fbpx

ออสเตรเลียไม่ล็อกดาวน์แม้มีคนติดโอไมครอนเพิ่มขึ้น

ซิดนีย์ 21 ธ.ค.- นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสันของออสเตรเลียยืนยันวันนี้ว่า ออสเตรเลียจะต้องก้าวข้ามการให้รัฐบาลใช้นโยบายแทรกแซงอย่างหนัก และยุติการใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่จะปิดกั้นไม่ให้ประชาชนได้มีชีวิตร่วมกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เดินหน้าทำสถิติใหม่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,600 คนในวันนี้ สูงกว่าสถิติเดิม 4,100 คนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ แต่นายกรัฐมนตรีมอร์ริสันยืนยันกับสื่อว่า การจำกัดการแพร่ระบาดอยู่ที่ความรับผิดชอบส่วนบุคคล รัฐบาลต้องมองว่า ประชาชนโตแล้ว ต้องเลิกใช้มาตรการแทรกแซงอย่างหนัก และเลิกบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างทางสังคม รัฐบาลจะไม่กลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์ และจะเดินหน้านโยบายการมีชีวิตอยู่ร่วมกับเชื้อไวรัสนี้อย่างมีสามัญสำนึกและความรับผิดชอบ นอกจากนี้ยังได้ขอให้รัฐต่าง ๆ เปิดศูนย์ฉีดวัคซีนอีกครั้งเพื่อฉีดเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หลังจากประชาชนวัย 16 ปี ขึ้นไปฉีดวัคซีนครบโดสแล้วร้อยละ 80 ด้านนายเกร็ก ฮันต์ รัฐมนตรีสาธารณสุขเผยว่า แม้ผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนเพิ่มขึ้น แต่มีเพียงส่วนน้อยที่ต้องเข้าโรงพยาบาล และถึงแม้โรงพยาบาลมีผู้ป่วยมากขึ้น แต่ก็ยังน้อยมาก เมื่อเทียบกับช่วงที่สายพันธุ์เดลตาแพร่ระบาด.-สำนักข่าวไทย

ออสเตรเลียพบผู้ป่วยโควิดโอไมครอนรายแรกในชุมชน

ซิดนีย์ 3 ธ.ค. – เจ้าหน้าที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียระบุวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนรายแรกในชุมชน แต่จะยังคงเดินหน้าใช้แผนเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งด้วยความหวังว่าเชื้อดังกล่าวอาจมีความรุนแรงน้อยกว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์อื่นที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีนครซิดนีย์เป็นเมืองเอก เผยว่า นักเรียนคนหนึ่งในนครซิดนีย์เป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนรายแรกในชุมชนโดยไม่มีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าอาจเกิดการแพร่กระจายของเชื้อดังกล่าวในรัฐนิวเซาท์เวลส์แล้ว ขณะที่นายแบรด ฮาซซาร์ด รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า การระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวล แต่ตอนนี้ทั่วโลกยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าเชื้อดังกล่าวจะมีความรุนแรงเทียบเท่ากับเชื้อโควิดสายพันธุ์ก่อนหน้านี้หรือไม่ สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ขณะนี้ ออสเตรเลียมียอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน 9 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยติดเชื้อดังกล่าว 8 คนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดของออสเตรเลีย แม้บางรัฐได้ยกระดับมาตรการควบคุมพรมแดนในประเทศที่เข้มงวดขึ้น แต่รัฐบาลกลางหวังว่าจะสามารถเลี่ยงการกลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์แบบสั้น ๆ ได้ ขณะนี้ ออสเตรเลียมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 212,000 คน และผู้เสียชีวิตราว 2,000 คน.-สำนักข่าวไทย

