fbpx

3 กองทุนสุขภาพ จับมือชวน รพ.เอกชน ร่วมบริการสิทธิบัตรทอง

กทม. 20 ก.พ.- 3 กองทุนสุขภาพ จับมือชวน รพ.เอกชน ร่วม “บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค” ภายใต้สิทธิประโยชน์ “กองทุนบัตรทอง” เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้สิทธิแก่ผู้ประกันตนและข้าราชการ รวมถึงสิทธิบัตรทอง ระบุเป็นการให้บริการเพิ่มเติมที่เบิกจ่ายกับ สปสช. พร้อมย้ำชัด รายการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับกรมบัญชีกลางและประกันสังคมยังเหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับประชาชนไทยสิทธิข้าราชการและประกันสังคมแก่สถานพยาบาลเอกชนในโครงการประกันสังคมและที่เข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยใน (Elective surgery hospital) กับกรมบัญชีกลาง ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 280 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ ตัวแทนจากสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคม กรมบัญชีกลาง และ สปสช.


นพ.จักรกริช โง้วศิริ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้กับคนไทยทุกคน และมอบให้ สปสช.ดำเนินการภายใต้กองทุนบัตรทอง นำมาสู่การบูรณาการร่วมกันของ 3 กองทุนสุขภาพ คือ กองทุนประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ และบัตรทอง เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคอย่างเท่าเทียม และไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการเบิกจ่ายของ 3 กองทุน

ในการนี้เพื่ออำนวยความสะดวกการเข้ารับบริการให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกันตนและข้าราชการ สปสช.ได้เชิญชวน โรงพยาบาลเอกชน สถานพยาบาลเอกชนโครงการประกันสังคมและสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยในกับกรมบัญชีกลางเข้าร่วมเป็น “หน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” เพื่อให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ ฯ เพิ่มเติมให้กับผู้ประกันตนและข้าราชการที่ดูแลอยู่ โดยเบิกจ่ายค่าบริการจาก สปสช.


ทั้งนี้ หน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะสร้างเสริมสุขภาพฯ เบื้องต้นจะให้บริการเฉพาะรายการที่เบิกจ่ายตามรายการที่กำหนด ได้แก่ บริการดูแลหญิงตั้งครรภ์ บริการตรวจคัดกรองภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์และโรคฟีนิลคีโตนูเรียในทารกแรกเกิด บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย บริการคุมกำเนิดกึ่งถาวร และบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก กรณีที่ตรวจคัดกรองหากมีความผิดปกติก็แนะนำให้เข้ารับบริการที่สถานพยาบาลหรือหน่วยบริการประจำตามสิทธิต่อไป

“เดิมที สปสช.จ่ายค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค แบบเหมาจ่ายรายหัว ทำให้ประชาชนต้องไปรับบริการได้เฉพาะที่หน่วยบริการบัตรทอง สปสช.จึงปรับการจ่ายเพื่อเปิดช่องให้สถานพยาบาลนอกระบบหลักประกันสุขภาพ ที่สนใจเข้าร่วมให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ ซึ่งประชาชนสิทธิบัตรทองก็สามารถใช้บริการได้ด้วย และนำมาสู่การประชุมชี้แจงในวันนี้” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

นายรชตะ อุ่นสุข ผู้อำนวยการกลุ่มงานกฎหมายด้านสวัสดิการรักษาพยาบาล กรมบัญชีกลาง กล่าวว่า สิทธิประโยชน์สร้างเสริมสุขภาพฯ คนไทยทุกคนมีสิทธิเข้าถึงบริการ สปสช.จึงหารือกับกรมบัญชีกลางเพื่อให้ข้าราชการและญาติสายตรงเข้าถึงบริการนี้ ซึ่งกรมบัญชีกลางมีสัญญากับโรงพยาบาลเอกชนรวม 200 แห่ง ที่ให้บริการผ่าตัดแบบไม่เร่งด่วน จึงตั้งโจทย์ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้โรงพยาบาลเหล่านี้ร่วมให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ กองทุนบัตรทองด้วย


อย่างไรก็ตามประเด็นแรกที่ต้องเน้นย้ำคือ การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับกรมบัญชีกลางทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพียงแต่ รพ.ที่ร่วมให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ กองทุนบัตรทองจะต้องทำข้อมูลการบริการสร้างเสริมสุขภาพฯ เพิ่มเติมเพื่อเบิกจ่ายกับ สปสช.เท่านั้น ตัวอย่างสิทธิการฝากครรภ์ ปกติคนท้องที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลใดก็จะผ่าคลอดที่นั่นด้วย ซึ่งหากผู้มีสิทธิเข้าผ่าท้องคลอด รพ.ยังคงเบิกค่าบริการกับกรมบัญชีกลางเหมือนเดิม เพียงแต่ในส่วนบริการฝากครรภ์ที่เพิ่มมาใหม่ ให้ส่งข้อมูลเบิกค่าบริการกับ สปสช. โดยไม่เรียกเก็บเพิ่มกับผู้มีสิทธิอีก

