fbpx

รวบผู้ค้าขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านเฟสบุ๊ค

กรุงเทพฯ 12 ธ.ค.- ตำรวจรวบผู้ค้าขายบุหรี่ไฟฟ้าเย้ยกฎหมาย ผ่านเฟสบุ๊ค ยึดของกลางมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท  รับขายมานานนับปีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและนักศึกษา  


พลตำรวจตรีกฤตธาพล ยี่สาคร รักษาการรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงจับกุมนายศิวณัฐ พูลผล และนางสาวณัฏฐณิชา ดวงทอง ชาว จ.ปทุมธานี พร้อมบุหรี่ไฟฟ้า 60 เครื่อง และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าอีก 3,492 ขวด รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าทางทางเฟสบุ๊คชื่อ ” Vape Mega Sweets”และเฟซบุ๊ก ” Sivanut Poolpol” ให้กับลูกค้ามานาน จึงติดต่อล่อซื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 1 ขวด ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 49/123 และโกดังเลขที่ 12/209  ซ.หมู่บ้านคลองหลวงเมืองใหม่ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมตรวจยึดของกลางได้ดังกล่าว 


พลตำรวจตรีกฤตธาพล เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าขายบุหรี่ไฟฟ้าทางเฟสบุ๊กมานานกว่า 1 ปี ตั้งแต่ยังไม่มีกฏหมายออกมาควบคุม ตัวเครื่องสูบบหรี่ไฟฟ้า เฉลี่ยราคาเครื่องละ 3,000-5,000 บาท แล้วแต่รุ่น ส่วนน้ำยาขายขวดละ 700-800 บาท ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไปจากทั่วประเทศ  ซึ่งขั้นตอนการขายจะมีการโพสต์ลงในเฟสบุ๊คส่วนตัวและเฟสบุ๊คกลุ่มผู้นิยมสูบบุหรี่ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อลูกค้าสนใจสั่งซื้อโดยให้โอนเงินเข้าบัญชี และไม่คิดค่าส่งทางบริษัทไปรษณีย์ของเอกชน กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว 

ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ส่วนมากเป็นสารสังเคราะห์เสี่ยงก่อเกิดโรคมะเร็ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันขายในสินค้าที่ สคบ.มีคำสั่งห้ามขายตาม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2552 มาตรา36,56 รวมถึงร่วมกันซ่อนเร้นสินค้าที่ไม่ผ่านศุลกากรหรือห้ามนำเข้า(บุหรี่ไฟฟ้า,น้ำยาเติม) ตาม พรบ.ศุลกากร 2560 ส่วนผู้ครอบครองมีความผิดตาม พรบ.ศุลกากร มาตรา 242 ฐานช่วยกันซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย หรือซื้อรับจำนำ.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พบศพโบลท์หญิงวัย 47 ในป่าหญ้าริมทาง คาดถูกฆ่าชิงรถ

โบลท์หญิงวัย 47 ปี หายตัวจากบ้านพักย่านดินแดง 9 วัน ล่าสุดพบเป็นศพในป่าหญ้าริมถนนสายนครชัยศรี-ห้วยพลู อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ส่วนรถยนต์โผล่ที่ จ.ภูเก็ต คาดถูกคนร้ายฆ่าชิงรถ

pagers on display

ทำไมยังมีการใช้ “เพจเจอร์” ในยุคสมาร์ทโฟน

ลอนดอน 19 ก.ย.- เพจเจอร์ หรือวิทยุติดตามตัวเป็นอุปกรณ์การสื่อสารยอดนิยมในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 ที่ต้องหลีกทางให้แก่โทรศัพท์เคลื่อนที่ เนื่องจากเป็นการสื่อสารทางเดียว แต่ยังคงมีการใช้งานในบางกลุ่ม รวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่เพจเจอร์ระเบิดพร้อมกันหลายพันเครื่องทั่วเลบานอนเมื่อวันที่ 17 กันยายน แหล่งข่าวเผยว่า ฮิซบอลเลาะห์ใช้เพจเจอร์ เนื่องจากเป็นช่องทางสื่อสารเทคโนโลยีต่ำ ส่งข้อความผ่านสัญญาณวิทยุ จึงตรวจจับสัญญาณและตำแหน่งได้ยากกว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ส่งสัญญาณไปยังเสาส่งที่อยู่ใกล้ที่สุด อีกทั้งไม่มีเทคโนโลยีระบุพิกัดบนพื้นโลกอย่างจีพีเอสด้วย อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอ (FBI) ของสหรัฐเผยว่า ในอดีตแก๊งอาชญากรรมโดยเฉพาะแก๊งค้ายาเสพติดในสหรัฐเคยนิยมใช้เพจเจอร์ แต่ขณะนี้หันมาใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินราคาถูกที่สามารถเปลี่ยนเครื่องและหมายเลขได้อย่างง่ายดาย ทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามแกะรอยได้ยาก อย่างไรก็ดี  ศัลยแพทย์โรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักรเผยว่า เพจเจอร์เป็นอุปกรณ์ที่แพทย์และพยาบาลสังกัดสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติหรือเอ็นเอชเอส (NHS) ต้องพกติดตัวอยู่เสมอ เพื่อรับแจ้งข่าวในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นช่องทางที่ถูกที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการแจ้งข่าวทางเดียวกับคนจำนวนมาก เพจเจอร์หลายรุ่นสามารถส่งเสียงไซเรนและมีข้อความเสียงแจ้งให้ทีมแพทย์ไปรวมตัวที่ห้องฉุกเฉินได้ทันที ข้อมูลล่าสุดในปี 2562 ระบุว่า เอ็นเอชเอสใช้เพจเจอร์ประมาณ 130,000 เครื่อง คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 10 ของที่ใช้ทั่วโลก คอกนิทีฟมาร์เก็ตรีเสิร์ช  (Cognitive Market Research) ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยคาดการณ์ว่า ตลาดเพจเจอร์จะเติบโตร้อยละ 5.9 ต่อปี จากปี 2566 ถึงปี 2573 […]

ข่าวแนะนำ

ฆ่ารัดคอขับโบลท์

รวบ “ไอ้แม็ก” ฆ่ารัดคอหญิงขับโบลท์ พบเคยถูกจับคดีโหด

จับแล้ว “ไอ้แม็ก” เดนคุก ฆ่ารัดคอหญิงขับโบลท์ ทิ้งร่างอำพราง ริมถนนห้วยพลู จ.นครปฐม ก่อนเอารถไปขาย สอบประวัติ พบเพิ่งพ้นโทษ คดีล่ามโซ่ล่วงละเมิดเด็กวัย 13 ปี นาน 1 สัปดาห์ เมื่อปี 2553

พายุโซนร้อนซูลิก

ฤทธิ์พายุโซนร้อนซูลิก ทำฝนเริ่มตกหนักในพื้นที่นครพนม

ฤทธิ์พายุโซนร้อน “ซูลิก” ทำฝนเริ่มตกหนักในพื้นที่ จ.นครพนม เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเดินเครื่องสูบน้ำลงน้ำโขง

อุตุฯ เตือนพายุ “ซูลิก” ฉบับที่ 12 ฝนถล่มหลายจังหวัด

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนพายุ “ซูลิก” ฉบับที่ 12 ภาคเหนือ อีสาน กลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรง