ผอ.รพ.อ่างทอง เตรียมแจ้งความเอาผิดโจ๋ยกพวกตีกันใน รพ. จนถึงที่สุด

อ่างทอง 11 พ.ย.-ผอ.โรงพยาบาลอ่างทอง เตรียมแจ้งความเอาผิดวัยรุ่นยกพวกตีกันในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลจนถึงที่สุด ไม่มีการยกเว้น เพื่อให้ผู้รับบริการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานมีความปลอดภัย

ความคืบหน้าคดีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตีกันภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทอง เมื่อกลางดึกคืนวานนี้ ตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโรงพยาบาลกว่า 10 คน เข้ามาห้ามปราม แต่ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จนต้องเรียกกำลังเสริมเข้าช่วยเหลือ โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถแยกกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีออกจากกันได้ แต่ยังมีวัยรุ่นทั้งหญิงและชายหลายคนไม่พอใจ ด่าทอตำรวจและเจ้าหน้าโรงพยาบาล สร้างความแตกตื่นให้กับเจ้าหน้าที่และญาติผู้ป่วยเป็นอย่างมาก   

จากการตรวจสอบพบว่าก่อนเกิดเหตุตะลุมบอนกันภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทอง วัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่มมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันบริเวณหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่งตัวเมืองอ่างทอง ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้อย่างชัดเจน พบว่าขณะที่นายสุรเชษ พูลธนาคม อายุ 28 ปี เดินออกจากสถานบันเทิงพร้อมด้วยเพื่อนสาวคนหนึ่ง มีชายวัยรุ่นกว่า 10 คนกรูเข้าทำร้ายนายสุรเชษจนไม่มีทางสู้ โดย 1 ในชายวัยรุ่นใส่เสื้อสีดำ กางเกงขายาว ใช้อาวุธลักษณะคล้ายปืนปากกาจ่อยิงนายสุรเชษ แต่กระสุนด้าน จากนั้นวัยรุ่นอีกนับ 10 คน ได้วิ่งกรูใช้ทั้งขวดและอาวุธรุมทำร้ายนายสุรเชษ จนล้มลงกับพื้น ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของเพื่อนที่เดินออกมาด้วย ถึงแม้จะล้มลงไปนอนกับพื้นแล้ว ยังมีชายวัยรุ่นอีกหลายคนเข้าไปซ้ำจนนายสุรเชษได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล และกลุ่มคู่อริตามไปจนเกิดการชกต่อยกันขึ้นอีก  


ขณะที่นิติกรโรงพยาบาลอ่างทองเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เข้าไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล เบื้องต้นตำรวจสอบสวนและเตรียมขออำนาจศาลขออนุมัติออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 4 คน ข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และก่อเหตุทะเลาะวิวาทในสถานที่ราชการ และเตรียมขยายผลว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมกระทำความผิด เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดี

ล่าสุดตำรวจควบคุมตัวนายนนทชัย สร้างเขต อายุ 29 ปี นายธนาธิป มูรินจันทร์ อายุ 25 ปี และนายบุญประสิทธ์ วีระพงษ์ หรือต้น อายุ 25 ปี ไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอ่างทอง หลังพบว่าทั้ง 3 คน เป็นวัยรุ่นที่เข้าไปก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายสุรเชษ พูลธนาคม ขณะที่นอนรอการรักษาตัวภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทอง เบื้องต้นถูกแจ้งข้อกล่าวหาบุกรุกสถานที่ราชการในเวลากลางคืน ทำร้ายร่างกาย ส่วนกรณีทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย อยู่ระหว่างการสำรวจและเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน และเตรียมนำตัวขออำนาจศาลฝากขังทันที

ด้าน น.ส.กาญจนา สมพงษ์ศรี อายุ 45 ปี มารดาของนายเอ็ม หนึ่งในผู้ต้องหา เดินทางไปสถานีตำรวจพร้อมเพื่อนของผู้ก่อเหตุ บอกว่ารู้สึกตกใจ ไม่คิดว่าลูกตนจะร่วมเหตุการณ์นี้ หลังทราบข่าวจึงรีบเดินทางมาดู ซึ่งปกติบุตรชายของตนไม่ได้อยู่ที่นี่ จะทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่รู้ว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไร ยืนยันลูกชายไม่ใช่คนเกเร คงเพราะเข้าไปช่วยเพื่อนที่ถูกทำร้ายเท่านั้น

ขณะที่ นพ.ประภาส ลี้สุทธิพงศ์เกียรติ ผอ.โรงพยาบาลอ่างทอง ออกหนังสือแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียระบุว่า โรงพยาบาลอ่างทองขอเรียนชี้แจงว่าแนวทางการรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลมีขั้นตอนชัดเจน โดยได้ประสานตำรวจเข้ามาระงับเหตุแล้ว และขอยืนยันว่าโรงพยาบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้รับบริการ แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคน ตามนโยบายของปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้ก่อเหตุความรุนแรงในโรงพยาบาลทุกกรณี ไม่มีการยกเว้น เพื่อให้ผู้รับบริการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานมีความปลอดภัย โรงพยาบาลจึงดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับผู้ก่อเหตุภายในโรงพยาบาลจนถึงที่สุด.-สำนักข่าวไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วัยรุ่นยกพวกตีกันหน้าห้องฉุกเฉิน รพ.อ่างทอง
เร่งเอาผิดวัยรุ่นตีกันในห้องฉุกเฉิน รพ.อ่างทอง
โผล่อีกคลิป โจ๋รุมกระทืบคู่อริหน้าสถานบันเทิงดังอ่างทอง
รวบ 3 ชายตามทำร้ายอริใน รพ.อ่างทอง ค้านประกันตัว


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า