“ภูมิธรรม” โต้ข่าวเด้ง “ผบ.ตร.” บอกไร้สาระ-แจงเลื่อนถก ก.ตร.

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “ภูมิธรรม” แจงเลื่อนประชุม ก.ตร. เหตุเรื่องร้องเรียน ยัน มีอำนาจสั่งเลื่อน แต่ไม่ขยายเวลา ชี้ ทำตามกฎหมาย โต้ ข่าว เด้ง ผบ.ตร. ไร้สาระ ไม่เป็นความจริง ย้ำ สัมพันธ์ยังดี


นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงการเลื่อนการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ไปวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค.68 เวลา หลังจากมีกระแสข่าวว่า เลื่อนเนื่องจากมีการร้องเรียนจนทำให้ฝ่ายการเมืองไม่พอใจ ถึงขั้นจะเด้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยยืนยันว่า ตนไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ส่วนตน ไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัว แต่ยอมรับว่า มีการร้องเรียนเรื่องจากแต่งตั้งจากนายตำรวจ 4 คน ส่วนหนึ่งเป็นนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจในคดีชั้น 14 คือ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ และพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) ที่ได้เขียนจดหมายร้องเรียนอย่างเป็นทางการมาที่ตนแล้ว

ทั้งนี้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นได้มีการหารือกับเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฏีกาแล้ว ซึ่งทางกฤษฎีกาแนะนำว่า การร้องเรียนเป็นสิทธิ์ที่สามารถนำมาพิจารณาได้ เพราะทั้ง 4 คนยังไม่ได้มีความผิดอะไร


อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรม กล่าวว่า เมื่อเดินทางไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทางผบ.ตร.ได้เชิญไปคุยในห้องรับรอง ตนจึงได้มีการสอบถามเรื่องข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น ทางผบ.ตร.ก็มีความตั้งใจและได้อธิบายในหลายเรื่อง แต่อยู่คำตัดสินเพราะผบ.ตร.เป็นผู้รับผิดชอบ

“ผมบอกว่า ผมไม่มีปัญหาอย่างอื่นอะไรเลย แต่มีปัญหาว่า ถ้าเขาร้องเรียนแล้วผมไม่สามารถทำได้ถูกต้องตามกฏหมาย ผมจะมีปัญหา และสิ่งที่ได้คุยกับผบ.ตร. ท่านก็บอกแล้วว่า ท่านได้ทำตามกรอบหน้าที่” นายภูมิธรรม กล่าว

ทั้งนี้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งที่เขาเสนอมา มีหัวใจใหญ่ 2 เรื่อง คือ เรื่องระบบการพิจารณาและหากปล่อยข้ามไปจะไปกระทบคนอื่นๆที่จะขึ้นมา ซึ่งก็ใช้เวลาพอสมควรในการทำความเข้าใจกว่า 2 ชั่วโมง และตนได้เสนอว่า ควรเลื่อนการประชุมก.ตร.ออกไปก่อนดีหรือไม่ และเรื่องนี้ต้องมีการนำรายชื่อกราบบังคมทูลฯด้วย ซึ่งตนไม่อยากให้เกิดเรื่องที่ไม่เรียบร้อยและควรคุยกันให้จบ และขอเลื่อนออกไปอีกสัปดาห์ เพื่อให้ได้ทำงาน แต่ก็มีข้อกฎหมายโต้แย้งหลายเรื่อง ซึ่งตนก็ได้ถามต่อในที่ประชุมถึงเรื่องข้อกฎหมายต่าง ๆ โดยที่ถามชัดเจนแล้วว่า การขยายเกินกรอบระยะเวลาวันที่ 31 สิงหาคม จะมีข้อโต้แย้งกันคือในระเบียบ ก.ตร. บอกว่า ต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม เว้นแต่มีเหตุผลที่เพียงพอถึงจะขยายเวลาต่อไปได้ และเมื่อเรียกประชุมแล้วควรจะต้องประชุม และได้มีการพูดคุยกับผบ.ตร. แล้วว่า จะนำประเด็นที่พูดคุยได้ พูดคุยให้หมดก่อน และมีการเตรียมการเวลาว่าการประชุมในครั้งนี้น่าจะดึก จึงประชุมวาระอื่นก่อน และหยิบยกเรื่องการร้องเรียนเข้ามาพูดในที่ประชุม และเพื่อประกันสิทธิของผู้ที่ร้องเรียน และยังมีเวลาจึงเลื่อนออกไปถึงแค่วันที่ 31 สิงหาคม ซึ่งยังอยู่ในกรอบกฏหมายทุกประการ


นายภูมิธรรม ยืนยันว่า อำนาจในการปิดประชุมก็สามารถทำได้ ตนมีอำนาจในการสั่งสิทธิ์ประชุม และเลื่อนการประชุม แต่ขยายกรอบระยะเวลาไม่ได้ และมีเสียงตามมาว่า การที่ตนทำแบบนี้ จะเป็นการอำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งตนก็ไม่ได้อะไร เพราะตัดสินใจไปแล้ว ในฐานะประธานต้องทำให้กระบวนการมันชอบธรรมก่อน

