
“บ้านหนองจาน” กับเสียงขานรับสร้างรั้วชายแดน
สระแก้ว 29 ส.ค. – ติดตามสถานการณ์ที่บ้านหนองจาน หลังกองทัพภาคที่ 1 ออกประกาศควบคุม รวมถึงความเห็นของประชาชนกับแนวคิดสร้างกำแพงกั้นแนวชายแดนไทยกัมพูชา.-สำนักข่าวไทย
สระแก้ว 29 ส.ค. – ติดตามสถานการณ์ที่บ้านหนองจาน หลังกองทัพภาคที่ 1 ออกประกาศควบคุม รวมถึงความเห็นของประชาชนกับแนวคิดสร้างกำแพงกั้นแนวชายแดนไทยกัมพูชา.-สำนักข่าวไทย
สระแก้ว 25 ส.ค. – ชายแดนสระแก้วตึงเครียด ชาวกัมพูชาบุกรื้อรั้วลวดหนาม-ปาของใส่เจ้าหน้าที่ ในพื้นที่บ้านหนองจาน ทหารไทยเจ็บ 1 นาย ด้านกองทัพภาคที่ 1 แจงเป็นความเข้าใจผิดของฝ่ายกัมพูชา สถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พื้นที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ยังคงเกิดความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง หลังจากทางฝั่งกัมพูชาได้ประกาศเสียงตามสาย เรียกระดมชาวบ้านให้ออกมารวมตัวกันยังพื้นที่พิพาทติดแนวชายแดน โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายป่าไม้ และที่ดินของกัมพูชา เข้าร่วมอยู่ในพื้นที่ด้วย เมื่อชาวบ้านจำนวนหนึ่งเดินทางมาถึง เกิดเหตุเหตุจราจลขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากกลุ่มชาวกัมพูชาบางส่วนพากันบุกเข้ามารื้อรั้วลวดหนามที่ฝ่ายไทยขึงกั้นไว้เพื่อป้องกันการรุกล้ำ นอกจากนี้ ยังมีการขว้างปาสิ่งของเข้าใส่เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บแล้ว 1 นาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าประชาชนจากฝั่งกัมพูชายังคงทยอยเดินทางเข้ามาสมทบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดยิ่งขึ้น ด้านกองกำลังทหารไทยจึงได้เสริมกำลังเข้าตรึงพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันการบานปลาย ที่น่าสังเกตคือ ฝั่งกัมพูชาได้เปิดเพลงเสียงดังสนั่น คาดว่าเป็นเพลงปลุกใจ เพื่อสร้างขวัญและกระตุ้นให้ชาวบ้านในพื้นที่มีความฮึกเหิมมากขึ้น เสียงเพลงดังกล่าวได้ถูกเปิดก้องไปทั่วบริเวณแนวชายแดน สร้างความกดดันให้กับเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ สถานการณ์ล่าสุดยังคงมีการเผชิญหน้ากันระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย โดยทหารไทยยังคงตรึงกำลังแน่นหนา เพื่อเฝ้าระวังการปะทะที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับส่วนกลางเพื่อรายงานความคืบหน้าและเตรียมมาตรการรองรับ กองทัพภาคที่ 1 แจงแล้ว ปมชาวบ้านเขมรรื้อรั้วหนาม ล่าสุด กองทัพภาคที่ […]
23 ส.ค. – ผ่านมานาน 26 ปี ที่ไทยเก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล กู้ทุ่นระเบิด จนเหลือพื้นที่ปนเปื้อนอยู่ประมาณกว่า 200 ล้านตารางกิโลเมตร กว่าร้อยละ 90 อยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มีข่าวดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เตรียมดัดแปลงหุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิดขนาดเล็กฝีมือคนไทย เพื่อร่วมภารกิจเก็บกู้รับแรงระเบิดแทนมนุษย์ ช่วยลดความสูญเสีย.-สำนักข่าวไทย
22 ส.ค.- กต. แถลงย้ำ “บ้านหนองจาน” จ.สระแก้ว เป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย เคยใช้เป็นศูนย์อพยพชั่วคราว และปี 60 แจ้งให้กัมพูชาปลดธงชาติออก แต่ไม่ได้รับการตอบรับ จนกลายเป็นประเด็นขัดแย้งใหม่ พร้อมเจาะลึกตำนาน “บ้านหนองจาน” ค่ายผู้อพยพสู่ข้อพิพาทชายแดน -สำนักข่าวไทย
