ซีไอเอ็มบีไทยคาดเงินบาทแข็งค่า 29.50 บาทปลายปีนี้

พนมเปญ 17 ม.ค. – ซีไอเอ็มบีไทยคาดเงินบาทปลายปีเคลื่อนไหวประมาณ 29.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเศรษฐกิจไทยปีนี้โตร้อยละ 2.7 ส่งออกในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐโตร้อยละ 2


นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ประเมินเงินบาทยังมีความเสี่ยงที่จะแข็งค่าต่ำกว่า 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐค่อนข้างสูง โดยปลายปีนี้น่าจะเห็นเคลื่อนไหวอยู่ในระดับประมาณ 29.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากประเทศไทยยังเกินดุลการค้าต่างประเทศในระดับสูง ขณะที่ต่างชาติยังคงนำเงินเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จึงมีความเสี่ยงเงินบาทแข็งค่าตามมา 

สำหรับเศรษฐกิจไทยปีนี้ น่าจะขยายตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาในระดับร้อยละ 2.7 แต่ยังคงเป็นการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศต่อเนื่องมาจากปีที่ผ่านมา ปัจจัยความเสี่ยง คือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน แม้ว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายนักลงทุนยังรอปัจจัยที่จะเข้ามาช่วยสร้างความเชื่อมั่น ส่งผลให้การชะลอตัวทางเศรษฐกิจยังคงมีอยู่ แต่ดีกว่าปีที่ผ่านมา  


ด้านการส่งออกปีนี้ น่าจะฟื้นตัวได้บ้าง โดยครึ่งแรกมีความเสี่ยงที่การส่งออกจะติดลบ จากความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า แต่การส่งออกจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนและมีทิศทางที่ดีขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง และตลอดปีนี้คาดว่าการส่งออกในรูปดอลลาร์สหรัฐจะขยายตัวร้อยละ 2.0 จากปีที่ผ่านมา สิ่งที่จะฟื้นตัวก่อนคือ สินค้าส่งออกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เพราะวัฏจักรการฟื้นตัวเร็วกว่าสินค้ากลุ่มอื่น ๆ ยานยนต์และชิ้นส่วนจะฟื้นตัวตามมา ส่วนสินค้าเกษตรคงมีปัญหาจากเงินบาทแข็งค่า ทำให้ความสามารถในการแข่งขันส่งออกลดลง

สำหรับปัจจัยที่เป็นความหวังช่วยเศรษฐกิจไทยปีนี้ คือ การท่องเที่ยว การบริโภคระดับกลางถึงระดับบนเชื่อว่ายังช่วยขับเคลื่อนได้อยู่ ภาพสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ทำให้นักลงทุนย้ายฐานการลงทุนเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น การลงทุนภาครัฐจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้น หลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านการพิจารณางบประมาณออกมาใช้จ่าย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปีนี้

ด้านนโยบายการเงิน คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับร้อยละ 1.25 ต่อปี และ ธปท.น่าจะพยายามดำเนินนโยบายกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงกว่าขณะนี้ แต่สิ่งสำคัญ คือ ยังคงมีเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในประเทศ ดังนั้น นักลงทุนจะต้องระมัดระวังจุดนี้ด้วย 


นายอมรเทพ กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจกัมพูชาว่า เศรษฐกิจกัมพูชาเติบโตค่อนข้างดี ที่ผ่านมาเติบโตร้อยละ 6- 7 โดยปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจกัมพูชาโตร้อยละ 7 แต่ปี 2563 คาดว่าเศรษฐกิจกัมพูชาจะชะลอลงบ้าง โดยอัตราการขยายตัวน่าจะอยู่ที่ร้อยละ 6.8  สิ่งที่น่าสนใจ คือ คนรายได้ระดับกลางเติบโตค่อนข้างเร็ว จึงเป็นโอกาสเข้ามาลงทุนของนักลงทุนไทย เพื่อผลิตสินค้าและบริการต่าง ๆ ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคกัมพูชาที่มีพฤติกรรมต้องการบริโภคสินค้าและบริการแบบเดียวกันกับที่คนไทยนิยม 

ด้านการลงทุนของกัมพูชา ขณะนี้พบว่ามีการย้ายฐานการลงทุนของต่างชาติเข้ามาค่อนข้างมาก เพราะยังมีความได้เปรียบเรื่องค่าแรงต่ำ ด้านท่องเที่ยวต่างชาติก็เข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น การก่อสร้างก็เติบโตขึ้นมากโดยเฉพาะในเขตเมือง เพื่อรองรับการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการลงทุน ส่วนสินค้าเกษตรกัมพูชายังคงที่มีต้นทุนทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากและยังคงอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม กัมพูชายังมีปัจจัยเสี่ยงด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยังพัฒนาไม่มาก อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบต่าง ๆ ของภาคราชการ อีกปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงล่าสุด คือ ขณะนี้ทางสหภาพยุโรป (อียู) อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะตัดการให้สิทธิพิเศษทางภาษีกัมพูชาหรือไม่ หากมีการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีกัมพูชาก็จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไปอียูได้.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า