ขสมก.-บขส.ปรับขึ้นค่าโดยสาร 21 ม.ค.นี้

กรุงเทพฯ 10 ม.ค. – กรมขนส่งทางบกฯ รับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้ราคาน้ำมันช่วงนี้จะขึ้น-ลงบ่อย เชื่อว่าค่าโดยสารรถเมล์ ทั้ง ขสมก. – รถร่วมบริการ และรถโดยสาร บขส. – เอกชน จะปรับราคา 21 มกราคมนี้ 


นายพีระพล ถาวรศุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ) กล่าวถึงการปรับค่าโดยสารรถสาธารณะหมวด 1-4  ตามมติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งระบบกลางวันที่ 21 มกราคมนี้ ว่า ช่วงที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดูแลการคำนวณอัตราค่าโดยสาร ทำการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันที่จะส่งผลกระทบต่อการคำนวนค่าโดยสารอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาแม้ว่าราคาน้ำมันจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงบ้าง แต่จนถึงขณะนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นนัยสำคัญส่งผลให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงมติของคณะกรรมการฯ เมื่อเดือนธันวาคมแต่อย่างใด ดังนั้น มติการให้ปรับราคาขึ้นค่าโดยสารก็จะยังมีผล และก่อนวันที่ 21 มกราคมนี้คณะกรรมการฯ ไม่ได้มีการนัดประชุมแต่อย่างใด

ทั้งนี้ มติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกลางฯ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมาได้อนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารสำหรับรถร้อน ทั้ง ขสมก. และรถร่วมบริการ 1 บาท ส่วนรถปรับอากาศให้ปรับขึ้นระยะละ 1 บาทส่วนกรณีรถที่ซื้อมาเข้าร่วมแผนการปฏิรูปมีการซื้อรถที่อายุไม่ถึง 2 ปี และมีการติดตั้งระบบ E-Ticket และ GPS รถดังกล่าวให้ปรับราคา โดยในส่วนของรถร้อนค่าโดยสาร 12 บาท ส่วนรถปรับอากาศ 4 กิโลเมตรแรก คิดอัตราค่าโดยสาร 15 บาท หลังจากนั้นให้จัดเก็บ 25 ตลอดสาย รวมทั้งพิจารณาให้ปรับราคารถ บขส.และรถร่วมบริการ บขส. ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงได้อนุมัติให้รถหมวดดังกล่าวปรับค่าโดยสารขึ้นอีก 10 % โดยมีผล 21 มกราคม 2562 เช่นเดียวกัน


สำหรับค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก.ที่จะปรับขึ้น 21 มกราคมนี้ รถโดยสารธรรมดา (ครีม-แดง) จากเดิม 6.50 บาทตลอดสาย เป็น 8 บาทตลอดสาย ,รถโดยสารปรับอากาศ (ครีม-น้ำเงิน) จากเดิม 10-18 บาท ตามระยะทาง เป็น 12-20 บาท ตามระยะทาง รถโดยสารปรับอากาศยูโรทู (สีส้ม) และรถปรับอากาศเชื้อเพลิง NGV (สีขาว) จากเดิม 11-23 บาท ตามระยะทาง เป็น 13-25 บาท ตามระยะทาง, รถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ (สีฟ้า) ระยะทาง 4 กิโลเมตรแรก เก็บไม่เกิน 15 บาท, ระยะทาง 4-16 กิโลเมตร เก็บไม่เกิน 20 บาท, ระยะทาง 16 กิโลเมตรขึ้นไป เก็บไม่เกิน 25 บาท 

สำหรับรถโดยสารธรรมดา หากผู้โดยสารใช้ทางด่วนจะมีการเก็บค่าทางด่วนเพิ่มจากค่าโดยสารปกติอีก 2 บาท ส่งผลทำให้ค่าโดยสารเพิ่มจาก 8 บาท เป็น 10 บาทต่อคนต่อเที่ยว ส่วนรถบริการตลอดคืน ช่วงเวลา 23.00 – 05.00 น. จะเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม 1.50 บาท ทำให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากเดิม 8 บาท เป็น 9.50 บาทต่อคนต่อเที่ยว 

ขณะที่รถโดยสารประจำทางปรับอากาศแอร์พอร์ตบัส (Airport Bus) ได้แก่ สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง-จตุจักร กับ สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง-อนุสาวรีย์ชัยฯ 30 บาทตลอดสาย, สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สวนลุมพินี กับ สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สนามหลวง 50 บาทตลอดสาย และสาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สนามหลวง 60 บาทตลอดสาย ยังคงเก็บค่าโดยสารอัตราเดิม  


ส่วนรถร่วมบริการ ขสมก.รถร้อนปรับราคาจาก 9 บาท เป็น 10 บาท รถปรับอากาศ 2 ประเภท  แบบขาว-น้ำเงิน ปรับราคาระยะละ 1 บาท จากเริ่มต้น 12 บาท เป็น 13 บาท และรถสีครีม จากราคาเริ่มต้น 13 บาท เป็น 14 บาท.- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ชายวัย 50 ไหว้ขอโทษ ไม่มีเจตนากุเรื่องเมียท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากตึก สตง.

ชายวัย 50 ปี ยกมือไหว้ขอโทษ ไม่มีเจตนากุเรื่องภรรยาท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากอาคาร สตง.ถล่ม ด้านรอง ผบช.น. เตือนอย่าใช้โอกาสที่มีผู้ประสบเหตุสร้างความสงสารหลอกเอาทรัพย์สิน มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

ออกแล้ว! ผลตรวจเหล็ก 28 ชิ้น ตึก สตง.ถล่ม พบไม่ได้มาตรฐาน 13 ชิ้น

ผลตรวจตัวอย่างเหล็ก 28 ชิ้น ตึก สตง.ถล่มจากแผ่นดินไหว พบได้มาตรฐาน 15 ชิ้น ไม่ได้มาตรฐาน 13 ชิ้น ยังไม่สรุปเป็นสาเหตุตึกถล่ม ชี้ต้องดูหลายองค์ประกอบ

ข่าวแนะนำ

พ่อขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิตจากตึก สตง.ถล่ม

พ่อของหนุ่มขอนแก่น วัย 35 ปี หนึ่งในผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิต ส่วนหนุ่มช่างประปา วัย 32 ปี เหยื่อตึก สตง.ถล่ม เผาแล้ว แม่ยังทำใจไม่ได้ สะอื้นไห้หน้าเมรุ

“ชัชชาติ” เผยเตรียมกู้ 5 ร่างที่พบ-ขนย้ายชิ้นส่วนอาคารแล้ว 100 ตัน

ผู้ว่าฯ กทม. เผยเตรียมกู้ 5 ร่าง จาก 14 ร่างที่พบ ขนย้ายชิ้นส่วนอาคารแล้ว 100 ตัน ยันไม่ขีดเส้นตายหยุดช่วยเหลือ ปรับแผนเพิ่มการรื้อถอนด้วยเครื่องจักรหนักควบคู่ไปมากขึ้น