fbpx

สงครามกลางเมืองซีเรียคร่าชีวิตคนไปกว่า 3 แสนคน

เจนีวา 28 มิ.ย.- สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เผยวันนี้ว่า สงครามกลางเมืองในซีเรียที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2554 คร่าชีวิตพลเรือนไปแล้ว 306,887 คน นางมิเชล บาเชเล ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกล่าวว่า ข้อมูลการวิเคราะห์ล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงความร้ายแรงและระดับของความขัดแย้งในซีเรีย ตัวเลขนี้ครอบคลุมเฉพาะพลเรือนที่เสียชีวิตจากการรบโดยตรง ไม่รวมผู้เสียชีวิตเพราะความอดอยากหรือไม่ได้รับบริการสาธารณสุข และผู้เสียชีวิตที่ไม่ใช่พลเรือน สาเหตุหลักเกิดจากอาวุธหลากหลายประเภท มีทั้งการปะทะกัน การซุ่มโจมตี และการสังหารหมู่ สาเหตุรองเกิดจากอาวุธหนัก สงครามกลางเมืองในซีเรียเริ่มต้นจากการประท้วงอย่างสันติต่อต้านประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาด ที่ปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี 2543 แล้วบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งยืดเยื้อที่มีมหาอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การสู้รบแนวหน้าส่วนใหญ่หยุดนิ่งมาหลายปี แต่ความรุนแรงยังคงดำเนินอยู่ และเกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมกับผู้พลัดถิ่นในประเทศหลายล้านคน.-สำนักข่าวไทย

ยูเครนเผยมีพลเรือน 10,000 คนติดอยู่ในเมืองอุตสาหกรรม

เคียฟ 16 มิ.ย. – ผู้ว่าการแคว้นลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน เผยวันนี้ว่า มีพลเรือนราว 10,000 คนติดอยู่ในเมืองเซียเวียโรโดเนตสก์ ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมสำคัญและเป็นสมรภูมิรบดุเดือดระหว่างรัสเซียกับยูเครนมานานหลายสัปดาห์ นายเซอร์ฮีย์ ไฮได ผู้ว่าการแคว้นลูฮันสก์ ระบุผ่านเทเลแกรม แอปพลิเคชั่นสนทนาออนไลน์แบบเข้ารหัสว่า ขณะนี้มีพลเรือนราว 10,000 คนจากทั้งหมด 100,000 คนที่ติดอยู่ในเมืองเซียเวียโรโดเนตสก์ของแคว้นลูฮันสก์ กองทัพยูเครนยังคงยืนหยัดต้านทานการบุกรุกของรัสเซียให้ได้มากที่สุด รัสเซียหวังที่จะยึดเมืองเซียเวียโรโดเนตสก์มาโดยตลอดนับตั้งแต่ที่เปิดฉากโจมตียูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยไม่สนใจว่ามีผู้เดือดร้อนจากการกระทำของตน ทั้งยังระบุว่า กองทัพรัสเซียเสียนักรบไปหลายร้อยคน ต้องเรียกกองกำลังเสริม และยังคงมุ่งโจมตีเมืองเซียเวียโรโดเนตสก์อย่างต่อเนื่อง ทางการยูเครนระบุว่า ขณะนี้ เมืองเซียเวียโรโดเนตสก์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่สุดของแคว้นลูฮันสก์ ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของยูเครน แม้ถูกรัสเซียยิงปืนใหญ่โจมตีอย่างหนักในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ ยูเครนเพิ่งเผยว่า กองทัพรัสเซียได้ทำลายสะพาน 3 แห่งที่เชื่อมต่อเมืองเซียเวียโรโดเนตสก์กับเมืองลีซีชันสก์ที่เป็นเมืองคู่แฝดกัน จนทำให้เมืองเซียเวียโรโดเนตสก์ถูกตัดขาด และว่ามีพลเรือนจำนวนมากหลบภัยอยู่ในโรงงานเคมีของเมืองนี้ที่ถูกถล่มอย่างต่อเนื่อง ด้านรัฐบาลรัสเซียกล่าวหากองทัพยูเครนเมื่อวันพุธว่า ขัดขวางการอพยพพลเรือนเหล่านี้ออกจากโรงงานดังกล่าว.-สำนักข่าวไทย

