ซาอุดีอาระเบียปลดคนสนิทมกุฎราชกุมารหลังยอมรับว่านักข่าวตายแล้ว

ริยาด 20 ต.ค.- ซาอุดีอาระเบียปลดคนสนิท 2 คนของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแล้วในวันนี้ หลังจากทางการแถลงยอมรับว่านักข่าวที่หายไปในสถานกงสุลในตุรกีถูกสังหารเสียชีวิต


ซาอุดีอาระเบียสั่งปลด พล.ต.อาหมัด อัลอัสซิรี รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองและนายซาอุด อัล กาห์ตานี ที่ปรึกษาด้านสื่อในสำนักพระราชวัง พร้อมกับควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยชาวซาอุดีอาระเบีย 18 คน และปลดเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอีกหลายคน กรณีที่นายจามาล คาชอกจี นักข่าววัย 59 ปี หายหลังเข้าไปในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม และทางการเพิ่งแถลงยอมรับในเช้าวันนี้ว่านายคาชอกจีทะเลาะกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยในสถานกงสุล เป็นเหตุให้เสียชีวิต

พล.ต.อัสซารี วัย 60 ปีเศษ เป็นที่ปรึกษาระดับสูงใกล้ชิดราชวงศ์และมักร่วมอยู่ในการประชุมที่เจ้าชายบิน  ซัลมานทรงพบกับแขกต่างประเทศเป็นการภายใน ขึ้นเป็นรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองเมื่อปีก่อน ก่อนหน้านั้นเป็นโฆษกพันธมิตรอาหรับนำโดยซาอุดีอาระเบียที่ทำสงครามกับกลุ่มกบฏฮูธีในเยเมนมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2558 เชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ และอาหรับ ขึ้นชื่อเรื่องชอบทะเลาะกับผู้สื่อข่าวที่รายงานข่าวไม่ถูกใจ หนังสือพิมพ์อัลฮายัตของซาอุดีอาระเบียเคยยกย่องเขาเป็นนักบินชาวซาอุดีอาระเบียที่โด่งดังที่สุดในโลก ปีที่แล้วทางการอังกฤษต้องขอโทษเขาที่นักเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามขว้างไข่ใส่เขาที่กรุงลอนดอน ล่าสุดหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ของสหรัฐรายงานเมื่อต้นสัปดาห์ว่า ทางการซาอุดีอาระเบียจะโยนความผิดเรื่องนายคาชอกจีให้เขาเพื่อเบี่ยงเบนการมุ่งเป้าไปที่มกุฎราชกุมาร 


ส่วนนายกาห์ตานี วัย 40 ปีเศษ เป็นผู้จัดให้สื่อมวลชนต่างชาติสัมภาษณ์เจ้าชายบิน ซัลมาน ดูแลการโฆษณาชวนเชื่อออนไลน์ต่อต้านกลุ่มปรปักษ์ของราชวงศ์ มีผู้ติดตามทวิตเตอร์มากถึง 1.3 ล้านคน เขาเคยทวีตเมื่อปีก่อนว่า ไม่เคยทำอะไรโดยไม่ได้รับคำสั่ง เขาเป็นลูกจ้างและผู้ทำตามคำสั่งของสมเด็จพระราชาธิบดีและมกุฎราชกุมาร คาชอกจีเคยเขียนในวอชิงตันโพสต์เมื่อต้นปีว่า นายกาห์ตานีมีบัญชีดำนักเขียนที่วิจารณ์ราชวงศ์และมักข่มขู่นักเขียนเหล่านี้ นิตยสารนิวส์วีคฉบับวันนี้เปิดเผยสิ่งที่เคยคุยกับนายคาชอกจีว่า เขาเรียกนายกาห์ตานีและเจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียระดับสูงอีกคนว่าอันธพาล ใครที่กล้าท้าทายมักลงเอยด้วยการใช้ชีวิตในเรือนจำ.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า

เครื่องจักรหนักทำงานต่อ เน้นรื้อถอนซากอาคาร โซน D

ช่วงบ่ายวันนี้ เครื่องจักรหนักเริ่มทำงานต่อ เน้นเคลียร์รื้อถอนซากอาคาร โซน D พร้อมเจาะหาโพรงเข้าหาผู้สูญหายเพิ่ม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่