รพ.ดังในสุรินทร์ ลืมผ้าก๊อซในช่องคลอด

สุรินทร์ 13 พ.ค.-รพ.แห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ ยอมรับลืมผ้าก๊อซในช่องคลอดคนไข้ ขณะมาคลอดลูกเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ตามเนื้อหาในเพจดังจริง เบื้องต้นคาดโทษพยาบาลเวรวันเกิดเหตุแล้ว


กรณีมีเพจห้องสืบสวยสยอง ได้โพสต์ข้อความว่า ลืมผ้าก๊อซไว้ในช่องคลอด ผู้เสียหายรายนี้แจ้งว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากโรงพยาบาลใน จ.สุรินทร์ แต่ตรวจพบที่โรงพยาบาลอีกแห่ง เพราะผู้เสียหายมีอาการผิดปกติ จึงไปตรวจหลังคลอด 45 วัน เเล้วสิ่งที่พบในช่องคลอดคือผ้าก๊อซ ตอนตรวจหลังคลอดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ โดยผู้เสียหายระอาการที่เป็นก็มีอะไรปูดๆออกมาจากช่องคลอดเจ็บมาก เเต่ไม่กล้าดึงออกเพราะคิดว่าเป็นเเผลปูดเเผลนูน 


จนไปตรวจหลังคลอด พยาบาลบอกว่ามันมีอะไรคาอยู่พยาบาลเลยดึงออกมาพบว่าเป็นผ้าก๊อซ พยาบาลได้ส่งตัวผู้เสียหายไปพบหมอสูตินรีเวช เพื่อตรวจภายใน หลังตรวจพบว่าเป็นเเผลในมดลูกเยอะมาก คาดเหตุเกิดเมื่อครั้งผู้เสียหายคลอดไปใช้บริการคลอดลูกเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา

จากนั้นทีมข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังผู้ป่วยคนดังกล่าว ทราบว่าทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่วนเรื่อง รพ.คู่กรณีนั้น ได้ติดต่อมาทางตนเพียงครั้งเดียว โดยตนได้ให้ทาง รพ.ติดต่อผ่านทางพี่สาวตน แต่มาจนถึงบัดนี้ ไม่มีการแจ้ง จาก รพ.เลยว่าให้ตนนั้นเข้ามายังไงแล้วให้ทำอย่างไร 

จากนั้นทีมข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยัง พี่สาวของคนไข้รายดังกล่าว ทราบว่า วันนี้มีเจ้าหน้าที่ รพ.ที่เกิดเหตุ โทรมาบอกกับตนว่าให้เข้ามาคุยพร้อมกับทำเรื่องเขียนบันทึก ซึ่งตนเองไม่พอใจบุคคลากรของ รพ.สำโรงทาบเป็นอย่างมาก ในเมื่อมันเกิดเรื่องขึ้น แต่ให้ผู้เสียหายหรือตัวแทนเข้ามาทำการเขียนบันทึกค่าเยียวยาเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล โดยก่อนหน้านั้นได้แจ้งไปยังน้องสาวที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ บอกว่าถ้าไม่สะดวกให้เข้าไปทำเรื่องที่ รพ.จังหวัดนั้นได้ แต่กับถูก รพ.จังหวัดนั้นปฏิเสธ ตนเองนั้นเหนื่อยและพูดไม่ออก แต่มาวันนี้ได้โทรมาหาตนให้เข้าไปติดต่อ นี่ถ้านักข่าวไม่เข้าไปก็ไม่โทรมาหาตน


ล่าสุดวันนี้ทีมข่าวได้เดินทางไปยัง รพ.ที่เกิดเหตุ อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ เพื่อเข้าพบ ผู้อำรวยการโรงพยาบาล สอบถามข้อมูลดังกล่าว ซึ่งทาง รพ.ได้ทราบเรื่องแล้วพร้อมกับได้ติดต่อทางผู้เสียหายให้เข้ามายัง รพ.หรือ สสจ.สุรินทร์ ให้เข้าทำการเขียนบันทึกเกี่ยวกับการเยียวยาการรักษาพยาบาลหรือไม่สะดวกก็ทำเรื่องได้ที่ รพ.ที่ใกล้เคียง ซึ่งทาง รพ.พยายามติดต่อคนไข้คนดังกล่าว จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีใครเข้ามาทำเรื่องเขียนบันทึก  และทาง รพ.สำโรงทาบได้คาดโทษพยาบาลที่อยู่เวรในวันเกิดเหตุ พร้อมกับพยาบาลได้รับผิดที่กระทำการผิดพลาด ทาง รพ. รู้สึกเสียใจในเรื่องที่เกิดขึ้นและขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วย.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า