เผยอาจมีคนในโรงงานเคมียูเครนมากถึง 1,200 คน

เซียเวียโรโดเนตสก์ 15 มิ.ย.- กลุ่มแยกดินแดนทางตะวันออกของยูเครนเผยว่า อาจมีพลเรือนมากถึง 1,200 คน ติดอยู่ในโรงงานเคมีในเมืองเซียเวียโรโดเนตสก์ และอ้างว่ากองกำลังยูเครนพยายามขัดขวางการเปิดเส้นทางมนุษยธรรมออกจากโรงงานแห่งนี้ กลุ่มแยกดินแดนในแคว้นลูฮันสก์ที่ประกาศแยกตัวจากยูเครนเป็นสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์โพสต์ผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า อาจมีชาวเมืองเซียเวียโรโดเนตสก์ 1,000-1,200 คน  ติดอยู่ในโรงงานอาซอตที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังยูเครน แต่หากรวมจำนวนนักรบยูเครนและนักรบต่างชาติด้วยก็มีอาจคนอยู่ในโรงงานมากถึง 2,000 คน ข้อมูลดังกล่าวขัดแย้งกับที่ยูเครนอ้างก่อนหน้านี้ว่า มีพลเรือนติดอยู่เกือบ 500 คน กลุ่มแยกดินแดนอ้างด้วยว่า กองกำลังยูเครนหาทางขัดขวางการเปิดเส้นทางมนุษยธรรมเพื่ออพยพคนออกจากโรงงานแห่งนี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยเมื่อวันอังคารว่า ได้ปฏิเสธคำขอของยูเครนที่ขอเปิดเส้นทางมนุษยธรรมเพื่ออพยพคนไปยังดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน โดยยูเครนอ้างว่า รัสเซียทำลายสะพานข้ามแม่น้ำแห่งสุดท้ายของเมืองเซียเวียโรโดเนตสก์ ทำให้ทางออกด้านตะวันออกของเมืองถูกปิดล้อม กระทรวงฯ ระบุด้วยว่า นักรบยูเครนจงใจพาพลเรือนเข้าไปในโรงงานอาซอตแล้วใช้เป็นโล่มนุษย์.-สำนักข่าวไทย

