กทม. 29 ส.ค.-พรรคประชาชน เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน นายกฯ คนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม พร้อมยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมกรรมการบริหาร และ สส.พรรค นัดหมายรวมกันที่พรรคประชาชน เพื่อเกาะติดฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อกำหนดทิศทางของพรรคต่อไป
จากนั้นเวลา 16.30 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า นับตั้งแต่คลิปเสียงถูกเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณะ พรรคประชาชนได้เรียกร้องมาโดยตลอดให้นายกรัฐมนตรี ทำการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน ได้ใช้อำนาจของประชาชนในการตัดสินรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ในเรื่องของการเมืองและความขัดแย้ง และปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าอยู่ตอนนี้
แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี กลับเลือกที่จะรักษาอำนาจของตัวเอง ให้คงต่อไป จนกระทั่งวันนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่ง ตนและพรรคประชาชนได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องมีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีมาตรฐานทางจริยธรรม แต่เรื่องนี้ก็ไม่มีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ชัดเจนตายตัว และเรื่องนี้ยังเปิดโอกาสให้ใช้ดุลยพินิจ ตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจ กฎหมายเรื่องนี้จึงไม่ควรถูกวินิจฉัย ชี้ขาดโดยศาลรัฐธรรมนูญ
ในกรณีนี้พระประชาชนเห็นว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยกันลาออกหรือยุบสภา ให้ประชาชนได้ตัดสิน ผ่านคูหาเลือกตั้งไปก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตามในวันนี้ เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ออกมาแล้วซึ่งมีผลเป็นที่สิ้นสุดทำให้สภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พรรคประชาชนเห็นว่าสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้ รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศได้จะต้องเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีความชอบธรรมทางการเมือง
อีกทั้งต้องเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจในการแต่งตั้งผู้บริหาร ที่เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการแก้ปัญหาบ้านเมืองมากกว่าการแต่งตั้งบุคคลที่เกิดจากการเจรจาต่อรองผล แต่ด้วยเงื่อนไขที่ถูกระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน รัฐบาลที่มีคุณสมบัติดังกล่าวไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ครบองค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฎรในชุดนี้
ทางออกที่ดีที่สุดในประเทศตอนนี้คือการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่มาทำหน้าที่ยุบสภา และสั่งให้การเลือกตั้งใหม่โดยเร็วในกรอบระยะเวลาที่เหลือเหลืออยู่ ด้วยเหตุนี้พรรคประชาชนในฐานะพรรคการเมืองที่มีเสียงมากที่สุดในสภา จึงถือภารกิจในการผ่าทางตันทางการเมือง โดยใช้กลไกในกระบวนการรัฐสภา คือการเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ในการทำหน้าที่ยุบสภาเพื่อป้องกันไม่ให้มีนายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร หรือรัฐมนตรีคนนอกเข้าสู่อำนาจโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนพร้อมเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ไปดำรงตำแหน่งภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้
1.นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องยุบสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่ที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจะให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
2.คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งฉบับโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็ว ทั้งนี้ต้องเกินไปกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป
3.พรรคประชาชน ยืนยันที่จะไม่ร่วมรัฐบาลและทำหน้าที่ฝ่ายค้านโดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่และไม่มีบุคคลไหนจากพรรคประชาชน ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลนี้