“ผมย้ำว่าโครงการนี้เป็นความร่วมมือ สปสช. สปส. และกรมบัญชีกลาง ขอเชิญชวนให้โรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญากรมบัญชีกลาง เข้าร่วมให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ กับ สปสช. เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้รับบริการที่ท่านดูแลอยู่”

ด้าน นางยุวดี อัคนิวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มงานคุ้มครองสิทธิทางการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ประกันสังคมเริ่มให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค จำนวน 14 รายการเมื่อ 1 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา พร้อมขยายเปิดรับสถานพยาบาลมาร่วมให้บริการ ในการร่วมมือกับสปสช. ครั้งนี้ สปส.คงนำสิทธิประโยชน์สร้างเสริมสุขภาพฯ ของกองทุนบัตรทองมาทบทวนและจ่ายเฉพาะรายการที่ไม่ซ้ำซ้อนแทน ปัจจุบันมี รพ.เอกชน ในระบบประกันสังคม 89 แห่ง ในจำนวนนี้มี 39 แห่งที่ไม่ได้อยู่ในระบบของ สปสช.

ในกรณีฝากครรภ์ ผู้ประกันตนนอกจากได้รับค่าฝากครรภ์ 1,500 บาทแล้ว หากฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลที่ร่วมให้บริการกับ สปสช. ก็จะได้รับบริการฝากครรภ์คุณภาพฟรีตามสิทธิบัตรทองเพิ่มเติม โดยโรงพยาบาลเบิกค่าบริการฝากครรภ์จากสปสช. ในส่วนค่าคลอดบุตร สปส.ยังดูแลในอัตรา 15,000 บาท ซึ่ง รพ. ยังเรียกเก็บค่าบริการกับผู้ประกันตนเช่นเดิม

“รพ.ประกันสังคมที่ร่วมให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ กับ สปสช. อาจสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกันตนเลือกใช้สิทธิที่ รพ.ท่านเพิ่มเติม เป็นการร่วมดูแลผู้ประกันตนให้เข้าถึงสิทธิ มีสุขภาพที่ดี และลดค่ารักษาพยาบาล สปส.หวังเป็นอย่างยิ่งจะมี รพ.ที่ร่วมให้บริการกับ สปสช. เพิ่มเติม” นางยุวดี กล่าว .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ พื้นที่ กทม. 9 จุด

ตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับ กสทช. และ AIS เปิดปฏิบัติการเข้าทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 9 จุด หลังพบเป็นจุดที่ใช้ส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือสำหรับโทรมาหลอกลวงประชาชน

โครงหลังคาลานจอดรถพังล่มทับรถ บาดเจ็บ 1 คน

โครงสร้างหลังคาลานจอดรถบ้านทาวน์โฮมสูง 3 ชั้น พังถล่มทับรถยนต์พังเสียหาย เศษปูนกระจัดกระจายเต็มพื้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน แขนหัก ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

เร่งหาสาเหตุพระเปรียญ 9 ประโยค มรณภาพปริศนาหน้ากุฏิ

เร่งหาสาเหตุพระสงฆ์เปรียญธรรม 9 ประโยค มรณภาพปริศนาหน้ากุฏิ เลือดออกปากและจมูก แต่ไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย

เร่งล่าคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์หญิงวัย 75 ดับคาบ้าน

ตำรวจเร่งพลิกแผ่นดินล่าคนร้ายปีนบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ใช้ของมีคมแทงหญิงวัย 75 ปี กว่า 20 แผล เสียชีวิต ก่อนชิงทรัพย์สินหลบหนี

ข่าวแนะนำ

ปตท.-บางจากปรับลดราคาขายน้ำมัน

เฮลั่น! PTT Station และบางจาก แจ้งลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน 3 บาท/ลิตร ส่วน E85 ลด 1.80 บาท/ลิตร กลุ่มดีเซลราคาคงเดิม มีผลพรุ่งนี้ (8 ก.ค. 65) ตั้งแต่ 05.00 น. เป็นต้นไป

อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งคดี “แตงโม” เป็น 3 ส.ค.

อัยการจังหวัดนนทบุรีเลื่อนนัดฟังคำสั่งคดี “แตงโม” ออกไปเป็นวันที่ 3 ส.ค.65 เวลา 10.00 น. ขณะที่ผู้ต้องหาเตรียมไปยื่นขอความเป็นธรรมที่สำนักงานอัยการสูงสุดช่วงบ่ายวันนี้ “กระติก” ระบุรู้สึกเสียเวลา หากคดียืดเยื้อออกไปก็จะมีบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้ามาอีก

กรมการแพทย์ชี้โควิด BA.4-BA.5 อยู่ในช่วงขาขึ้น

“นพ.สมศักดิ์” อธิบดีกรมการแพทย์ ชี้โควิด BA.4-BA.5 อยู่ในช่วงขาขึ้นของการระบาด คาดต่อเนื่องอีกเกือบเดือน หลังพบผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว กำชับให้ รพ.ทุกแห่งในสังกัด เปิด ARI คลินิก รองรับผู้ป่วยโควิดเต็มรูปแบบ