ยูเครนยืนยันยังคุมโรงงานเคมีที่คนหลบภัยสงครามไว้ได้อยู่

เคียฟ 12 มิ.ย.- ยูเครนยืนยันว่า ยังคงสามารถควบคุมพื้นที่อุตสาหกรรมและโรงงานเคมีในเมืองเซียเวียโรโดเนตสก์ ทางตะวันออกของประเทศที่มีพลเรือนหลายร้อยคนหลบภัยสงครามไว้ได้อยู่ หลังจากยอมรับก่อนหน้านี้ว่ากองกำลังรัสเซียยึดเมืองนี้ได้เกือบหมดแล้ว นายเซอร์ฮี ไฮได ผู้ว่าการแคว้นลูฮันสก์แจ้งผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า ข้อมูลเรื่องโรงงานอาซอต (Azot) ถูกปิดล้อมเป็นเรื่องโกหก กองกำลังยูเครนยังคงยึดฐานที่มั่นในเขตอุตสาหกรรมของเมืองเซียเวียโรโดเนตสก์ และทำลายกองกำลังรัสเซียในเมืองนี้ หลังจากก่อนหน้าเขายอมรับว่า กองกำลังรัสเซียยึดเมืองนี้ได้เกือบหมดแล้ว อีกทั้งยังยิงปืนใหญ่ถล่มโรงงานดังกล่าวจนน้ำมันรั่วไหลและเกิดไฟไหม้ใหญ่ ยูเครนอ้างว่า มีพลเรือนประมาณ 800 คนหลบภัยอยู่ในที่หลบระเบิดใต้ดินของโรงงานอาซอต โดยมีคนงานของโรงงานและชาวเมืองเซียเวียโรโดเนตสก์รวมอยู่ด้วย ขณะที่ตัวแทนแคว้นลูฮันสก์ที่ประกาศแยกตัวจากยูเครนเป็นสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์กล่าวว่า ยูเครนอาจใช้พลเรือนเหล่านี้เป็นตัวประกัน ส่วนเมื่อวานนี้กลุ่มแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียอ้างว่า มีนักรบยูเครนติดอยู่ในโรงงานนี้ประมาณ 300-400 คน เมืองเซียเวียโรโดเนตสก์ในแคว้นลูฮันสก์กลายเป็นศูนย์กลางการสู้รบทางภาคตะวันออกของยูเครน เนื่องจากรัสเซียต้องการยึดภูมิภาคดอนบาสที่เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม ภูมิภาคนี้มีแคว้นลูฮันสก์และแคว้นโดเนตสก์เป็น 2 แคว้นใหญ่ที่กลุ่มแยกดินแดนฝักใฝ่รัสเซียยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่มาตั้งแต่ปี 2557 หลังจากรัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมีย ทางตอนใต้ของยูเครน.-สำนักข่าวไทย

ยูเครนระบุรัสเซียโจมตีเป้าหมายพลเรือน

ทางการยูเครนนำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่กรุงเคียฟ พร้อมปฏิเสธคำกล่าวอ้างของรัสเซียที่ระบุว่าได้โจมตีคลังซ่อมบำรุงและเก็บรถถัง ชี้เป็นโรงงานผลิตรถไฟของพลเรือน

ยูเครนตัดสินจำคุกตลอดชีวิตทหารรัสเซียฆ่าพลเรือน

เคียฟ 24 พ.ค.- ศาลยูเครนตัดสินจำคุกตลอดชีวิตทหารรัสเซียที่รับสารภาพว่าสังหารพลเรือน นับเป็นทหารรัสเซียรายแรกที่ถูกยูเครนตัดสินโทษในคดีอาชญากรรมส่งคราม และอาจทำให้รัสเซียตอบโต้ด้วยการดำเนินคดีกับนักรบยูเครนที่ยอมจำนนที่โรงงานเหล็กในเมืองมารีอูปอล นายสิบวาดิม ชิชิมาริน วัย 21 ปี สังกัดกองกำลังรถถังของรัสเซียถูกศาลยูเครนตัดสินว่ามีความผิดจากการจ่อยิงศีรษะชายวัย 62 ปีที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในแคว้นซูมี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนในช่วงวันแรก ๆ ที่รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครน เขาอ้างว่าทำตามคำสั่งและได้ขอโทษในศาลต่อภรรยาหม้ายของชายผู้นั้น ทนายจำเลยที่ยูเครนแต่งตั้งให้เขาแย้งว่า ลูกความไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดการเผชิญหน้าทางทหารอย่างรุนแรงและทหารรัสเซียจะสูญเสียชีวิตจำนวนมากในช่วงที่ยกกำลังบุกยูเครน และจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งเป็นโทษสูงสุดของยูเครน ด้านโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงก่อนศาลยูเครนมีคำตัดสินว่า รัสเซียไม่สามารถปกป้องนายสิบชิชิมารินได้ แต่จะหาทางทำผ่านช่องทางอื่น ขณะที่นางแมรี เอลเลน โอคอนเนลล์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายสากล มหาวิทยาลัยนอเทรอดามในสหรัฐมองว่า คดีนี้อาจสร้างความเดือดร้อนให้แก่นักรบยูเครนที่ถูกรัสเซียควบคุมตัวอยู่ รัสเซียอาจไต่สวนคนเหล่านี้เพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้ทหารรัสเซียและแพร่กระจายข้อมูลเท็จ หลังจากที่เคยขู่ว่าจะไต่สวนนักรบยูเครนที่ยอมจำนนที่โรงงานเหล็กในเมืองมารีอูปอล เพื่อหาตัวพวกชาตินิยมว่าพัวพันกับการก่ออาชญากรรมต่อพลเรือนหรือไม่.-สำนักข่าวไทย

