fbpx

กต.แนะคนไทยที่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

กรุงเทพฯ 29 ก.พ.-นายณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเกี่ยวกับกรณีที่คนไทยที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ซึ่งขยายเป็นวงกว้างออกไปในหลายประเทศ


1. คนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศในช่วงเวลานี้ อาจพบกับความไม่สะดวกในการเดินทางอันเกิดจากมาตรการควบคุมโรคและมาตรการทางการปกครองของประเทศต่าง ๆ ที่มีต่อชาวต่างชาติ รวมถึงคนไทย ที่เดินทางออกจากประเทศไทยและจากประเทศอื่น ๆ ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19


2. ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์ในต่างประเทศและได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทย ว่ามีกรณีการกักบริเวณเพื่อเฝ้าระวังอาการแขกและพนักงานตามสถานที่ต่างๆ เช่น โรงแรมในเมืองท่องเที่ยวของยุโรปที่อาจจะพบการติดเชื้อในสถานที่นั้น บางกรณีมีมาตรการแยกบุคคลออกจากชุมชนเพื่อสังเกตอาการและป้องกันคนอื่นติดเชื้อจากผู้ที่มีความเสี่ยง และกรณีไม่อนุญาตให้เดินทางออกจากประเทศหนึ่งต่อไปยังประเทศปลายทาง จนกว่าจะผ่านกระบวนการคัดกรองเนื่องจากเดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเป็นมาตรการภายในของประเทศนั้น ๆ 


3. กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ำคำแนะนำให้คนไทยที่มีแผนการเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเวลานี้ ควรพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็น และข้อกำหนดเกี่ยวกับการเดินทางของประเทศปลายทางและประเทศที่ต้องเดินทางผ่าน รวมถึงความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทาง ก่อนตัดสินใจเดินทาง อย่างไรก็ดี หากจำเป็นต้องเดินทาง หรือพำนักอยู่ในต่างประเทศ ขอให้ดูแลสุขภาพของตนเองให้ดี และปฏิบัติตามมาตรการของประเทศเจ้าบ้านในเชิงป้องกัน หรือเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น 

4. ก่อนการเดินทาง ควรมีข้อมูลช่องทางติดต่อที่อาจจำเป็นต้องใช้ กรณีต้องเปลี่ยนแปลงการเดินทาง เช่น สายการบิน โรงแรมที่พัก และเมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทางแล้ว ควรปฏิบัติตามระเบียบหรือคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่นโดยเคร่งครัด โดยสามารถติดตามข้อมูลได้จากหน่วยงานของประเทศปลายทางโดยตรง หรือแหล่งข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทย ที่รับผิดชอบดูแลประเทศนั้น ๆ ดังนี้ 

4.1 กระทรวงการต่างประเทศ : Facebook “กระทรวงการต่างประเทศ” และ Twitter “@MFAThai” 

4.2 กรมการกงสุล : Facebook “กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ” 

4.3 สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศ – ทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook Twitter

5. กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศทุกแห่งทั่วโลก มีความห่วงใยคนไทยในต่างประเทศ และได้เฝ้าติดตามสถานการณ์และมาตรการของประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ในเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อพี่น้องชาวไทย ทั้งที่เป็นผลกระทบทางตรงและทางอ้อมหรือที่เป็นผลข้างเคียง และจะออกประกาศหรือคำแนะนำต่าง ๆ ตามช่องทางข้างต้น หากคนไทยเดินทางไปต่างประเทศและประสบปัญหา ต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน สามารถติดต่อสายด่วนของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในทุกประเทศ ซึ่งสามารถค้นหาได้จากแอพพลิเคชั่น Thai Consular หรือเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พบแล้ว เก๋ง 2 แม่ลูก อดีตภรรยาผู้กำกับ หายไป 5 วัน รถพุ่งจมคลอง

พบแล้ว รถเก๋ง 2 แม่ลูก อดีตภรรยา ผกก.หายไป 5 วัน พุ่งจมคลองมะขามเตี้ย จุดสะพานบางใหญ่ จ.สุราษฎร์ธานี ระดมกู้นานกว่า 3 ชม.

แม่หมูแสนรู้ พาฝูงข้ามถนนไปกินหญ้า

พาไปที่ตรัง ชาวบ้านต่างชื่นชมแม่หมูพันธุ์ผสม (หมูป่าผสมกับหมูบ้าน) เพราะทุกวันแม่หมูตัวนี้จะทำหน้าที่เป็นจ่าฝูง พาฝูงหมูเดินข้ามถนนไปกินหญ้า

ฉุนถูกแฟนหนุ่มด่าทุกวัน คว้าปืนยิงดับหน้าร้านตลาดสี่มุมเมือง

ฝ่ายหญิงเหลืออด ถูกแฟนหนุ่มที่คบหาอยู่กินกันมา 4 ปี ด่าทุกวัน คว้าปืนยิงดับหน้าร้านขายถุงพลาสติกตลาดสี่มุมเมือง

ข่าวแนะนำ

อดีตผู้ว่าการ ธปท.ชี้สถานการณ์ความยั่งยืนของประเทศน่าห่วง

อดีตผู้ว่าการ ธปท. ชี้สถานการณ์ความยั่งยืนของประเทศน่าห่วง เผย 5 ปี คอร์รัปชันพุ่ง ความเหลื่อมล้ำรอบด้าน ทั้ง “เศรษฐกิจ-โอกาส-การศึกษา” นำไปสู่ความแตกแยก ขณะที่ผู้จัดการ ตลท. ชี้ประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล หรือ ESG กำลังเป็นความปกติใหม่ ทุกฝ่ายต้องร่วมกันให้เกิดความยั่งยืน

ศาลให้ประกัน “เสี่ยบี” ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยาน

ศาลจังหวัดพัทยาให้ประกัน “เสี่ยบี” เจ้าของร้าน Mountain B ตีราคาประกัน 300,000 บาท ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยานหลักฐาน

“ชัชชาติ” สั่งปิดสถานบริการ 3 แห่ง แก้ทางหนีไฟ

กทม. 8 ส.ค. – ผู้ว่าฯ กทม. สั่งตรวจสอบสถานบันเทิงเพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้ เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง ออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขอีกกว่า 60 แห่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานบริการที่ต้องปรับปรุงเรื่องทางหนีไฟ จำนวน 83 แห่ง เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง และออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขกว่า 60 แห่ง ซึ่งมีบางส่วนได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว แต่สำหรับทั้ง 83 แห่ง อาจจะไม่ได้เป็นสถานที่ที่อันตรายมาก เนื่องจากเป็นเพียงร้านอาหารที่มีการเล่นดนตรีและมีผู้คนใช้บริการไม่ได้หนาแน่น แต่เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบให้เข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด

เร่งหาทางช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 

ก.พลังงาน 8.ส.ค.-ก.พลังงานยังไม่ได้ข้อสรุป มาตรการบรรเทาผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่จะปรับขึ้นงวดสุดท้ายของปีนี้ด้านปตท.สผ.เร่งการผลิตเอราวัณ​คาดได้500ล้านลูกบาศก์ฟุต​ต่อ​วันปลายปีนี้