22 ส.ค. – เริ่มรื้อถอนร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันบ้านผือ อ.กันทรลักษ์ ที่กัมพูชายิงจรวดตกใส่ ด้านเจ้าของปั๊มฝากถึงภาครัฐเรื่องความชัดเจนการช่วยเหลือ วันนี้ที่ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมันบ้านผือ ตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่เสียหายจากการถูกกัมพูชายิงจรวดตกใส่ เจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 13 อุบลราชธานี นำเครื่องจักรกล ประกอบด้วย รถแบ็กโฮ 1 คัน รถบรรทุก 1 คัน เพื่อดำเนินการรื้อถอน ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่ ปภ.-ทหารพราน-และจิตอาสาในพื้นที่ ก่อนเริ่มรื้อถอน นางกมลรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของปั๊มน้ำมันได้จุดธูปและนำพวงมาลัยมาไหว้เจ้าที่บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมจุดธูปบอกกล่าวดวงวิญญาณทั้ง 7 คนที่เสียชีวิตในร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ นางกมลรัตน์ กล่าวว่า ที่ต้องรีบตัดสินใจรื้อถอนเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากโครงสร้างที่โดนแรงระเบิดบางส่วนถล่มลงแล้ว และเตรียมการสร้างใหม่เพื่อดำเนินธุรกิจต่อ ส่วนการเปิดให้บริการปั๊มน้ำมัน กำลังเร่งปรับปรุง คาดจะเปิดได้ภายในอาทิตย์หน้า แต่ต้องรอประเมินจากหน่วยงานด้านพลังงานก่อน พร้อมฝากถึงภาครัฐเรื่องความชัดเจนการช่วยเหลือ จับ 15 แรงงานกัมพูชาลอบเข้าไทย หวังหางานทำ กองกำลังบูรพา ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองร้อยทหารพรานที่ 1204 และกองพันทหารราบที่ 30 ออกลาดตระเวนพื้นที่ชายแดนด้าน […]
22 ส.ค. – กองทัพภาคที่ 2 พบโดรนเขมร 93 ลำ บินป่วนชายแดน ขณะที่ทหารกัมพูชายังเคลื่อนไหว ปัจจุบันกองกำลังของทั้ง 2 ฝ่ายยังคงตรึงกำลังประจำที่มั่น ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยรวม ตรวจพบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา ยังคงกำลังพล, รถยนต์และรถบรรทุกหลายคันเคลื่อนตัวเข้าสู่บางพื้นที่ ขณะเดียวกันบริเวณแนวชายแดน ยังตรวจพบโดรนของฝ่ายกัมพูชา 93 ลำ ปัจจุบันกองกำลังของทั้ง 2 ฝ่ายยังคงตรึงกำลังประจำที่มั่นของตน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน นอกจากจะมีการบินโดรนรุกล้ำปธิปไตยไทยแล้ว ยังมีการเคลื่อนกำลังพลทหารกัมพูชากว่าร้อยนาย ยืนต่อแถวรอเพื่อเคลื่อนย้ายกำลังพลไปยังพื้นที่ชายแดนด้วย หลังมีการเผยแพร่คลิปที่ชาวกัมพูชาถ่ายไว้ ขณะทหารกัมพูชากว่าร้อยนายยืนต่อแถวรอ เพื่อเคลื่อนย้ายกำลังพลไปยังพื้นที่ชายแดน สมทบแนวหน้าโดยที่สะพายเป้คนละใบ กับเสื่อคนละผืน อีกคลิปที่ชาวบ้านกัมพูชาถ่ายได้ เป็นภาพที่กองทัพกัมพูชาขับรถที่บรรทุกอาวุธเต็มคันรถ ต่อมาพบว่าเป็นจรวดหลายลำกล้อง RM-70 และปืนใหญ่สนามลากจูง D-30 ขนาด 122 มิลลิเมตร ซึ่งกำลังขนย้ายไปพื้นที่ชายแดนสักแห่ง ซึ่งมีอยู่หลายคันที่ช่วยกันขนย้าย ส่วนภาพทหารกัมพูชา 8 นายกำลังพากันปีนเขาที่เต็มไปด้วยก้อนหินทั้งใหญ่และเล็ก โดยที่ด้านหลังบรรทุกสะเบียงและท่อPVC คาดว่าน่าจะแอบปีนขึ้นไปยังพื้นที่ของไทย.-สำนักข่าวไทย
21 ส.ค. – เมื่อวานนี้ (20 ส.ค.) ชาวบ้านได้ยินเสียงคล้ายระเบิด บริเวณปราสาทตาควาย หวั่นเกิดเหตุปะทะกันอีกรอบ กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจง คาดเสียงที่ได้ยิน เกิดจากทหารกัมพูชาเหยียบกับระเบิดตัวเอง กองทัพภาคที่ 2 โพสต์ชี้แจง ถึงข่าวสารในสื่อออนไลน์ ที่อ้างว่ากองกำลังฝ่ายกัมพูชา ยิงปืนใหญ่ใส่ฐานบริเวณปราสาทตาควายนั้น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยในพื้นที่แล้ว ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เสียงระเบิดที่ประชาชนได้ยินสันนิษฐานว่า เกิดจากทหารกัมพูชาเหยียบกับระเบิด ที่ลักลอบวางไว้เอง บริเวณด้านหลังปราสาทตาควาย ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกต่อกระแสข่าวลือที่เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางอย่างเป็นทางการของกองทัพภาคที่ 2 เพื่อป้องกันการสับสนและความเข้าใจผิด.-สำนักข่าวไทย
