“พล.อ.ประวิตร” นำทีมเปิดนโยบายอีสานประชารัฐ

พรรคพลังประชารัฐ 20 เม.ย.- “พล.อ.ประวิตร” นำทีมเปิดนโยบายอีสานประชารัฐ ทำรถไฟรางคู่อีสาน-ตะวันออก เอาใจคนอีสาน วอนเลือกผู้สมัครทั้ง 133 เขต ชนะแลนด์สไลด์ ดัน “ลุงป้อม” เป็นนายกฯ ทำทันที


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดนโยบายพัฒนาอีสานประชารัฐ โดยพรรคมีแนวทางพัฒนาพื้นที่ 24 จังหวัดภาคอีสาน เป็นนโยบายพัฒนาภาคอีสานด้วยรถไฟรางคู่ บึงกาฬ-อู่ตะเภา สอดรับโครงการ EEC โดยทางรถไฟจะผ่าน 13 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และเชื่อมต่อ 11 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ศรีสะเกษ หนองคาย และหนองบัวลำภู ระยะทางรวมประมาณ 480 กิโลเมตร โดยเราจะสร้างเมื่อเราเป็นรัฐบาล พร้อมกันนี้ ยังมีโครงการสร้างทางหลวงพิเศษ 8 ช่องจราจร สร้างนิคมอุตสาหกรรมขนาด 20,000 ไร่ 6 แห่ง สร้างวิทยาลัยอาชีวะใกล้นิคม นิคมละ 2 แห่ง รวม 12 แห่ง เพื่อเตรียมคน และสร้างท่าเรือบก 3 แห่ง รองรับการขนส่งสินค้าอุตสาหกรรม ดังนั้น ขอให้ชาวอีสานเลือกผู้สมัครพลังประชารัฐทั้ง 133 เขต

“ทำเพื่อคนอีสานโดยเฉพาะ เพื่อให้คนอีสานมีงานทำ สร้างงาน สร้างอาชีพ เราทำโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อชาวอีสาน โดยเฉพาะภาคอีสาน 133 เขต เป็น 1 ใน 3 ของประเทศนะครับ” พล.อ.ประวิตร กล่าว


เมื่อถามถึงงบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้ พล.อ.ประวิตร ถึงกับร้องว่า “โอ้โห เดี๋ยวเขาคิด ผมก็ยังไม่ได้คิดเหมือนกัน คุณจะคิดได้อย่างไร”

ส่วนการทำโครงการ Mega Project ไปที่ภาคอีสานอย่างเดียว จะทำให้ภาคอื่นน้อยใจหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราทำอีสานก่อน ต่อไปจะทำภาคเหนือและภาคใต้ต่อไป

เมื่อถามย้ำว่า โครงการนี้จะเน้นเฉพาะช่วงหาเสียงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เฉพาะโครงการนี้โครงการเดียวก็คิดมาหลายปีแล้ว อย่าคิดว่าจะเสร็จพรุ่งนี้ เพราะถ้าเสร็จพรุ่งนี้ผมก็ทำเลย และขอไม่ต้องห่วงว่าที่อื่นจะน้อยใจ ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง แต่ผมไม่ห่วงนะครับ


สำหรับโครงการนี้คาดหวังจะได้คะแนนเสียงในภาคอีสานเพิ่มขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถ้าไม่คิดว่าได้คะแนนเสียงก็คงไม่คิดโครงการนี้

ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เป็นการเปิดนโยบายอีสานประชารัฐ เชื่อมต่อกับภาคตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า สัญจรจากอีสานเชื่อมต่อกับทะเล และมาสนามบินอู่ตะเภา เพื่อเปิดภาคอีสานของเราให้ทันต่อโลก ที่ผ่านมาขอแต่แลนด์สไลด์ แต่ไม่เห็นพรรคการเมืองใดที่จะพัฒนาอีสานให้พ้นจากความยากจน อยู่ดีกินดี นำเทคโนโลยี นำเงินลงทุนจำนวนมหาศาล เพื่อไปพัฒนาภาคอีสาน มีเพียงพรรคพลังประชารัฐที่ให้ความสำคัญต่อพี่น้องชาวอีสาน ที่ตลอดเวลากว่า 20 ปี ไม่ได้รับการพัฒนาใดๆ พรรคจึงมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะก่อสร้างทางรถไฟความเร็วรางคู่ จากบึงกาฬ ผ่านอีสาน ทั้งภาคตะวันออก มาถึงท่าเรือมาบตาพุด-แหลมฉบัง และสนามบินอู่ตะเภา ทางรถไฟเพื่อเปิดโลกให้ชาวอีสาน