ส่วนกระแสข่าวการเด้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินายภูมิธรรม ระบุว่า เป็นเรื่องที่เกินเลย ตนยังบอกว่าสื่อมวลชนต้องรู้ว่าข่าวมาจากไหน ตนไม่เคยพูดแบบนี้ และความสัมพันธ์กับ ผบ.ตร. ก็ยังดีอยู่ ซึ่งตนก็เห็นใจผบ.ตร. และเห็นใจตัวเองด้วย เพราะก็โดนหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ และอยู่ๆ ไม่ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา ซึ่งตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลเลย ที่เขาร้องมาคือให้มีกระบวนการกลับไปทบทวน ซึ่งยังมีเวลาและหากตัดสินใจแล้วจะเลือกหรือไม่เลือกอย่างไรที่ประชุม ก.ตร. เป็นคนตัดสิน

“ผมไม่ได้มีเรื่องไม่สบายใจอะไรกับ ผบ.ตร. ผมเรียนว่า ผมไม่สามารถใช้อำนาจผมไปเที่ยวเด้งใครได้ การจะเด้งทุกอย่าง ต้องมีเหตุมีผลและท่านก็มีไมตรีจิต ผมก็บอกว่าถ้าผมตัดสินใจแบบนี้ผมรับผิดชอบ ผมเป็นคนไม่ทิ้งเรื่อง และว่าไปตามกระบวนการ” นายภูมิธรรม กล่าว

ทั้งนี้ ตนยังมีการพูดคุยกับ ผบ.ตร. ว่าต้องขอโทษสำหรับการประชุมในวันนี้แต่ก็อยู่ในระหว่างการที่มีเรื่องร้องเรียนมาจึงจะทำให้โปร่งใส ไม่อยากให้มีเรื่องคาราคาซัง ไม่อยากเห็นแบบนั้น

ส่วนได้พูดคุยกับผบ.ตร. ก่อนเห็นข่าวหรือไม่นั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า มีคนบอกตน ซึ่งก็มองว่าไร้สาระ ตนมีสิทธิ์อะไรจะไปเด้ง ผบ.ตร. และไม่อยู่ในความคิดตนเองเลย และความสัมพันธ์ของตนเองกับ ผบ.ตร. ก็ดี มีแต่คนจะปั่นให้ทะเลาะกัน และมองว่าเวลานี้ทุกอย่างต้องทำอยู่ภายใต้กฎหมาย กรอบของวันที่ 31 สิงหาคม และเป็นอำนาจของตนที่จะปิดการประชุม เมื่อเห็นว่ามีปัญหาเกิดขึ้น และกลับไปพิจารณา สำหรับเรื่องนี้ตนเคลียร์ชัดเจนแล้วไม่ต้องถามอีก เพราะไม่อยากกลายเป็นผู้ที่เอามาปลุกให้เป็นความขัดแย้ง ทุกอย่างที่ทำชัดเจนมีเอกสารหลักฐาน และเรื่องนี้ชัดเจนแล้วไม่ต้องถามอีกแล้ว.-315 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย

เกาะติดชี้ชะตาเก้าอี้นายกฯ ยังไม่พบมวลชนเคลื่อนไหว

29 ส.ค. – จับตา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ “นายกฯ แพทองธาร” ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ปมคลิปเสียงคุย “ฮุน เซน” หลังนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในช่วงเช้า ด้านตำรวจตรึงเข้มดูแลความปลอดภัย ยังไม่พบมวลชนมาเคลื่อนไหว.-สำนักข่าวไทย

“ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล มั่นใจพรรคร่วม

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล จะพูดคุยจนถึงตี 2 ก็เชิญ ไม่มีปัญหา มั่นใจพรรคร่วมฯ โยนถามคนปล่อยสูตร 270 เสียง มอง “บิ๊กป้อม-อนุทิน” กินข้าวกัน เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ระบุให้กำลังใจนายกฯ ทุกวัน ทุกอย่างเป็นดุลยพินิจของศาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว เมื่อคืนที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงสูตรพลิกขั้วรัฐบาล มีการส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณและเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น มีการพูดกันมานาน จะเป็นเดือนแล้ว ไม่เป็นไรทุกอย่างชัดเจน เรามั่นใจว่านายกรัฐมนตรีแสดงความจริงใจ ในการทำทุกอย่างและมีความตั้งใจจริงในการที่จะทำ ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ถูกกล่าวหา ตนพูดหลายครั้งแล้วว่าเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเราก็รับดุลยพินิจถ้าศาลตัดสินใจอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น เราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะประชุมกันจนถึงตีสอง ก็เชิญประชุม ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องทำ “ทุกครั้งที่มีเรื่องสำคัญเขาก็ประชุม จะไปถามว่ามีเงินเท่านั้นมาซื้อ ผมว่า อย่าไปไร้สาระ เรื่องต่างๆ เอาเรื่องที่เป็นความจริง พรรคร่วมฝ่ายค้านมีสิทธิ์ที่จะประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน ไม่ได้อยู่ด้วย” นายภูมิธรรม […]