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าผลวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นบวกหรือลบ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนไม่ได้มองว่าเป็นบวกหรือลบใด ๆ ต่อพรรคประชาชน มองว่าสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในตอนนี้ให้ประเทศเดือนหน้า และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว เพื่อจะได้มีรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรมเข้ามาแก้ปัญหาต่างๆในประเทศ
เมื่อถามว่ามีพรรคไหนติดต่อมาแล้วบ้าง นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ยังไม่มีการตกลงใด ๆ อย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะพรรคการเมืองใดก็ตามซึ่งก่อนหน้านี้ พรรคประชาชนเองก็มีการแถลงจุดยืนไปแล้วและในวันนี้ก็มาแถลงยืนยันในจุดยืนอีกครั้ง ว่าพรรคประชาชนไม่ร่วมรัฐบาล และพร้อมจะใช้เสียงของเราทุกเสียงเพื่อผ่าผ่าตัดให้กับประเทศดังนั้น ณ ตอนนี้ ถ้าพรรคไหนไม่สามารถรวมเสียงข้างมากในการตั้งรัฐบาลได้ ก็สามารถมาใช้เสียงพรรคประชาชน แต่พรรคประชาชนยืนยันจะมีร่วมรัฐบาล แต่พรรคที่มาของเสียง ต้องรับเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อ ที่เราได้แถลงไปก่อนหน้านี้
เมื่อถามว่ากรณีที่มีกระแสว่านายอนุทิน จะเดินทางมาหารือที่พักประชาชนนั้นมีการประสานงานมาแล้วหรือยัง นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ยังไม่ได้มีการตกลงอย่างเป็นทางการ ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าความตั้งใจ ของนายอนุทิน ที่จะเข้ามาที่พักประชาชน จะเป็นการพูดคุยกันเรื่องอะไรบ้าง แต่ตนเชื่อว่าวันนี้ได้แถลงเงื่อนไข ทั้ง 3 เงื่อนไขในการตั้งรัฐบาลที่จะเข้ามาทำหน้าที่ และตนเชื่อว่าไม่ว่าพรรคใดก็ตามถ้าไม่สามารถรวมเสียงข้างมากได้ และจำเป็นต้องใช้เสียงของภาคประชาชน ก็ต้องยอมรับเงื่อนไขที่มีการเสนอไป
เมื่อถามว่าช่วงที่มีการพูดคุยยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดแต่เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วกลับไม่ทำตามเงื่อนไขดังกล่าว พรรคประชาชนจะทำอย่างไร นายณัฐพงษ์ ระบุว่า อย่างที่ตนได้บอกไปก่อนหน้านี้ว่าพรรคไหนที่สามารถรวมเสียงข้างมากได้ คงไม่จำเป็นต้องมายอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชน ดังนั้นถ้าพรรคไหนก็ตาม จะเข้ามาบรรลุข้อตกลงตามเงื่อนไขที่พรรคประชาชนได้แถลงไป แปลว่าต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะฉะนั้นหนึ่งประการที่ สส. ของพรรคประชาชน จะใช้เสียงของ สส.ทั้งหมด กำหนดทิศทางของประเทศ นำไปสู่การเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด และตนเชื่อว่าเสียงของพรรคประชาชน น่าจะเป็นเสียงสำคัญที่จะกำกับนายกรัฐมนตรีที่จะต้องเดินหน้า สู่การเลือกตั้งใหม่โดยเร็วตามเงื่อนไขที่ตั้งเอาไว้ //อีกประการหนึ่งตนเองเชื่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลแต่ละชุด มีการผิดสัญญากับประชาชนหลายครั้ง ถ้าครั้งนี้ทำผิดกับประชาชนอีกสักหนึ่งครั้ง ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปประชาชนก็จะจดจำและตัดสินนักการเมืองคนดังกล่าวว่าขี้โกงประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าในเงื่อนไขที่จะต้องยุบสภาภายใน 4 เดือนพรรคประชาชนมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน การเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไร นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนเองไม่ได้มีการตั้งเงื่อนไข บนพื้นฐานในการประเมินว่าพรรคประชาชนได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ทางการเมือง แต่ที่เราตั้งเงื่อนไขนี้เพื่อเป็นสิ่งที่ยืนยัน มาโดยตลอดตั้งแต่ที่มีคลิปเสียงหลุดออกมา ว่าประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีรัฐบาลที่มีความชอบธรรมทางการเลือกตั้งใหม่ ตนเองก็อยากจะยืนยันอีกครั้งว่าตนไม่ได้เรื่อง ของการได้เปรียบหรือเสียเปรียบ หรือพร้อมไม่พร้อม พรรคประชาชน พร้อมจะเลือกตั้งทุกวัน แต่ที่ตัดสินใจตั้งเงื่อนไขแบบนี้เพื่อที่จะยืนยันถึงจุดยืนของพรรคฯ
เมื่อถามว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะมีผลต่อสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา หรือไม่ เพราะกัมพูชา อาจนำเอาคำตัดสินครั้งนี้ไปเคลมเป็นผลงานของตัวเอง และอาจอ้างว่ารัฐบาลไทยไม่มีเสถียรภาพ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลรักษาการ รวมถึงราชการของไทยทุกส่วนที่จะทำหน้าที่ในการ สื่อสารทำอย่างไรไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ.-สำนักข่าวไทย