บิดามารดา “บูม” ผู้ต้องหาโกงเงินดิจิทัล จะเข้าให้ปากคำพรุ่งนี้

กทม. 26 ส.ค.- วันพรุ่งนี้(27 ส.ค.) บิดาและมารดา “บูม” นักแสดงวัยรุ่น ผู้ต้องหาคดีโกงเงินบิทคอยน์ จะเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนกองปราบปราม  


พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวถึง ความคืบหน้าการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องโกงเงินบิทคอยน์มูลค่าเกือบ 800 ล้านบาท ว่าวันพรุ่งนี้ (27ส.ค.) นายสุวิทย์ และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิต พ่อแม่ของนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม นักแสดงวัยรุ่น ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันฟอกเงิน จะเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ในฐานะพยาน ประเด็นเงินที่ได้รับโอนเข้าบัญชี และถอนออกจากบัญชี ซึ่งการตรวจสอบข้อมูลพบว่า นายปริญญา จารวิจิต พี่ชายนายบูม ได้โอนเงิน 45 ล้านเข้าบัญชีบิดา และโอนเงินอีก 55 ล้านเข้าบัญชีมารดา 


ส่วนวันที่ 28 สิงหาคม ออกหมายเรียก นายธรรมนัส หรือ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตทหาร เข้าให้ปากคำว่าได้รับโอนหุ้นจากนายปริญญามาโดยสุจริตหรือไม่ ทั้งนี้หากสอบปากคำพบว่าพยานทั้งหมดเกี่ยวข้องจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาภายหลัง

วันที่ 29 สิงหาคม พนักงานสอบสวน ยังได้เรียกบุคคล 5 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกันฉ้อโกง ประกอบด้วย นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม นักแสดงที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงิน และได้รับการประกันตัวไปก่อนหน้านี้ นายปริญญา และนายธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชายของบูม นายชาคริส อาห์มัด ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทเอ็กเปย์ และนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เจ้าพ่อตลาดหุ้นเมืองไทย เนื่องจากพบข้อมูล ทั้ง 5 คน มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการหลอกผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนบิทคอยน์


ส่วนการติดตามตัวนายปริญญา พี่ชายนายบูม ผู้ต้องหาคนสำคัญ ที่การข่าวพบหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วนั้น หากกระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้น และอัยการมีความเห็นทางคดี จะดำเนินการประสานตำรวจสากล ออกหมายแดง เพื่อติดตามตัว และ ดำเนินการขั้นตอนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนำตัวกลับมาดำเนินคดีต่อไป  

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นช่วงกรกฎาคม ถึงธันวาคมปี 2560 เมื่อผู้เสียหายเป็นชาวฟินแลนด์ เข้าแจ้งความว่า ถูกนายปริญญา  พร้อมพวก หลอกลงทุนซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล โอนเงินบิทคอยน์เข้าไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ในบัญชีของ บูม และผู้ต้องหาอื่นๆ รวมเป็นเงินเกือบ 800 ล้านบาท ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงินไปก่อนหน้านี้ มีด้วยกัน 3 คน คือ นายจิรัชพิสิษฐ์ นายปริญญา และนางสาวสุพิชฌาย์ จารวิจิต.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า