คนในโรงงานเหล็กอพยพไปทั้งฝั่งของยูเครนและรัสเซีย

มารีอูปอล 2 พ.ค.- พลเรือนที่หลบภัยอยู่หลายสัปดาห์ในโรงงานเหล็กแห่งหนึ่งของเมืองมารีอูปอลในยูเครน ทยอยอพยพออกจากโรงงานแล้ว โดยมีทั้งกลุ่มที่อพยพไปในพื้นที่ของยูเครนและกลุ่มที่อพยพไปในพื้นที่ที่รัสเซียควบคุมอยู่ ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนทวีตเมื่อคืนวันอาทิตย์ว่า พลเรือนกลุ่มแรกประมาณ 100 คนออกจากโรงงานเหล็กอาซอฟสตอลในเมืองมารีอูปอล ทางตะวันออกเฉียงใต้แล้ว และกำลังมุ่งหน้ามายังเมืองซาปอริชเชียที่อยู่ถัดขึ้นมาทางตะวันตกเฉียงเหนือ คาดว่าจะมาถึงในวันจันทร์ เจ้าหน้าที่ยูเครนกำลังร่วมกับสหประชาชาติหรือยูเอ็น (UN) หาทางอพยพพลเรือนที่เหลืออยู่ ด้านยูเอ็นยืนยันว่า ปฏิบัติการอพยพอย่างปลอดภัยเริ่มขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ โดยมีสภากาชาดร่วมทำงานด้วย แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเรื่องจุดหมายหรือจำนวนพลเรือนด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ขณะเดียวกันรัสเซียเผยว่า มีพลเรือนจำนวนหนึ่งอพยพมายังหมู่บ้านที่รัสเซียควบคุมอยู่ ภาพข่าวของรอยเตอร์เห็นพลเรือนที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กและสตรีได้รับการช่วยเหลือขณะเดินข้ามกองซากปรักหักพังไปขึ้นรถที่ไม่มีหน้าต่าง สตรีคนหนึ่งที่มีลูกอ่อนวัย 6 เดือนเผยว่า หลบภัยอยู่นาน 2 เดือน ขณะที่สตรีสูงวัยเผยว่า อาหารที่มีอยู่ใกล้จะหมดแล้ว เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์แห่งชาติของยูเครนเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า ยังมีพลเรือนหลบภัยอยู่อีกหลายร้อยคน ต้องมีการอพยพอีกอย่างน้อย 2 ครั้งจึงจะช่วยได้หมดทุกคน ยูเครนเผยด้วยว่า รัสเซียยิงปืนใหญ่ถล่มโรงงานแห่งนี้อีกครั้งหลังจากผ่านพ้นช่วงหยุดยิงกันเป็นเวลาสั้น ๆ เมื่อวันอาทิตย์.-สำนักข่าวไทย

