ปชน. เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน

กทม. 29 ส.ค.-พรรคประชาชน เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน นายกฯ คนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม พร้อมยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมกรรมการบริหาร และ สส.พรรค​ นัดหมายรวมกันที่พรรคประชาชน เพื่อ​เกาะติดฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง​ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อกำหนดทิศทางของพรรคต่อไป


จากนั้นเวลา 16.30 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า นับตั้งแต่คลิปเสียงถูกเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณะ พรรคประชาชนได้เรียกร้องมาโดยตลอดให้นายกรัฐมนตรี ทำการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน ได้ใช้อำนาจของประชาชนในการตัดสินรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ในเรื่องของการเมืองและความขัดแย้ง และปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าอยู่ตอนนี้

แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี กลับเลือกที่จะรักษาอำนาจของตัวเอง ให้คงต่อไป จนกระทั่งวันนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่ง ตนและพรรคประชาชนได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องมีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีมาตรฐานทางจริยธรรม แต่เรื่องนี้ก็ไม่มีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ชัดเจนตายตัว และเรื่องนี้ยังเปิดโอกาสให้ใช้ดุลยพินิจ ตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจ กฎหมายเรื่องนี้จึงไม่ควรถูกวินิจฉัย ชี้ขาดโดยศาลรัฐธรรมนูญ


ในกรณีนี้พระประชาชนเห็นว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยกันลาออกหรือยุบสภา ให้ประชาชนได้ตัดสิน ผ่านคูหาเลือกตั้งไปก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตามในวันนี้ เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ออกมาแล้วซึ่งมีผลเป็นที่สิ้นสุดทำให้สภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พรรคประชาชนเห็นว่าสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้ รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศได้จะต้องเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีความชอบธรรมทางการเมือง

อีกทั้งต้องเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจในการแต่งตั้งผู้บริหาร ที่เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการแก้ปัญหาบ้านเมืองมากกว่าการแต่งตั้งบุคคลที่เกิดจากการเจรจาต่อรองผล แต่ด้วยเงื่อนไขที่ถูกระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน รัฐบาลที่มีคุณสมบัติดังกล่าวไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ครบองค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฎรในชุดนี้


ทางออกที่ดีที่สุดในประเทศตอนนี้คือการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่มาทำหน้าที่ยุบสภา และสั่งให้การเลือกตั้งใหม่โดยเร็วในกรอบระยะเวลาที่เหลือเหลืออยู่ ด้วยเหตุนี้พรรคประชาชนในฐานะพรรคการเมืองที่มีเสียงมากที่สุดในสภา จึงถือภารกิจในการผ่าทางตันทางการเมือง โดยใช้กลไกในกระบวนการรัฐสภา คือการเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ในการทำหน้าที่ยุบสภาเพื่อป้องกันไม่ให้มีนายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร หรือรัฐมนตรีคนนอกเข้าสู่อำนาจโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนพร้อมเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ไปดำรงตำแหน่งภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1.นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องยุบสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่ที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจะให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

2.คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งฉบับโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็ว ทั้งนี้ต้องเกินไปกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

3.พรรคประชาชน ยืนยันที่จะไม่ร่วมรัฐบาลและทำหน้าที่ฝ่ายค้านโดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่และไม่มีบุคคลไหนจากพรรคประชาชน ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลนี้

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าผลวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นบวกหรือลบ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนไม่ได้มองว่าเป็นบวกหรือลบใด ๆ ต่อพรรคประชาชน มองว่าสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในตอนนี้ให้ประเทศเดือนหน้า และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว เพื่อจะได้มีรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรมเข้ามาแก้ปัญหาต่างๆในประเทศ

เมื่อถามว่ามีพรรคไหนติดต่อมาแล้วบ้าง นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ยังไม่มีการตกลงใด ๆ อย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะพรรคการเมืองใดก็ตามซึ่งก่อนหน้านี้ พรรคประชาชนเองก็มีการแถลงจุดยืนไปแล้วและในวันนี้ก็มาแถลงยืนยันในจุดยืนอีกครั้ง ว่าพรรคประชาชนไม่ร่วมรัฐบาล และพร้อมจะใช้เสียงของเราทุกเสียงเพื่อผ่าผ่าตัดให้กับประเทศดังนั้น ณ ตอนนี้ ถ้าพรรคไหนไม่สามารถรวมเสียงข้างมากในการตั้งรัฐบาลได้ ก็สามารถมาใช้เสียงพรรคประชาชน แต่พรรคประชาชนยืนยันจะมีร่วมรัฐบาล แต่พรรคที่มาของเสียง ต้องรับเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อ ที่เราได้แถลงไปก่อนหน้านี้