นายสันติ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีทางด่วนพิเศษ 8 ช่องจราจร ควบคู่มากับทางรถไฟ พร้อมกันนั้นตลอด 480 กิโลเมตรที่ทางรถไฟวิ่งผ่าน พลังประชารัฐมีโครงการสร้างนิคมอุตสาหกรรม ด้านละ 3 นิคมอุตสาหกรรม ตลอดแนวทางของรถไฟ และตลอดแนวทางของทางด่วน รวม 6 นิคมอุตสาหกรรม เพื่อเป็นการสร้างงาน และขณะเดียวกันได้เตรียมวิทยาลัยอาชีวะ เพื่อเรียนรู้พัฒนาอาชีพ เพื่อให้ลูกหลานชาวอีสานมีความรู้ความสามารถในเทคโนโลยีต่างๆ ให้ทันกับโลก เพื่อป้อนให้กับนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 6 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งจะมีประมาณ 1,000 โรงงานอุตสาหกรรม รวม 6,000 โรงงาน ซึ่งจะสร้างเม็ดเงิน 4.5 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าคนอีสานจะสามารถลืมตาอ้าปากได้ ขณะเดียวกัน จะมีการสร้างท่าเรือบก ที่มีศักยภาพเท่าท่าเรือคลองเตย เพื่อรองรับสินค้า และรถไฟทางคู่ ความเร็วประมาณ 100-150 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ทั้งนี้ 6 นิคมอุตสาหกรรม จะเปิดให้ทั่วโลกเข้ามาตั้งโรงงานและลงทุนได้ ซึ่งขณะนี้มีจีนและยุโรปให้ความสนใจ

“การพัฒนาภาคอีสานครั้งนี้ได้ต่อเชื่อมกับ EEC ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออก ซึ่ง EEC ของเราพัฒนามาเกือบ 30 ปีแล้ว ขณะนี้มีความเจริญ มีความพร้อมเต็มที่ มีทั้งโรงงานตรวจสอบคุณภาพสินค้าต่างๆ ที่จะส่งออกต่างประเทศ” นายสันติ กล่าว

นายสันติ ย้ำว่า พรรคมีนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคีกัน ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเราตั้งใจว่าจะให้พี่น้องชาวอีสานก้าวข้ามความยากจน ซึ่งหากพี่น้องชาวอีสานเลือก ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐครั้ง 133 เขต หัวหน้าพรรคยืนยันว่าจะทำจริง ทำทันทีในโครงการอีสาน หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นความตั้งใจและเป็นความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนอีสาน ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง

สำหรับงบประมาณที่จะใช้ทั้งโครงการนั้น นายสันติ ไม่ตอบว่าใช้เท่าไหร่ บอกเพียงว่า นิคมอุตสาหกรรมทั้ง 6 แห่ง ต้องเวนคืนที่ดิน โดยจะจ่ายค่าเวนคืนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นแม่งานในการดำเนินการ ส่วนเงินทุนมาจากไหนนั้น ในนิคมอุตสาหกรรมแต่ละแห่งทั้ง 6 แห่ง เราจะเชิญชวนให้โรงงานจากทั่วโลกมาตั้งโรงงาน โดยใช้เทคโนโลยีของแต่ละประเทศมาใช้ที่เมืองไทย ดังนั้น เงินทุนก็เป็นเงินทุนที่จะมาจากแต่ละโรงงานที่จะมาเช่า หรือซื้อที่นี้เพื่อมาตั้งโรงงานอุตสาหกรรม

นายสันติ กล่าวว่า ในเรื่องของงบประมาณที่จะใช้กับรถไฟรางคู่และทางด่วนแต่ละช่องจราจรนั้น นอกเหนือจากการใช้งบประมาณแล้ว เรามีระบบ PPP ให้เอกชนมาร่วมลงทุนในการดำเนินการ ซึ่งเป็นเงินไม่มาก สามารถทำได้อยู่แล้ว และทางด่วนเหล่านี้เป็นทางด่วนเรื่องการขนส่ง ก็จะมีค่าขนส่งกลับมา

“ของเราอย่าใช้คำว่าไปแข่งกับแลนด์สไลด์ เรามีความตั้งใจจะพัฒนาอีสาน ให้ลูกหลานของชาวอีสานมีศักยภาพ มีความสามารถ และให้คนอีสานก้าวผ่านความยากจน ให้คนสร้างงาน สร้างอาชีพ พัฒนาความยากจน เรามั่นใจว่าชาวอีสานก็จะต้องเลือกพรรคพลังประชารัฐทั้ง 133 เขต เพื่อให้พรรคพลังประชารัฐสามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และใน 133 เสียงที่พี่น้องชาวอีสานเลือกก็จะเข้าไปสู่สภาฯ ไปยกมือสนับสนุนให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคของเรา เป็นนายกฯ และผมยืนยันว่า โครงการเหล่านี้ทำจริง ทำทันที แต่เราจะต้องมีนายกรัฐมนตรีเป็นคนใช้อำนาจในการผลักดันโครงการดีๆ อย่างนี้ที่เราจะพัฒนาภาคอีสาน ผมยืนยันเราทำจริง ทำทันที” นายสันติ กล่าว

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ก่อนแถลงนโยบายได้ยื่นเรื่องไปยัง กกต.แล้ว และยืนยันว่าโครงการนี้ทำได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเสาร์ที่ 22 เม.ย.นี้ พล.อ.ประวิตร และแกนนำ จะนั่งรถไฟไปจังหวัดนครราชสีมา พร้อมยอมรับว่าจะเป็นการไปสำรวจเส้นทางตามโครงการนี้ด้วย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมการประมง

รัฐสภา 28 ส.ค.-“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ.. ผ่าน กมธ.ร่วม สส.-สว.แล้ว เห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ราบรื่น ย้ำเป็นกฎหมายเพื่อทุกคน เกื้อหนุนประมงไทยโตขึ้น นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ….ในนาม สส.และรัฐบาล ที่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ จึงขอมอบกฎหมายประมงฉบับใหม่นี้ให้กับประชาชนชาวไทยแม้ว่ายังจะไม่เข้าสภา แต่เชื่อจะไม่มีปัญหาใดใดๆ อย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาชาวประมงไทยจำนวนนับ 100,000 คน ย่ำแย่กับเศรษฐกิจด้านการประมง ประเทศเสียหายอย่างมาก จากที่เคยเป็นประเทศประมง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และไทยส่งออกมูลค่านับ 100,000 ล้านบาท กลับกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าสัตว์น้ำ แม้ปลาทูยังต้องนำเข้า ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวเข้าใจและเห็นใจโดยเฉพาะในช่วงรัฐบาล คสช. ถูกกดดันจากสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้มีการแก้กฎหมายประมงในช่วงนั้น […]

กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เขต อ.อรัญประเทศ

สระแก้ว 23 ส.ค.-กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกบริเวณหลักเขตที่ 50-51 เขต อ.อรัญประเทศ ระยะทาง 10 กม. เชื่อเริ่มดำเนินการได้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พลเอกมนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยพร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อสำรวจแนวชายแดนตั้งแต่หลักเขตที่สี่ 48 ต่อเนื่องถึง 51 บริเวณพื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม ในเขต อ.อรัญประเทศ โดยการสำรวจดังกล่าวเพื่อเตรียมสร้างแนวกำแพงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นบริเวณหลักเกณฑ์ที่ห้า 50 และ 51 ซึ่งไทยและกัมพูชาเห็นตรงกันแล้วในเรื่องเขตแดน จะสร้างเป็นรั้วถาวรเป็นจุดแรกระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ขณะบริเวณอื่นๆ ซึ่งยังมีการอ้างสิทธิ และยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน เบื้องต้นก็จะสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราวด้วยวิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดนและวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดกล้องวงจรปิดในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมไปถึงการลาดตระเวนตรวจตรา นอกจากนี้การปรับพื้นที่ให้โล่งก็จะทำให้การลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติยากขึ้น ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหาสแกมเมอร์ ได้ โดยการดำเนินการจะเริ่มต้นทันทีที่นำเรื่องเข้าขออนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติและไม่ได้ติดขัดในเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด เชื่อว่าภายในปีนี้น่าจะเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มต้นเกิดขึ้นได้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการลงในรายละเอียดพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่บางส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็เชื่อว่าประชาชนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม พลตรี วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน […]

“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน

กทม. 28 ส.ค.-“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ถกลับเข้ม ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน “บิ๊กเต่า” เป็นเหตุทำโผนายพล 136 ตำแหน่งสะดุดไม่ลงตัว ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 7/2568 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 มีระเบียบวาระการประชุม 5 วาระ ประกอบด้วย วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ /วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 6/2568 /วาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ เรื่องที่ 1 รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.สืบสวนสอบสวน ที่ ก.ตร. มอบหมายให้ทำการแทน เรื่องที่ 2 รายงานผลตามมติ […]

ข่าวแนะนำ

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]

ปชน. เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน

กทม. 29 ส.ค.-พรรคประชาชน เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน นายกฯ คนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม พร้อมยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมกรรมการบริหาร และ สส.พรรค​ นัดหมายรวมกันที่พรรคประชาชน เพื่อ​เกาะติดฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง​ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อกำหนดทิศทางของพรรคต่อไป จากนั้นเวลา 16.30 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า นับตั้งแต่คลิปเสียงถูกเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณะ พรรคประชาชนได้เรียกร้องมาโดยตลอดให้นายกรัฐมนตรี ทำการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน ได้ใช้อำนาจของประชาชนในการตัดสินรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ในเรื่องของการเมืองและความขัดแย้ง และปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าอยู่ตอนนี้ แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี กลับเลือกที่จะรักษาอำนาจของตัวเอง ให้คงต่อไป จนกระทั่งวันนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่ง ตนและพรรคประชาชนได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า […]

ศาล รธน. มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นเก้าอี้นายกฯ ครม.หลุดทั้งคณะ

ศาล รธน. 29 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เเละ ครม.พ้นจากตำเเหน่งทั้งคณะ ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง คดีคลิปเสียงคุย “ฮุนเซน” ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ซึ่งผู้ถูกร้องแถลงข่าวว่าเป็นเสียงการสนทนาของตนกับสมเด็จฮุน เซน จริง แม้ผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่าเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัว โดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวล เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทยก็ตาม แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบ หรือกำหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะวิสัย และพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ […]

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]