รัสเซียแถลงกล่าวหายูเครนยิงถล่มพลเรือนตัวเอง

มอสโก 1 พ.ค.- รัสเซียแถลงวันนี้ว่า ยูเครนระดมยิงปืนใหญ่ใส่พลเรือนของตนเองในแคว้นเคอร์ซอน ทางตอนใต้ของยูเครน ทำให้มีคนบาดเจ็บและคนเสียชีวิต สำนักข่าวเรียของรัสเซียรายงานว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้กล่าวหากองกำลังยูเครนว่า ยิงปืนใหญ่ใส่โรงเรียน โรงเรียนอนุบาลและสุสานในหมู่บ้าน 2 แห่งของแคว้นเคอร์ซอน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่กองทัพยูเครนประกาศข่าววันนี้ว่า กองกำลังรัสเซียกำลังหาทางฝ่าแนวพรมแดนของเคอร์ซอนขึ้นไปโจมตีเมืองไมโคลาอิฟและเมืองครีวี รีห์ ด้านหน่วยข่าวกรองอังกฤษทวีตผ่านทวิตเตอร์ว่า การที่รัสเซียยึดได้เมืองเคอร์ซอนที่อยู่เหนือจากคาบสมุทรไครเมียขึ้นไปเพียง 100 กิโลเมตรช่วยให้รัสเซียมีฐานที่มั่นสำหรับรุกคืบขึ้นไปทางเหนือและทางตะวันตกของยูเครน นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษ กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า อังกฤษจะจัดส่งยุทโธปกรณ์ที่ยูเครนจำเป็นต้องใช้เพื่อการปกป้องประเทศต่อไป ขณะที่นางลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษแถลงเตือนวันนี้ว่า รัสเซียกำลังใช้กลุ่มเกรียนในโลกอินเทอร์เน็ตเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางออนไลน์ หวังกระจายเรื่องโกหกเกี่ยวกับการทำสงครามผิดกฎหมายของผู้นำรัสเซีย.-สำนักข่าวไทย

รัสเซียโทษยูเครนไม่ยอมปล่อยให้คนอพยพออก

มอสโก 13 มี.ค.- เจ้าหน้าที่รัสเซียกล่าวโทษยูเครนว่า ทำให้เส้นทางมนุษยธรรมที่เปิดให้พลเรือนอพยพหนีออกจากพื้นที่การสู้รบไม่เป็นผล มิคาฮิล มิซินต์เซฟ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมการป้องกันประเทศแห่งชาติของรัสเซียแถลงที่กรุงมอสโกเมื่อวันเสาร์ว่า สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่ยุ่งยากที่สุดในขณะนี้อยู่ที่เมืองมารีอูปอล เพราะประชาชนจำนวนมากรวมทั้งชาวต่างชาติถูกกลุ่มชาตินิยมบังคับและใช้ความรุนแรงทางกายข่มขู่ไม่ให้อพยพออกนอกเมือง รัสเซียได้เปิดเส้นทางมนุษยธรรมครั้งที่ 8 ตั้งแต่เวลา 10:00 น.วันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นในกรุงเคียฟ เมืองเชอร์นีกอฟ (ยูเครนเรียกว่าเชอร์นีฮิฟ) เมืองซูมี เมืองคาร์คิฟ และเมืองมารีอูปอล โดยมีปลายทางด้านหนึ่งเข้ามายังรัสเซีย และปลายทางอีกด้านผ่านดินแดนของทางการยูเครนไปยังพรมแดนฝั่งตะวันตกของยูเครน แต่ยูเครนไม่เคยแจ้งยืนยันแม้แต่ครั้งเดียวว่าจะมีคนอพยพเข้ารัสเซีย เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่ารัฐบาลยูเครนชุดปัจจุบันไม่ได้ใส่ใจประชาชนของตนเองเลย ผู้อำนวยการของรัสเซียกล่าวต่อไปว่า ยูเครนยังคงยืนยันว่า ไม่มีพลเรือนและชาวต่างชาติต้องการเดินทางเข้ารัสเซีย ทั้งที่รัสเซียได้รับคำขออพยพจากช่องทางต่าง ๆ เพิ่มขึ้นทุกวัน ในจำนวนนี้มี 2,638,989 รายจากเกือบ 2,000 ชุมชนในยูเครนที่ระบุชื่อและที่อยู่อย่างชัดเจนว่าต้องการอพยพเข้ารัสเซีย และเมื่อรัสเซียเริ่มเปิดเผยตัวเลขต่อสาธารณะ หน่วยข่าวกรองยูเครนก็ได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบทุกคำขออพยพอย่างเคร่งครัด มีการตรวจค้น ควบคุมตัว จับกุม และสอบปากคำ ทำให้ผู้ขออพยพจำเป็นต้องหาข้ออ้างเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองจากรัสเซีย.-สำนักข่าวไทย