ออสเตรเลียชี้คนไม่ฉีดวัคซีนโควิดเสี่ยงตาย 16 เท่า

ซิดนีย์ 9 พ.ย. – รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียระบุในรายงานที่เผยแพร่เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ว่า ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 มีโอกาสป่วยหนักหรือเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนถึง 16 เท่า ข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีนครซิดนีย์เป็นเมืองเอก ระบุว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่ฉีดวัคซีนครบโดสเพียงร้อยละ 11 จากทั้งหมด 412 คนที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ตั้งแต่ในช่วงกลางดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนตุลาคม และผู้เสียชีวิตมีอายุเฉลี่ย 82 ปี นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่ฉีดวัคซีนครบโดสเพียงร้อยละ 3 ที่มีอาการป่วยหนัก และพบผู้ป่วยติดเชื้อที่ยังไม่ฉีดวัคซีนโควิดสูงกว่าร้อยละ 63 จากผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมด 61,800 คนตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน-7 ตุลาคม นางเคอร์รี แชนต์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ระบุในแถลงการณ์ว่า ประชาชนอายุน้อยที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิดครบโดสมีอัตราติดเชื้อโควิดในระดับต่ำและแทบไม่มีอาการป่วยรุนแรง ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนในกลุ่มดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงมากที่จะติดเชื้อโควิดและต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ หรือซีดีซี ที่ระบุในเดือนกันยายนว่า ผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีนโควิดมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสถึง 11 เท่า ขณะนี้ ออสเตรเลียมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเกือบ 183,000 คน และผู้เสียชีวิตกว่า 1,800 คน.-สำนักข่าวไทย

เว็บออกใบรับรองฉีดวัคซีนปลอมระบาดในออสเตรเลีย

คำสั่งห้ามชาวออสเตรเลียที่ยังไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เข้าสถานที่สาธารณะ ส่งผลให้มีเว็บไซต์และแอปพลิเคชันเสนอขายใบรับรองปลอมผุดขึ้นมากมาย

ออสเตรเลียเตรียมเปิดพรมแดนครั้งแรกตั้งแต่โควิดระบาด

ออสเตรเลียจะอนุญาตให้ประชาชนที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดครบโดสเดินทางไปต่างประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ในขณะที่นครซิดนีย์และนครเมลเบิร์น ซึ่งเป็นสองเมืองใหญ่สุดของออสเตรเลีย เตรียมอนุญาตให้นักเดินทางต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดินทางเข้าเมืองได้โดยไม่ต้องกักตัว

ซิดนีย์คลายมาตรการคุมโควิดมากขึ้นหลังฉีดวัคซีนทะลุเป้า

ซิดนีย์ 18 ต.ค. – นครซิดนีย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่สุดของออสเตรเลีย อนุญาตให้เด็กนักเรียนกลับไปเรียนในโรงเรียนได้อีกครั้งตั้งแต่วันนี้ หลังต้องเรียนผ่านระบบออนไลน์จากบ้านเป็นเวลาหลายเดือน อีกทั้งยังผ่อนคลายข้อจำกัดต่าง ๆ มากขึ้น เพราะมีอัตราฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น รัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีนครซิดนีย์เป็นเมืองเอก ประกาศวันนี้ว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยในสำนักงาน และจะอนุญาตให้ผู้คนรวมตัวกันในบ้านหรือนอกบ้านได้มากขึ้น หลังจากที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ฉีดวัคซีนครบสองโดสให้ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 80 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ร้านค้า ผับ และโรงออกกำลังกาย ได้รับอนุญาตให้รับจำนวนลูกค้าที่ฉีดวัคซีนมากขึ้น ส่วนไนต์คลับสามารถเปิดร้านให้ลูกค้านั่งดื่มในร้านได้ และประชาชนสามารถจัดงานแต่งงานได้โดยไม่จำกัดจำนวนแขก อย่างไรก็ดี การผ่อนคลายมาตรการทั้งหมดนี้ยังคงต้องเป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม รัฐนิวเซาท์เวลส์รายงานวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ 265 คน ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 10 สัปดาห์และลดลงจากยอดผู้ป่วยติดเชื้อที่เคยมีสูงถึง 1,599 คนในเดือนกันยายน ขณะที่รัฐวิกตอเรียพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 1,903 คน เพิ่มขึ้นจากวันอาทิตย์ที่มี 1,838 คน นครเมลเบิร์นซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐจะยกเลิกการใช้มาตรการล็อกดาวน์ในวันศุกร์นี้ เพราะมีอัตราฉีดวัคซีนใกล้ถึงร้อยละ 70 ขณะนี้ออสเตรเลียมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมราว 145,000 คน และผู้เสียชีวิตกว่า […]

