เรียกร้องชดเชยเยียวยาโควิดเป็นเงินสด

ทำเนียบรัฐบาล 1 ก.พ.- กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายกฯ เรียกร้องให้ชดเชยเยียวยาโควิดเป็นเงินสด ห้ามนำเงินประกันสังคมมาใช้


กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี นำโดย น.ส.ธนพร วิจันทร์ รวมตัวบริเวณหน้าทำเนียบฯ เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงถามมาตรการเยียวยา เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 และวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ โดยเห็นว่าเป็นผลมาจากการความผิดพลาดของรัฐบาลที่ไม่สามารถเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมในการควบคุมโรคระบาด พร้อมพยุงความเป็นอยู่และปากท้องของประชาชนเอาไว้ได้ ทั้งที่การระบาดระลอกใหม่ มีผู้ได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง ทั้งเด็กนักรียนที่ต้องเรียนออนไลน์ ผู้ปกครองที่ต้องทำงานที่บ้าน พร้อมกับดูแลบุตรหลาน ต้องรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น

“ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าขายสินค้าไม่ได้ โรงงานหลายแห่งถูกปิดชั่วคราว คนงานถูกปรับลดงินเดือน ไม่ได้รับค่าจ้างหรือได้รับค่าจ้งไม่เต็มจำนวน รวมถึงถูกให้ออกจากงาน และย้ายอาชีพมาทำงานที่ไม่มั่นคงมากขึ้น ไม่มีสวัสดิการรองรับ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้ทำหน้ที่อย่างหนักมาตั้งแต่การระบาดครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลกลับมีมาตรการเยียวยาผู้เดือดร้อนเพียงบางส่วน เหมือนกับให้ประชาชนชิงโชคแย่งกันรับสวัสดิการ โดยไม่พิจารณาข้อเท็จจริงจากผู้ที่มีความเดือดร้อน โดยเฉพาะแพทย์และพยาบาลหญิงที่ต้องทำงานหนัก ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ถูกขอร้องให้ทำงานล่วงเวลา ในช่วงโรคระบาดโควิด- 19 นอกจากนี้คนงานหญิงตั้งครรภ์ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่นายจ้างเลิก และกดดันให้ออกจกงาน ไม่นับรวมแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดูแลสมาชิกในครอบครัว” น.ส.ธนพร กล่าว


น.ส.ธนพร กล่าวว่า ขอเรียกร้องรัฐบาลเยียวยาประชาชนอย่างถ้วนหน้า โดยจ่ายเป็นเงินสด เพื่อให้สะดวกต่อการเข้าถึง สำหรับประชาชนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนหรืออินเทอร์เน็ต และรัฐต้องจัดหางบประมาณแผ่นดินส่วนอื่นมาเยียวยาประชาชน โดยไม่นำเงินจากกองทุนประกันสังคมมาใช้เด็ดขาด เพราะเงินประกันสังคมเป็นกองทุนที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการใช้อยู่แล้ว อีกทั้งรัฐต้องจัดให้มีศูนย์ลี้ยงเด็กลูกคนงานในย่านอุตสาหกรรมและชุมชน พร้อมกับจ่ายเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า 0-6 ปี เดือนละ 600 บาท ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

เคลื่อน 18 ศพเหยื่อบัสมรณะ ถึงบ้านเกิด ญาติร่ำไห้อาลัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 18 ราย จากเหตุรถบัสพลิกคว่ำ ถึงวัดป่าวิเวกธรรมคุณ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติที่รอรับศพ

สำรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ พบว่ารถคันดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมจอดพักรถและลงชื่อก่อนจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ทำให้รถเกิดเบรกแตกไหลลงเขาจนเกิดโศกนาฏกรรม

นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ถกปราบบุหรี่ไฟฟ้า

“แพทองธาร” นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ประชุมปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” ขีดเส้น 30 วัน ดำเนินการให้เด็ดขาด สั่งเข้มห้ามขายใกล้สถานศึกษา ต้องจัดการผู้นำเข้า

รถบัสดูงานคว่ำ

เร่งหาสาเหตุรถบัสคณะดูงานบึงกาฬ พลิกคว่ำทางลงเขาศาลปู่โทน

เจ้าหน้าที่เร่งกู้ซากรถบัสคณะดูงานเทศบาลบึงกาฬ เสียหลักพลิกคว่ำบริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก พร้อมเร่งหาสาเหตุของอุบัติเหตุ หลังมีรายงานว่าตอนลงเขารถบัสใช้ความเร็วเกิน 100 กม./ชม.