รัฐสภา 23 เม.ย.-“ธีรัจชัย” วอน นายกฯ ในฐานะลูกตำรวจ เร่งตามตัว “บอส” มาลงโทษ ชี้คำพิพากษา คดีแก้คำให้การเพื่อช่วยเหลือ เป็นสิ่งยืนยัน เกี่ยวข้องกระทำผิด เผยพบเบาะแส เคยอยู่ ‘ฟิจิ’ ย้ายไปตามโรงแรมเครือ
นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาคดีการร่วมกันกระทำผิดเปลี่ยนแปลงพยานหลักฐาน ในคำให้การพยาน เรื่องความเร็วรถยนต์ เพื่อช่วยเหลือนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหา คดีขับรถสปอร์ตหรูปอร์เช่ เฉี่ยวชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อให้พ้นผิด หรือรับโทษน้อยลง
โดยนายธีรัจชัย มองว่า การจำคุก นายชัยณรงค์ เเสงทองอร่าม 2 ปี กับ นายเนตร นาคสุข 3 ปี ฐานความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และจำเลยที่เหลืออีก 6 คนให้ยกฟ้อง ออกหมายขังระหว่างอุทธรณ์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นประกันตัวอุทธรณ์นั้น เป็นข้อยืนยันว่า อย่างไรก็ตาม คดีนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเรื่องความเร็วรถ และเป็นเรื่องที่สะเทือนใจต่อพี่น้องตำรวจทุกคน เพราะเมื่อมีตำรวจเสียชีวิต แต่ไม่มีใคร ต้องรับผิดชอบอะไรเลย
ส่วนกรณีที่ผู้ร้องอาจจะมีการช่วยเหลือนั้น ศาลชั้นต้นได้มีการตัดสินไปแล้ว เชื่อว่าจำเลยที่ถูกตัดสินพิพากษาลงโทษ และโจทก์ในคดีนี้ จะต้องมีการอุทธรณ์ต่อไป ซึ่งอาจจะยืนตามศาลชั้นต้นตามเดิม หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้
นายธีรัจชัย ย้ำว่า สิ่งสำคัญคือในเรื่องนี้ คือยังไม่มีการเติดตามตัว บอส อยู่วิทยา อย่างแท้จริง ตนเองทั้งเคยอภิปราย และมีการตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ในหลายครั้ง แต่จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ กระทั่งตนได้เดินทางไปประเทศแถบสแกนดิเนเวีย และพบเบาะแสว่า บอส อยู่วิทยา ได้เดินทางไปที่รีสอร์ท บนเกาะโลคารา ประเทศฟิจิ บ่อยครั้ง ในปี 63-64 และพบว่ารีสอร์ทนี้ เครือบริษัทเคยถือหุ้นอยู่ ต่อมาจึงขายให้กับต่างชาติ โดยตนได้ส่งเบาะแสนี้ ให้กับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องไปแล้ว แต่ความเคลื่อนไหวล่าช้า
“บอส อยู่วิทยา จะเดินทางไปยังโรงแรมที่อยู่ในเครือธุรกิจของเขา หรือของคนที่เกี่ยวข้องกับเขา ดังนั้น ในทางการสอบสวน เพื่อทำให้เรื่องนี้เป็นไปตามมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม ผมอยากให้นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งเป็นลูกหลานตำรวจ เร่งรัด ติดตาม นำตัว บอส อยู่วิทยา มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ ส่วนจะผิดหรือถูก ก็ไม่เป็นไร แต่รัฐบาลไม่ควรจะนิ่งดูดายอีกต่อไป เพราะพี่น้องตำรวจต้องการอยากให้มีการดำเนินการจนสิ้นสุดกระแสความ” นายธีรัจชัย กล่าว
สำหรับการติดตามตัวนั้น นายธีรัจชัย กล่าวว่าได้รับการชี้แจงว่า ก่อนหน้ามีการส่งเอกสารไปสอบถามตามสถานทูตต่างๆ ซึ่งไม่ได้เกิดผลอะไรเลย แต่ควรลองตรวจสอบดูว่าในประเทศอื่น ที่เครือบริษัทถือหุ้นอยู่ มีที่ไหนบ้าง เพื่อติดตามนำตัวมาดำเนินคดี.-319.-สำนักข่าวไทย