ซิดนีย์จะเลิกกักตัวนักเดินทางต่างชาติที่ฉีดวัคซีนโควิดครบโดส

นครซิดนีย์ของออสเตรเลียจะยกเลิกการใช้มาตรการกักตัวในกลุ่มนักเดินทางชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ครบสองโดสตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการกลับมาเปิดการเดินทางระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบหลังออสเตรเลียใช้มาตรการปิดพรมแดนมาเป็นเวลากว่า 19 เดือน

ซิดนีย์เปิดเมืองแล้วหลังล็อกดาวน์มาเกือบ 4 เดือน

ซิดนีย์ 11 ต.ค.- นครซิดนีย์ เมืองใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียเปิดเมืองแล้วในวันนี้ หลังจากใช้มาตรการล็อกดาวน์มาเกือบ 4 เดือน ตามที่ออสเตรเลียตั้งเป้าจะเริ่มการดำเนินชีวิตร่วมกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และทยอยเปิดประเทศ ภาพข่าวทางสถานีโทรทัศน์และสื่อสังคมออนไลน์เห็นผับบางแห่งในนครซิดนีย์เปิดเมื่อเวลา 00:01 น.วันนี้ตามเวลาท้องถิ่นให้ชาวเมืองมารวมตัวกันฉลองเปิดเมือง นายโดมินิก เพอร์โรต์เทต์ มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์คนใหม่กล่าวว่า ถือเป็นวันแห่งเสรีภาพ นครซิดนีย์กำลังนำพาประเทศพ้นจากสถานการณ์การระบาด แต่จะเป็นเรื่องที่ท้าทาย ขอเตือนว่า อัตราการติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นหลังจากเปิดเมือง รัฐที่ปลอดโควิดอย่างรัฐเวสต์เทิร์นออสเตรเลียและรัฐควีนส์แลนด์กำลังจับตาดูว่า การดำเนินชีวิตร่วมกับโควิดจะเป็นเช่นไรในขณะที่มีความกังวลว่า ระบบสาธารณสุขจะรับไม่ไหว รัฐนิวเซาท์เวลส์ที่มีนครซิดนีย์เป็นเมืองเอกมีประชากรวัย 16 ปีขึ้นไปฉีดวัคซีนครบโดสแล้วร้อยละ 74 มุขมนตรีของรัฐประกาศจะยุติมาตรการล็อกดาวน์รัฐนี้และสนับสนุนอย่างแข็งขันให้เปิดนครซิดนีย์ที่ชาวเมืองกว่า 5 ล้านคนต้องอยู่ภายใต้มาตรการเข้มงวดมาตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน หลังจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาแพร่ระบาดในเมืองนี้ ก่อนลามไปยังนครเมลเบิร์นของรัฐวิกตอเรีย และกรุงแคนเบอร์รา.-สำนักข่าวไทย

ออสเตรเลียจะสั่งซื้อยา “โมลนูพิราเวียร์” 300,000 โดส

เมลเบิร์น 5 ต.ค. – ออสเตรเลียจะสั่งซื้อยาเม็ดต้านเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘โมลนูพิราเวียร์’ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการทดลองของเมอร์คแอนด์โคส์ จำนวน 300,000 โดส ขณะที่รัฐวิกตอเรียพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ทำสถิติสูงสุดของประเทศนับตั้งแต่เกิดการระบาด นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย เผยวันนี้ว่า ออสเตรเลียจะสั่งซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ 300,000 โดส ยาดังกล่าวจะช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตร่วมกับเชื้อไวรัสโคโรนาได้ โดยคาดว่าออสเตรเลียจะได้รับยาดังกล่าวในช่วงต้นปีหน้า ทั้งยังระบุว่า ออสเตรเลียจะไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติไปจนถึงปีหน้า แต่จะให้ความสำคัญกับแรงงานอพยพย้ายถิ่นที่มีทักษะและนักเรียนต่างชาติก่อน ในขณะที่ออสเตรเลียตั้งเป้ากลับมาเปิดพรมแดนอีกครั้งในเดือนหน้าให้แก่ชาวออสเตรเลียและผู้พำนักถาวรที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดครบสองโดสแล้ว ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายรายให้ความเห็นว่า ยาโมลนูพิราเวียร์จะช่วยลดโอกาสเสียชีวิตหรือเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลลงได้ครึ่งหนึ่งในกลุ่มผู้ที่เสี่ยงมีอาการรุนแรงหลังติดเชื้อโควิด ในขณะเดียวกัน รัฐวิกตอเรีย ซึ่งมีนครเมลเบิร์นเป็นเมืองเอก รายงานวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 1,763 คน ทำลายสถิติสูงสุดของรัฐที่มี 1,488 คนเมื่อวันเสาร์ และตั้งเป้ากลับมาเปิดพรมแดนเมื่อฉีดวัคซีนครบสองโดสให้ประชาชนวัยผู้ใหญ่ได้ร้อยละ 70 ในเดือนตุลาคม โดยที่ขณะนี้มีอัตราฉีดวัคซีนครบสองโดสร้อยละ 53 ส่วนรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีนครซิดนีย์เป็นเมืองเอก รายงานว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 608 คน ลดลงจากวันจันทร์ที่มี 623 คนและทำสถิติต่ำสุดในรอบ 7 […]

