ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 10 ปี “เสี่ยบิ๊ก”อดีตประธานสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจปลอมตั๋วเงิน

ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 10 ปี “เสี่ยบิ๊ก”อดีตประธานสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจปลอมตั๋วเงิน

กรุงเทพฯ 3 เม.ย.- ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 10 ปี “สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา”หรือเสี่ยบิ๊ก อดีตประธานสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ ปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอม


เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัว นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา อายุ 43 ปี หรือ เสี่ยบิ๊ก อดีตประธานสโมสรทีมฟุตบอลเพื่อนตำรวจ ในศึกไทยลีก เจ้าขอฉายา ปาเกียว เมืองไทย จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอม หลังจากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 10 ปี 

โดยคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2556 – 21 กรกฎาคม 2557 จำเลยกับพวก ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด ได้ร่วมกันปลอมเอกสารตั๋วแลกเงินทั้งฉบับของธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบงก์กิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด คิดเป็นเงินไทย 3,200 ล้านบาท ไปแสดงต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพบุคลากรทางการศึกษา หรือ สกสค. กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันตั๋วสัญญาใช้เงินของ บริษัท บิลเลี่ยนฯ จำนวน 2,100 ล้านบาท ที่จำเลยกับพวกร่วมกันนำมาหลอกขายให้คณะกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ชพค. เพื่อประวิงเวลา และปกปิดความผิด ไม่ให้ ชพค. ยกเลิกสัญญาซื้อขาย


ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายสัมฤทธิ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ซึ่งนอกจากจะใช้ตั๋วแลกเงินปลอม 3.200 ล้านบาทแล้ว ยังมีการนำหุ้นของสโมสรฟุตบอลเรดดิ้งไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อขอเพิ่มวงเงินของตั๋วสัญญาใช้เงินอีก 400 ล้านบาท ซึ่งหลังจาก ชพค. โอนเงินให้ตามสัญญา นายสัมฤทธิ์ก็สั่งให้โอนเงินจากบัญชีของบริษัทเข้าบัญชีของตนเองหลายครั้ง แม้จะลาออกไปแล้ว ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่านายสัมฤทธิ์ยังคงบริหารงานบริษัทอยู่เบื้องหลัง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด แม้จะไม่มีประจักษ์พยานว่านายสัมฤทธิ์เป็นคนนำตั๋วแลกเงินไปมอบให้กับ สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. หรือเป็นผู้ปลอมตั๋วแลกเงินขึ้นมา แต่ก็ถือว่าเป็นตัวการร่วม ที่ไม่จำเป็นต้องลงมือเอง ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นพิพากษามาศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจำคุกนายสัมฤทธิ์ 10 ปี .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

นายกฯ แถลงยินดีความสำเร็จประชุมผู้นำบีมสเทค รับรองเอกสาร 6 ฉบับ

นายกฯ แถลงยินดีความสำเร็จการประชุมผู้นำบีมสเทค รับรองเอกสารผลลัพธ์สำคัญ 6 ฉบับ ดันวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030 สร้างโอกาสเศรษฐกิจ ยันคนไทยได้ประโยชน์ พร้อมบรรเทาผลกระทบ-ฟื้นฟู ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ขณะที่ กต. ย้ำเชิญผู้นำเมียนมา ตามกฎบัตร ปัดคุยการเมืองภายใน ไร้ถกปมสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้า

ประชุมBIMSTEC

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงเวทีผู้นำ BIMSTEC เปิด “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030″

นายกฯ แพทองธาร กล่าวถ้อยแถลง วงประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 เปิด “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030″ กระชับความร่วมมือสร้างภูมิภาคที่เจริญรุ่งเรืองและเปิดกว้าง พัฒนาความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ

DSI เปิดความเชื่อมโยง “ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10” พบใช้ 3 คนไทยเป็นนอมินี

DSI เปิดความเชื่อมโยงบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด รับงาน 29 โครงการรัฐ มูลค่ารวมกว่า 22,000 ล้านบาท พบใช้ 3 คนไทยเป็นนอมินีอำพรางถือหุ้น

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ครบ 7 วันเหตุแผ่นดินไหว อาคารถล่ม ล่าสุดผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหาย ใช้เครื่องจักรหนักรื้อถอนทุกโซน เบื้องต้นพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 2 ร่าง ยังไม่สามารถนำออกมาได้