สุรินทร์ 20 ส.ค. – วันที่ 3 การลงพื้นที่ของคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว หรือ IOT 8 ประเทศ ไปเยี่ยมเชลยศึกกัมพูชา ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ จ.สุรินทร์ และไปที่โรงพยาบาลพนมดงรัก วันนี้ (20 ส.ค.68) เป็นวันสุดท้าย ที่กองทัพไทยนำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว หรือ IOT 8 ประเทศ พร้อมสื่อมวลชนไทยและต่างชาติ ลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ตรวจสอบข้อเท็จจริงการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของกัมพูชา ซึ่งวันนี้ลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ หลัง 2 วันที่ผ่านมา ได้ไปที่ จ.อุบลราชธานี และ ศรีสะเกษ จุดแรก ตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมเชลยศึก เพื่อยืนยันว่าการปฏิบัติของไทยเป็นไปตามหลักมนุษยธรรมสากลและอนุสัญญาเจนีวา ทั้งด้านอาหาร การแพทย์ และการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งจุดนี้ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนติดตามเข้าไปถ่ายทำข่าว จุดที่ 2 ไปที่โรงพยาบาลพนมดงรัก เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ตรวจสอบผลกระทบจากการถูกโจมตีด้วยจรวด BM-21 ของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมสากลอย่างชัดเจน เพราะโจมตีพลเรือนและสถานพยาบาล ทำให้โรงพยาบาลต้องปิดบริการตั้งแต่วันที่ […]
20 มิ.ย. – กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมแผนฟื้นฟูพื้นที่เกษตร ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เดินหน้าเต็มสูบ เยียวยา–แจกเสบียง–ผ่อนหนี้ พร้อมรับมือขาดแคลนแรงงานต่างด้าว นายอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดเตรียมมาตรการฟื้นฟูระยะเร่งด่วนถึงระยะยั่งยืน หลังเกิดเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ซึ่งส่งผลกระทบวงกว้างต่อเกษตรกรใน 7 จังหวัด สำหรับแผนฟื้นฟูที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดไว้ นอกจากนี้ มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามด้านปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ 1 แห่ง จัดตั้งศูนย์พักพิงในพื้นที่ของหน่วยงานในสังกัดรวม 4 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งนี้ใน 4 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหลัก ได้แก่ ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี เกษตรกรประกอบอาชีพด้านปศุสัตว์ เป็นจำนวนมาก จึงสั่งการให้กรมปศุสัตว์ช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ย้ำว่า จะเดินหน้าฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกรในพื้นที่อย่างเร่งด่วนเพื่อให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลือเยียวยา ตลอดจนกลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติอย่างมั่นคงเร็วที่สุด.-สำนักข่าวไทย
กรุงเทพฯ 19 ส.ค. – กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมแผนฟื้นฟูพื้นที่เกษตร ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เดินหน้าเต็มสูบ เยียวยา-แจกเสบียง-ผ่อนหนี้ พร้อมรับมือขาดแคลนแรงงานต่างด้าว นายอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดเตรียมมาตรการฟื้นฟูระยะเร่งด่วนถึงระยะยั่งยืน หลังเกิดเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ซึ่งส่งผลกระทบวงกว้างต่อเกษตรกรใน 7 จังหวัด สำหรับแผนฟื้นฟูที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดไว้มีดังนี้ ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ไม่สงบมาอย่างต่อเนื่อง โดยทันทีที่เกิดเหตุปะทะได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการทั้งส่วนกลางและภูมิภาคในการติดตามความเสียหายของเกษตรกรทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง แล้วให้รายงานทุกวันเพื่อให้สามารถสั่งการช่วยเหลือเร่งด่วน จนถึงปัจจุบันมีรายงานความเสียหายดังนี้ ทั้งนี้ใน 4 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหลักได้แก่ ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี เกษตรกรประกอบอาชีพด้านปศุสัตว์ เกษตรกรประกอบอาชีพปศุสัตว์เป็นจำนวนมาก จึงสั่งการให้กรมปศุสัตว์ช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ประกอบด้วย นอกจากนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังจัดตั้งศูนย์พักพิงในพื้นที่ของหน่วยงานในสังกัดรวม 4 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ตลอดจนสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในอำเภอที่เกิดเหตุอพยพออกจากพื้นที่และให้ปฏิบัติงานในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังเปิดรับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบและได้แจกจ่ายช่วยเหลือไปตามศูนย์พักพิงของแต่ละจังหวัดเรียบร้อยแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ย้ำว่า จะเดินหน้าฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกรในพื้นที่อย่างเร่งด่วนเพื่อให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลือเยียวยา ตลอดจนกลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติอย่างมั่นคงเร็วที่สุด. 512 – สำนักข่าวไทย
อุบลราชธานี 19 ส.ค. – คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ไอโอที) ตรวจเยี่ยมช่องอานม้า พบทหารกัมพูชาแสดงท่าทีไม่พอใจ อ้างไทยพาคณะเข้าพื้นที่เกินกำหนด กองบัญชาการกองทัพไทย นำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว หรือ IOT จาก 8 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ บรูไน มาเลเซีย ลาว อินโดนีเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม รวม 14 นาย โดยมี พลตรี ซัมซุล ริซัล บิน มูซา ผู้ช่วยทูตทหารมาเลเซียประจำประเทศไทย เป็นหัวหน้าคณะ ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และศรีสะเกษ เป็นวันที่ 2 โดยจุดแรกวันนี้ ตรวจเยี่ยมพื้นที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบกรณีกัมพูชารุกล้ำเข้ามาตัดลวดหนาม ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และกระทบต่อความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ ในระหว่างการลงพื้นที่ ปรากฏว่ามีทหารกัมพูชานายหนึ่งแสดงท่าทีไม่พอใจ ส่งเสียงดังโวยวาย ไม่อนุญาตให้ฝ่ายไทยนำคณะเข้าสำรวจพื้นที่โดยรอบ โดยอ้างว่ามีจำนวนผู้ติดตามมากเกินไป และอนุญาตเพียงให้คณะผู้สังเกตการณ์เข้าสู่บริเวณอนุสาวรีย์ตาอมเท่านั้น ส่วนสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ไทยถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่ร้านค้าข้างเคียง […]
สุรินทร์ 13 ส.ค. – “สิบเอกธีรพล” ทหารเหยียบทุ่นระเบิดขาขาด อาการดีขึ้น คลังเลือด รพ.สุรินทร์ เผยมีเลือดเพียงพอแล้ว ขณะที่กองทัพภาค 2 ปิดรับลวดหนามหีบเพลง ได้เพียงพอแล้ว ขอบคุณทุกความร่วมมือ ความคืบหน้าอาการ สิบเอกธีรพล เพียขันที สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2610 ที่เหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ฝ่ายกัมพูชาลอบวางไว้ จนได้รับบาดเจ็บขาขาด ล่าสุดอาการดีขึ้นแล้วตามลำดับ และที่โรงพยาบาลสุรินทร์ มีประชาชน นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ จำนวนมาก มาบริจาคเลือดกรุ๊ป AB ให้กับ สิบเอกธีรพล ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยขณะนี้เพียงพอแล้ว และคลังเลือด รพ.สุรินทร์ ยืนยันว่ามีเลือดเพียงพอสำหรับทหารที่ได้รับบาดเจ็บ และล่าสุดกองทัพภาคที่ 2 แจ้งกรณีขอสนับสนุนลวดหนามหีบเพลง เสริมสร้างความพร้อมการป้องกันพื้นที่และรักษาความมั่นคงของประเทศว่า ได้รับลวดหนามหีบเพลงเพียงพอต่อความต้องการใช้งานแล้ว จึงขอปิดการรับ ลวดหนามหีบเพลงไว้แต่เพียงเท่านี้ พร้อมขอบคุณทุกความร่วมมือและน้ำใจจากทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมสนับสนุน.-สำนักข่าวไทย