ออสเตรเลียจะคลายมาตรการปิดพรมแดนตั้งแต่ พ.ย.

แคนเบอร์รา 1 ต.ค. – นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ประกาศวันนี้ว่า จะยกเลิกคำสั่งห้ามชาวออสเตรเลียเดินทางไปต่างประเทศในเดือนพฤศจิกายน หลังใช้มาตรการดังกล่าวมาเป็นเวลา 18 เดือน นายกรัฐมนตรีมอร์ริสัน กล่าวว่า การกลับมาเปิดพรมแดนระหว่างประเทศให้แก่พลเมืองและผู้พำนักถาวรจะต้องเป็นไปภายใต้การดำเนินมาตรการกักตัวในบ้านของทั้ง 8 รัฐและดินแดนของออสเตรเลีย ซึ่งหมายความว่าบางพื้นที่ของออสเตรเลียจะกลับมาเปิดพรมแดนได้ช้าหรือเร็วไม่เท่ากัน ผู้นำออสเตรเลียยังคาดการณ์ว่า จะใช้ระบบกักตัวในบ้านเป็นครั้งแรกได้ในเดือนพฤศจิกายน แต่ก็ขึ้นอยู่กับการจัดการของแต่ละรัฐและดินแดนของออสเตรเลีย และรัฐบาลกำลังหาทางเปิดโครงการเดินทางแบบไม่ต้องกักตัวกับอีกหลายประเทศ เช่น นิวซีแลนด์ เมื่อปลอดภัยที่จะทำเช่นนั้น  แผนดังกล่าวจะทำให้ชาวออสเตรเลียที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดครบสองโดสสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ และต้องกักตัวในบ้านเป็นเวลา 7 วันหลังเดินทางกลับมายังออสเตรเลีย ส่วนพลเมืองที่ยังไม่ฉีดวัคซีนจะต้องเข้าสู่มาตรการกักตัวในโรงแรมเป็นเวลา 14 วัน ขณะที่แหล่งข่าวรัฐบาลออสเตรเลียไม่เผยนามระบุว่า รัฐบาลออสเตรเลียกำลังหารือเกี่ยวกับการอนุญาตให้นักเดินทางต่างชาติเดินทางเข้าประเทศได้ แต่ยังเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ เนื่องจากต้องรอแต่ละรัฐประกาศเกี่ยวกับระบบกักตัวในบ้าน ในขณะเดียวกัน ทางการออสเตรเลียรายงานวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ 2,084 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อในรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรียและเป็นตัวเลขที่ลดลงจากวันก่อนเพียงเล็กน้อย ขณะนี้ ออสเตรเลียมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 107,000 คน และผู้เสียชีวิตราว 1,300 คน.-สำนักข่าวไทย

