เตรียมประกาศราชกิจจาคุมโรงพยาบาลเอกชน

นนทบุรี 10 พ.ค. – กกร.เห็นชอบมาตรการกำกับดูแลราคายาโรงพยาบาลเอกชน เตรียมออกประกาศสัปดาห์หน้ากำหนดให้โรงพยาบาลเอกชน ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่ายส่ง ต้องแจ้งราคาซื้อขายให้กรมการค้าภายในภายใน 15 วัน


น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร.ครั้งที่ 2 โดยระบุว่า กกร.เห็นชอบแนวทางคุมราคายาของโรงพยาบาลเอกชนตามแนวทางที่คณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการยาและเวชภัณฑ์ บริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาลเสนอ โดยเน้นหลักเป็นธรรมโปร่งใส

ทั้งนี้ ได้กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชน ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่ายหรือส่ง ต้องแจ้งราคาซื้อ-ขายยาให้แก่กรมการค้าภายใน เพื่อเผยแพร่ราคาจำหน่ายของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งผ่านเว็บไซต์ และกรณีที่โรงพยาบาลจะมีการเปลี่ยนแปลงราคายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ต้องแจ้งให้กรมการค้าภายในทราบก่อนปรับราคาไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยครอบคลุมยา 3,000 รายการ จากยาทั้งหมดกว่า 32,000 รายการ โดยเน้นยาที่มีการใช้มากและมีความจำเป็น และกรมการค้าภายในจะพิจารณารายการยาเพิ่มเติมหลังจากนี้ไป


นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้ผู้บริโภคต้องมีทางเลือก โดยโรงพยาบาลเอกชนต้องแสดง QR Code ไว้อย่างเปิดเผยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้โดยสะดวก และกรณีผู้ป่วยนอกที่ต้องการใบสั่งยา เพื่อซื้อยาจากภายนอกนั้น ใบสั่งยาจะต้องมีลายเซ็นต์แพทย์ มีชื่อยาตามตลาดและทางวิทยาศาสตร์และมีราคาแจ้งด้วย พร้อมกันนี้ยังมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อทำหน้าที่พิจารณาความเหมาะสมในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย กรณีที่ผู้ป่วยเห็นว่ามีการจ่ายยาหรือเวชภัณฑ์ หรือให้การรักษาพยาบาลที่เกินความจำเป็น ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวจะทำหน้าที่ประสานและแจ้งความเห็นไปยังหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่ปฎิบัติตามกรณีที่ไม่แจ้งราคาตามที่กรมการค้าภายในออกประกาศครั้งนี้มีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  และกรณีโรงพยาบาลเอกชนไม่ออกใบสั่งยาให้ผู้ป่วยไปซื้อยาข้างนอกมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยขั้นตอนหลังจากนี้ กกร.จะออกประกาศเพื่อลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้คาดว่าจะมีผลสัปดาห์หน้า และเร็ว ๆนี้กรมการค้าภายในเตรียมเชิญตัวแทนโรงพยาบาล 60-70 แห่ง จาก 350 โรงพยาบาล มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว ส่วนเรื่องเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์จะมีการพิจารณาลำดับต่อไป

ส่วนกรณีที่สมาคมโรงพยาลเอกชน 42 ราย ฟ้องต่อศาลปกครองนั้น ถือเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย และการกำหนดมาตรการดูแลราคายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ในวันนี้ กกร.ก็ปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ที่พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กำหนด ซึ่งมาตรการที่เห็นชอบไปแล้วยังไม่มีการเข้าไปควบคุมกำหนดราคาแต่อย่างใด แต่เป็นการทำให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเท่านั้น.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ครบ 7 วันเหตุแผ่นดินไหว อาคารถล่ม ล่าสุดผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหาย ใช้เครื่องจักรหนักรื้อถอนทุกโซน เบื้องต้นพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 2 ร่าง ยังไม่สามารถนำออกมาได้

เจาะโซน C และ D สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์-บันไดหนีไฟ

กู้ภัย เผยเจาะโซน C และ D ได้สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์และบันไดหนีไฟ เชื่อมีผู้สูญหายติดอยู่โซนนี้จำนวนมาก หลังพบเสียงขอความช่วยเหลือจากโซน B ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ลุ้นช่วยผู้รอดชีวิต หลังพบสัญญาณชีพ

ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ขณะนี้ในพื้นที่เสียงเครื่องจักรหนักหยุดลง เป็นสัญญาณว่าทีมกู้ภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ค้นหาและสุนัข K9 กำลังเข้าไปเดินสำรวจหลายจุด ซึ่งปฏิบัติการตลอดทั้งวันนี้เน้นจุดโซน B หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมา (2 เม.ย.) มีสัญญาณตอบกลับจากผู้ที่คาดว่าจะรอดชีวิต

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ ชง “ครม.” ผุดมาตรการตรวจสอบ “บ.รับจ้าง” ขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา หวังป้องกันเหตุซ้ำรอยตึก สตง. ถล่ม