แจ้งวัฒนะ 15 ก.พ.-ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าเยี่ยม 4 แกนนำกลุ่มราษฎร เผยยื่นอุทธรณ์ ขอประกันอีกแล้วแต่ยังไม่รู้ผล ห่วงเพนกวินเป็นหอบหืด ต้องอยู่ห้องขังแออัด
ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์หลังเข้าเยี่ยมนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ,นายอานนท์ นำภา, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม แกนนำกลุ่มราษฎร หลังจากทั้ง 4 แกนนำราษฎรถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี ว่า ทั้ง4 คนยังมีกำลังใจดี ไม่วิตกเพราะเชื่อว่าทำสิ่งที่ถูกต้อง และคาดคิดไว้แล้วว่าผลสรุปของการเคลื่อนไหวต้องเป็นเช่นนี้ การเข้าเยี่ยมวันนี้ได้หารือให้คำปรึกษากันเรื่องคดีและการยื่นประกันตัว ซึ่งหลังจากศาลไม่ให้ประกันตัว ทีมทนายได้ยื่นอุทธรณ์ขอประกันตัวไปอีกครั้งเมื่อวันที่11ก.พ. ที่ผ่านมา แต่ถึงปัจจุบันยังไม่มีผลการพิจารณาลงมาว่าอย่างไร
สำหรับวันนี้ได้สอบถามสภาพความเป็นอยู่ซึ่งนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน มีโรคหอบหืด การอยู่ในเรือนจำต้องอยู่ในห้องขังที่ผู้ต้องขังแออัด มากกว่า20คน มีห้องน้ำเดียวในห้องขังรวม ในฐานะทนายความก็ได้แจ้งสิทธิและขั้นตอน บอกกับทั้ง 4 คนว่า ขณะนี้เป็นคดีไปที่ศาลอาญาแล้ว ตามขั้นตอนหากไม่ได้ประกันตัว ก็อาจต้องติดคุกยาว โดยปกติคดีแบบนี้ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีในการพิจารณา หากไม่ได้ประกันตัวก็ต้องอยู่ในเรือนจำนาน และจะกระทบกับชีวิตของผู้ต้องหาที่บางคนยังเป็นนักศึกษา
ทั้งนี้ นายอานนท์ ตั้งข้อสังเกตถึงอัยการว่าเหตุใดไม่คัดค้านการประกันตัวแต่ให้เป็นดุลยพินิจของศาลและมองการเอาผิด ม.112 เป็นนโยบายรัฐบาลและเห็นว่ากรณีมีระบุเป็นความผิดโทษสูง ไม่ให้ประกัน เพราะอาจทำผิดซ้ำอีก เป็นการตัดสินไปแล้ว
สำหรับแนวทางการต่อสู้ของผู้ต้องหาแกนนำ กรณีผิด ม.112 ทางแกนนำที่ติดอยู่ในเรือนจำ อยากให้มีการพิจารณาโดยเร็ว และอยากให้ไม่ต้องพิจารณาโดยลับ โดยการติดอยู่ในเรือนจำจะทำให้ได้นั่งคิด มากขึ้น และยังเห็นว่าปลอดภัยจากการถูกเก็บหรือทำร้าย
นายกฤษฎางค์ กล่าวอีกว่า ยังมีนักศึกษาและผู้ต้องหาที่เคลื่อนไหวและจะถูกส่งฟ้องอีก ในจำนวนนั้นจะมีแกนนำที่มีความผิดข้อหา 112 ซึ่งก็มีแนวโน้มคงไม่ได้ประกันตัวอีก จึงอยากบอกว่าการขอประกันตัวเป็นสิทธิ และอัตราโทษสูงไม่ได้เป็นข้อห้ามการประกันตัว ไม่เหมือนคดีฆ่าซึ่งบางคดีก็ยังได้รับการประกันตัว .-สำนักข่าวไทย