รัสเซียจะเปิดทางให้ยูเครนอพยพวันนี้ แต่ยูเครนไม่เชื่อใจ

ลวิฟ 8 มี.ค.- รัสเซียเผยว่า ตั้งใจเปิดเส้นทางให้พลเรือนยูเครนอพยพออกจากพื้นที่การสู้รบในวันนี้ ขณะที่ยูเครนไม่เชื่อใจ เพราะความพยายามเปิดเส้นทางก่อนหน้านี้ล้มเหลวเนื่องจากรัสเซียเปิดการโจมตีครั้งใหม่ เจ้าหน้าที่กาชาดกำลังรอฟังข่าวว่า เมื่อใดรัสเซียจะเปิดเส้นทางอพยพให้ชาวเมืองมาริอูโปล เมืองท่าทางตอนใต้ของยูเครนที่กำลังถูกรัสเซียปิดล้อม เนื่องจากมีชาวเมืองประมาณ 200,000 คน จากทั้งหมด 430,000 คน ต้องการอพยพหนีภัยการสู้รบ สื่อรัสเซียอ้างศูนย์ประสานงานด้านมนุษยธรรมในยูเครนของรัสเซียว่า รัสเซียจะเริ่มหยุดยิงในเวลา 10:00 น.วันนี้ตามเวลามอสโก ตรงกับเวลา 14:00 น.วันนี้ตามเวลาในไทย เพื่อให้พลเรือนหลบหนีผ่านเส้นทางพิเศษที่รัสเซียตกลงกับยูเครน เส้นทางเหล่านี้ส่วนใหญ่มุ่งไปยังรัสเซียโดยตรงหรือผ่านทางเบลารุส ส่วนชาวเมืองคาร์คิฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนจะได้รับอนุญาตให้เดินทางไปยังฝั่งตะวันตกของยูเครนได้ ด้านทำเนียบประธานาธิบดียูเครนไม่แสดงความเห็นในเรื่องนี้ เพราะความพยายามเปิดเส้นทางอพยพก่อนหน้านี้ล้มเหลวมาแล้วหลายครั้ง ยูเครนจะเชื่อต่อเมื่อรัสเซียเริ่มเปิดเส้นทางแล้วเท่านั้น ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์เอบีซีนิวส์ ที่ออกอากาศเมื่อค่ำวันจันทร์ว่า แม้ถูกรัสเซียถล่มอย่างต่อเนื่องจนเสบียงอาหาร น้ำและยาเหลือน้อยลง แต่กองกำลังยูเครนได้แสดงความกล้าหาญอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ปัญหาอย่างเดียวคือยูเครนมีกำลังทหารเพียง 1 ต่อ 10 ของรัสเซีย มีรถถังเพียง 1 ต่อ 50 ของรัสเซีย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐคนหนึ่งเผยว่า หลายประเทศกำลังหารือกันว่าจะจัดส่งเครื่องบินรบให้ยูเครนตามที่ผู้นำยูเครนร้องขอหรือไม่.-สำนักข่าวไทย

รัสเซียประกาศหยุดยิงบางส่วนให้พลเรือนอพยพออกจากยูเครน

กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ประกาศหยุดยิงบางส่วนในวันนี้ เพื่อเปิดทางให้มีการอพยพพลเรือนออกจาก 2 เมืองในยูเครน

1 2 3 4