นพ.ประสิทธิ์ 4 สายพันธุ์โควิดที่ต้องเฝ้าระวังเข้ม

สำนักข่าวไทย 15 มิ.ย.-คณบดีศิริราชแจง 4 สายพันธุ์โควิด ทุกตัวมีการเปลี่ยนตำแหน่ง ที่เป็นสาเหตุให้ไวรัสแพร่เร็ว และมี 2 ตัว ได้แก่ สายพันธุ์เบตา และแกรมมา ที่ทั้งเร็วและหลบภูมิคุ้มกัน แต่ยังไม่มีสายพันธุ์ใดที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ชี้วัคซีนยังคุมไวรัสได้อยู่ แนะเร่งฉีดเพื่อสร้างภูมิก่อนไวรัสเปลี่ยนแปลง ย้ำการเปิดประเทศต้องมั่นใจไม่มีไวรัสกลายพันธุ์


ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก และของไทยว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 2,300 ล้านโดส หรือคิดเป็นอัตราการฉีดทั่วโลกร้อยละ 25 และมีการฉีดเฉลี่ยต่อวัน 35 ล้านโดส ซึ่งผลของการฉีดวัคซีนทำให้เริ่มพบอัตราการป่วยและเสียชีวิตลดลง อัตราการป่วยทั่วโลกเดิมเฉลี่ย 6 แสนคนต่อวัน ปัจจุบันเช้าวันนี้ (15 มิ.ย.) 3 แสนคน อัตราเสียชีวิตก็เช่นกัน 12,000 คนต่อวัน เหลือ 9,000 คนต่อวัน

พร้อมเปรียบเทียบอัตราการฉีดวัคซีนทั่วโลก โดยประทศที่มีการฉีดวัคซีนเกินร้อยละ50 ได้แก่ สหรัฐ อังกฤษ และอิสราเอล ทำให้สถานการณ์ในประเทศดีขึ้น ส่วนที่อินเดียเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมาก อัตราการฉีดวัคซีนยังน้อยอยู่ยังไม่มีผลทำให้อัตราการเสียชีวิต หรือป่วยลดลง ขณะที่ประเทศอังกฤษ แม้พบว่ามีการฉีดวัคซีนถึง 70 ล้านโดส แต่ก็พบว่าไวรัสที่พบในประเทศมีเกือบทุกสายพันธุ์ ตอนนี้พบสายพันธุ์เดลตามากที่สุด


ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนที่มาเลเซียเริ่มฉีดวัคซีนวันที่ 24 ก.พ. ตอนนี้ฉีดไปแล้วร้อยละ 8.7 ส่วนไทยขณะนี้จำนวนคนติดเชื้อพุ่งสูงถึง 2 แสนคน ตอนนี้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 6 ล้านโดส แต่อัตราการเสียชีวิตและป่วยยังไม่ลดลง แสดงว่ายังไม่เห็นผลของการฉีดวัคซีน พร้อมยกตัวอย่างประเทศที่เริ่มผ่อนคลายมาตรการ อย่างอังกฤษ ที่ท้ายสุดพบว่าในประเทศพบการระบาดหลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา ที่มีการแพร่อย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องเลื่อนมาตรการผ่อนคลายออกไป

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า สายพันธุ์โควิดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดมี 4 สายพันธุ์ โดยองค์การอนามัยโลกได้มีการเปลี่ยนการเรียกสายพันธุ์ใหม่ ไม่เรียกเป็นรหัสหรือประเทศ กำหนดเรียกเป็นอักษรกรีกแทน โดยสายพันธุ์อังกฤษ ถูกเรียกเป็นสายพันธุ์อัลฟา ซึ่งพบว่าตำแหน่งของไวัรัสที่มีการเปลี่ยนที่ N501Y เป็นสาเหตุให้มีการแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับ

สายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) มีการเปลี่ยนแปลง 2 ตำแหน่ง ได้แก่ N501Y มีการแพร่อย่างรวดเร็ว และตำแหน่งที่ E484K มีผลให้หลบภูมิคุ้มกัน


ส่วนเดลตา (สายพันธุ์อินเดีย) พบว่า มีการแพร่ระบาดได้เร็ว สายพันธุ์ อัลฟา โดยไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงที่ตำแหน่ง L452R และพบว่ามีการระบาดหนักในอังกฤษ

ส่วนแกรมมา (สายพันธุ์บราซิล) พบไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงใน 2 ตำแหน่ง ได้แก่ L452R และ E484K ที่ทั้งแพร่ระบาดเร็วและหลบภูมิคุ้มกัน

พร้อมย้ำประสิทธิภาพและการตอบสนองของวัคซีนยังดีอยู่ โดยสายพันธุ์เดลตายังครอบคลุมไวรัสได้ร้อยละ 60 และซิโนแวค ครอบคลุมได้ร้อยละ 50 จึงอยากให้ทุกคนเร่งรับวัคซีน แต่การเปิดประเทศก็ต้องระวัง หากมีการเปิดแล้วพบคนติดเชื้อหลากหลายสายพันธุ์ก็ยากที่จะควบคุม และอาจมีผลต่อวัคซีนในอนาคต ทั้งนี้จากการติดตามสายพันธุ์ของไวรัส ยังไม่พบความรุนแรงขึ้น พบแต่การแพร่เชื้อเร็ว และหลบภูมิคุ้มกัน จึงต้องศึกษาธรรมชาติของไวรัสต่อไป .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก