออกจากศรีลังกาไปมัลดีฟส์ก่อนออกเดินทางถึงสิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม และยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่งต่อรัฐสภาศรีลังกา ขณะที่นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ไม่ขอแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีรานิล วิกรมสิงเห ของศรีลังกา กล่าวกับหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ของสหรัฐ ในช่วงต้นเดือนนี้ว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่อดีตประธานาธิบดีราชปักษาจะเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากอาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองปะทุขึ้นอีกครั้ง และเขายังไม่ได้รับรายงานว่าอดีตผู้นำศรีลังกาจะเดินทางกลับประเทศในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ นายวิกรมสิงเห ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีศรีลังกาในขณะที่อดีตประธานาธิบดีราชปักษาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ ได้รับเลือกจากรัฐสภาศรีลังกาให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ต่อจากอดีตประธานาธิบดีราชปักษา.-สำนักข่าวไทย

หญิงต่างชาติช็อกเจอคางคกในกระเป๋าจากไทยไปเวลส์

คาร์ดิฟฟ์ 10 ส.ค. – นักศึกษามหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ของเวลส์ในสหราชอาณาจักร รู้สึกตกใจอย่างมากเมื่อพบคางคกอยู่ในกระเป๋าเดินทางหลังจากที่เธอเดินทางกลับมาจากประเทศไทย ซึ่งใช้เวลาเดินทางนานถึง 36 ชั่วโมงและเป็นระยะทางไกลกว่า 9,600 กิโลเมตร ฮันนาห์ ทูเรียน นักศึกษามหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ของเวลส์ กล่าวกับเว็บไซต์ข่าวเวลส์ออนไลน์ว่า เธอได้เดินทางไปเป็นอาสาสมัครที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเพิ่งเดินทางกลับถึงบ้านในเวลส์ เธอหยิบข้าวของเครื่องใช้จำเป็นบางส่วนออกมาจากกระเป๋าเดินทาง แต่ก็ไม่ได้สังเกตเห็นอะไรผิดปกติ เช้าวันต่อมา ในระหว่างที่เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับแม่ ก็ได้ยินเสียงและเห็นอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวในกระเป๋าเดินทาง เธอจึงรีบปิดกระเป๋า วิ่งออกจากห้องนอน พร้อมกรีดร้องเสียงดัง เพื่อนร่วมบ้านของเธอตกใจตื่นขึ้นมาและช่วยยกกระเป๋าเดินทางไปไว้ในห้องน้ำ เมื่อทั้งสองเปิดกระเป๋าก็พบว่ามีคางคกตัวหนึ่งกระโดดออกมา เธอรู้สึกกลัวมาก เพราะรู้มาว่าสัตว์บางชนิดในประเทศไทยเป็นสัตว์อันตราย และไม่แน่ใจว่าคางคกตัวนี้มีพิษหรือไม่ อย่างไรก็ดี ฮันนาห์ได้ตั้งชื่อคางคกตัวนี้ว่า ร็อบเบิร์ต (Robbert) ทั้งยังระบุว่า คางคกตัวนี้อยู่ในกระเป๋าเดินทางบนเที่ยวบิน 13 ชั่วโมง และติดอยู่ในนั้นเป็นเวลารวมทั้งหมด 35 ชั่วโมงนับตั้งแต่ที่เธอเดินทางออกจากประเทศไทยมาถึงบ้านในนครคาร์ดิฟฟ์ของเวลส์ อย่างไรก็ดี หญิงสาวชื่อ ‘แจ็คกี้’ ซึ่งมีรสนิยมเลี้ยงและอุปการะสัตว์แปลก ๆ เช่น กิ้งก้าเบียร์ดดรากอน (bearded dragon) ตุ๊กแกลายเสือดาว และอิกัวนาแดง ได้อาสาเข้ามาช่วยเหลือฮันนาห์และนำคางคกตัวนี้ไปเลี้ยงต่อ โดยตั้งชื่อใหม่ให้มันว่า ‘ออซซี’ […]

1 2 3 256