เมื่อถามว่ากรณีที่มีกระแสว่านายอนุทิน จะเดินทางมาหารือที่พักประชาชนนั้นมีการประสานงานมาแล้วหรือยัง นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ยังไม่ได้มีการตกลงอย่างเป็นทางการ ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าความตั้งใจ ของนายอนุทิน ที่จะเข้ามาที่พักประชาชน จะเป็นการพูดคุยกันเรื่องอะไรบ้าง แต่ตนเชื่อว่าวันนี้ได้แถลงเงื่อนไข ทั้ง 3 เงื่อนไขในการตั้งรัฐบาลที่จะเข้ามาทำหน้าที่ และตนเชื่อว่าไม่ว่าพรรคใดก็ตามถ้าไม่สามารถรวมเสียงข้างมากได้ และจำเป็นต้องใช้เสียงของภาคประชาชน ก็ต้องยอมรับเงื่อนไขที่มีการเสนอไป

เมื่อถามว่าช่วงที่มีการพูดคุยยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดแต่เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วกลับไม่ทำตามเงื่อนไขดังกล่าว พรรคประชาชนจะทำอย่างไร นายณัฐพงษ์ ระบุว่า อย่างที่ตนได้บอกไปก่อนหน้านี้ว่าพรรคไหนที่สามารถรวมเสียงข้างมากได้ คงไม่จำเป็นต้องมายอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชน ดังนั้นถ้าพรรคไหนก็ตาม จะเข้ามาบรรลุข้อตกลงตามเงื่อนไขที่พรรคประชาชนได้แถลงไป แปลว่าต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะฉะนั้นหนึ่งประการที่ สส. ของพรรคประชาชน จะใช้เสียงของ สส.ทั้งหมด กำหนดทิศทางของประเทศ นำไปสู่การเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด และตนเชื่อว่าเสียงของพรรคประชาชน น่าจะเป็นเสียงสำคัญที่จะกำกับนายกรัฐมนตรีที่จะต้องเดินหน้า สู่การเลือกตั้งใหม่โดยเร็วตามเงื่อนไขที่ตั้งเอาไว้ //อีกประการหนึ่งตนเองเชื่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลแต่ละชุด มีการผิดสัญญากับประชาชนหลายครั้ง ถ้าครั้งนี้ทำผิดกับประชาชนอีกสักหนึ่งครั้ง ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปประชาชนก็จะจดจำและตัดสินนักการเมืองคนดังกล่าวว่าขี้โกงประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าในเงื่อนไขที่จะต้องยุบสภาภายใน 4 เดือนพรรคประชาชนมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน การเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไร นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนเองไม่ได้มีการตั้งเงื่อนไข บนพื้นฐานในการประเมินว่าพรรคประชาชนได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ทางการเมือง แต่ที่เราตั้งเงื่อนไขนี้เพื่อเป็นสิ่งที่ยืนยัน มาโดยตลอดตั้งแต่ที่มีคลิปเสียงหลุดออกมา ว่าประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีรัฐบาลที่มีความชอบธรรมทางการเลือกตั้งใหม่ ตนเองก็อยากจะยืนยันอีกครั้งว่าตนไม่ได้เรื่อง ของการได้เปรียบหรือเสียเปรียบ หรือพร้อมไม่พร้อม พรรคประชาชน พร้อมจะเลือกตั้งทุกวัน แต่ที่ตัดสินใจตั้งเงื่อนไขแบบนี้เพื่อที่จะยืนยันถึงจุดยืนของพรรคฯ

เมื่อถามว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะมีผลต่อสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา หรือไม่ เพราะกัมพูชา อาจนำเอาคำตัดสินครั้งนี้ไปเคลมเป็นผลงานของตัวเอง และอาจอ้างว่ารัฐบาลไทยไม่มีเสถียรภาพ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลรักษาการ รวมถึงราชการของไทยทุกส่วนที่จะทำหน้าที่ในการ สื่อสารทำอย่างไรไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมการประมง

รัฐสภา 28 ส.ค.-“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ.. ผ่าน กมธ.ร่วม สส.-สว.แล้ว เห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ราบรื่น ย้ำเป็นกฎหมายเพื่อทุกคน เกื้อหนุนประมงไทยโตขึ้น นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ….ในนาม สส.และรัฐบาล ที่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ จึงขอมอบกฎหมายประมงฉบับใหม่นี้ให้กับประชาชนชาวไทยแม้ว่ายังจะไม่เข้าสภา แต่เชื่อจะไม่มีปัญหาใดใดๆ อย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาชาวประมงไทยจำนวนนับ 100,000 คน ย่ำแย่กับเศรษฐกิจด้านการประมง ประเทศเสียหายอย่างมาก จากที่เคยเป็นประเทศประมง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และไทยส่งออกมูลค่านับ 100,000 ล้านบาท กลับกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าสัตว์น้ำ แม้ปลาทูยังต้องนำเข้า ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวเข้าใจและเห็นใจโดยเฉพาะในช่วงรัฐบาล คสช. ถูกกดดันจากสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้มีการแก้กฎหมายประมงในช่วงนั้น […]

กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เขต อ.อรัญประเทศ

สระแก้ว 23 ส.ค.-กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกบริเวณหลักเขตที่ 50-51 เขต อ.อรัญประเทศ ระยะทาง 10 กม. เชื่อเริ่มดำเนินการได้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พลเอกมนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยพร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อสำรวจแนวชายแดนตั้งแต่หลักเขตที่สี่ 48 ต่อเนื่องถึง 51 บริเวณพื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม ในเขต อ.อรัญประเทศ โดยการสำรวจดังกล่าวเพื่อเตรียมสร้างแนวกำแพงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นบริเวณหลักเกณฑ์ที่ห้า 50 และ 51 ซึ่งไทยและกัมพูชาเห็นตรงกันแล้วในเรื่องเขตแดน จะสร้างเป็นรั้วถาวรเป็นจุดแรกระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ขณะบริเวณอื่นๆ ซึ่งยังมีการอ้างสิทธิ และยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน เบื้องต้นก็จะสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราวด้วยวิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดนและวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดกล้องวงจรปิดในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมไปถึงการลาดตระเวนตรวจตรา นอกจากนี้การปรับพื้นที่ให้โล่งก็จะทำให้การลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติยากขึ้น ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหาสแกมเมอร์ ได้ โดยการดำเนินการจะเริ่มต้นทันทีที่นำเรื่องเข้าขออนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติและไม่ได้ติดขัดในเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด เชื่อว่าภายในปีนี้น่าจะเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มต้นเกิดขึ้นได้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการลงในรายละเอียดพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่บางส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็เชื่อว่าประชาชนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม พลตรี วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน […]

“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน

กทม. 28 ส.ค.-“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ถกลับเข้ม ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน “บิ๊กเต่า” เป็นเหตุทำโผนายพล 136 ตำแหน่งสะดุดไม่ลงตัว ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 7/2568 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 มีระเบียบวาระการประชุม 5 วาระ ประกอบด้วย วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ /วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 6/2568 /วาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ เรื่องที่ 1 รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.สืบสวนสอบสวน ที่ ก.ตร. มอบหมายให้ทำการแทน เรื่องที่ 2 รายงานผลตามมติ […]

ข่าวแนะนำ

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]

ปชน. เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน

กทม. 29 ส.ค.-พรรคประชาชน เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน นายกฯ คนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม พร้อมยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมกรรมการบริหาร และ สส.พรรค​ นัดหมายรวมกันที่พรรคประชาชน เพื่อ​เกาะติดฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง​ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อกำหนดทิศทางของพรรคต่อไป จากนั้นเวลา 16.30 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า นับตั้งแต่คลิปเสียงถูกเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณะ พรรคประชาชนได้เรียกร้องมาโดยตลอดให้นายกรัฐมนตรี ทำการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน ได้ใช้อำนาจของประชาชนในการตัดสินรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ในเรื่องของการเมืองและความขัดแย้ง และปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าอยู่ตอนนี้ แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี กลับเลือกที่จะรักษาอำนาจของตัวเอง ให้คงต่อไป จนกระทั่งวันนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่ง ตนและพรรคประชาชนได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า […]

ศาล รธน. มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นเก้าอี้นายกฯ ครม.หลุดทั้งคณะ

ศาล รธน. 29 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เเละ ครม.พ้นจากตำเเหน่งทั้งคณะ ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง คดีคลิปเสียงคุย “ฮุนเซน” ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ซึ่งผู้ถูกร้องแถลงข่าวว่าเป็นเสียงการสนทนาของตนกับสมเด็จฮุน เซน จริง แม้ผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่าเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัว โดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวล เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทยก็ตาม แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบ หรือกำหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะวิสัย และพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ […]

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]