เมลเบิร์นพบผู้ป่วยโควิดสูงสุดแม้ล็อกดาวน์เกือบ 2 เดือน

เมลเบิร์น 30 ก.ย. – นครเมลเบิร์นของออสเตรเลียพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 รายใหม่ 1,438 คน ทำสถิติสูงสุด ขณะที่เจ้าหน้าที่โทษการรวมตัวในบ้านของประชาชนอย่างผิดกฎหมายเพื่อชมการแข่งขันกีฬาสำคัญว่าเป็นต้นเหตุให้ตัวเลขผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นทั้งที่อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์มาเป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐวิกตอเรีย ซึ่งมีนครเมลเบิร์นเป็นเมืองเอก รายงานวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ 1,438 คน ในจำนวนนี้ คาดว่ามีผู้ป่วยกว่าร้อยละ 30 ที่ติดเชื้อมาจากการจัดงานเลี้ยงที่บ้านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อชมการแข่งขันฟุตบอลออสเตรเลียน รูลส์ แกรนด์ ไฟนอล ทางโทรทัศน์ พร้อมยอมรับว่ายอดผู้ป่วยติดเชื้อของวันนี้ ซึ่งพุ่งขึ้นร้อยละ 50 จากตัวเลขผู้ป่วยของวันพุธที่มี 950 คน เป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ในการควบคุมโรคระบาดในขณะที่รัฐวิกตอเรียเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดให้ประชาชนวัยผู้ใหญ่ราว 5.5 ล้านคน ด้านนายแดเนียล แอนดรูวส์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย กล่าวว่า ยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่จำนวนมากเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาไม่อยากกล่าวโทษผู้ใด แต่เพียงต้องการอธิบายให้ทราบว่าตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างไร ขณะนี้ รัฐวิกตอเรียฉีดวัคซีนโดสแรกให้ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไปได้กว่าร้อยละ 50 แต่ยังต่ำกว่าอัตราฉีดวัคซีนโดสแรกทั่วประเทศที่มีร้อยละ 53 ในขณะเดียวกัน รัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีนครซิดนีย์เป็นเมืองเอก รายงานวันนี้ว่า […]

นครซิดนีย์เตรียมให้อิสระคนฉีดวัคซีนโควิดกลางเดือนหน้า

ซิดนีย์ 27 ก.ย. – รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียจะอนุญาตให้ประชาชนในนครซิดนีย์ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ได้รับอิสระจากมาตรการล็อกดาวน์ที่ใช้มาเป็นเวลานานในช่วงกลางเดือนตุลาคม ในขณะที่พบยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ลดลง รัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีนครซิดนีย์เป็นเมืองเอก ระบุว่า ทางการเตรียมยกเลิกคำสั่งอยู่แต่ในบ้านในนครซิดนีย์และพื้นที่โดยรอบเมื่อมีอัตราฉีดวัคซีนสองโดสร้อยละ 70 ขณะที่ผับ ร้านอาหาร และร้านค้าที่ถูกสั่งปิด จะได้รับอนุญาตให้เปิดบริการให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบถ้วน ส่วนครอบครัวและเพื่อนฝูงในนครซิดนีย์จะสามารถพบปะกันได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 เดือน อย่างไรก็ดี ประชาชนวัยผู้ใหญ่ที่ยังไม่ฉีดวัคซีนจะต้องรอต่อไปจนถึงวันที่ 1 ธันวาคมเป็นอย่างน้อยเพื่อได้รับอิสระในการใช้ชีวิตแบบเดียวกัน ซึ่งในตอนนั้นคาดว่าจะมีอัตราฉีดวัคซีนราวร้อยละ 90 นางแกลดีส เบเรจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าววันนี้ว่า เธอค่อนข้างมั่นใจว่ารัฐนิวเซาท์เวลส์จะบรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีนร้อยละ 70 ในวันที่ 11 ตุลาคม และขอความร่วมมือให้ทุกคนอย่ายอมแพ้ในช่วงสุดท้ายก่อนถึงกำหนดดังกล่าว ทั้งยังกล่าวเตือนว่า โรงพยาบาลหลายแห่งยังคงเผชิญกับภาวะตึงตัวจากยอดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่กลับมาเปิดเมืองอีกครั้งหลังมีอัตราฉีดวัคซีนครบสองโดสร้อยละ 70 อย่างไรก็ดี แม้ยอดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่จะเพิ่มสูงขึ้น แต่ในตอนนั้นก็จะมีผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโดสแรกและสองโดสเป็นจำนวนมาก ทำให้ช่วยลดอัตราผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้ ในขณะเดียวกัน รัฐนิวเซาท์เวลส์รายงานวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 787 คน ลดลงจากวันอาทิตย์ที่มี 961 คนและส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อในนครซิดนีย์ และมีผู้เสียชีวิต 12 […]

1 2 3 4 9