หวั่นค่าไฟฟ้าเพิ่มจากนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชน

กรุงเทพฯ 18 ก.พ. – เวทีแสดงความเห็นแผนหลักพลังงานของประเทศ หวั่นค่าไฟฟ้าแพงจากโรงไฟฟ้าชุมชน 1,933 เมกะวัตต์ ไฟฟ้าล้นจากจีดีพีต่ำกว่าเป้าหมาย ด้านปลัดพลังงานเชื่อมั่นค่าไฟฟ้าอาจไม่แพงขึ้น หากนำเข้าแอลเอ็นจีราคาถูกมาผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ส่วนไอพีพีตามแผนพีดีพีฉบับปรุงหดเหลือ 6,900 เมกะวัตต์ 



วันนี้ (18 ก.พ.) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จัดเวทีระดมความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงแก้ไขแผนแม่บทพลังงานของประเทศระยะยาว 20 ปี (2561-2580) ซึ่งหนึ่งในแผนงาน คือ ปรับปรุงแผนไฟฟ้า (ร่างแผนพีดีพี 2018 ฉบับปรับปรุง) ที่ปรับปรุงใหม่ หลังรัฐบาลกำหนดนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากปี 2563-2567 รวม 1,933 เมกะวัตต์ โดยยังคงปริมาณโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนไว้เช่นเดิมตลอดทั้งแผน 18,696 เมกะวัตต์ ซึ่งการกำหนดโรงไฟฟ้าชุมชนนั้น เป็นการลดสัดส่วนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ตลอดแผน 10,000 เมกะวัตต์ เหลือเพียง 9,290 เมกะวัตต์ (เนื่องจากโครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนที่กำหนดซื้อ 100 เมกะวัตต์/ปี เป็นเวลา 10 ปี ปรากฏว่า ปี 2562 มีการขายเข้าระบบจริงเพียง 3 เมกะวัตต์) ปรับเพิ่มเป้าหมายโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 69 เมกกะวัตต์ ปรับเพิ่มเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน)  ชะลอโรงไฟฟ้าชีวมวลประชารัฐภาคใต้ ปีละ 60 เมกะวัตต์ จากปี 2564– 2565 ไปเป็นปี 2565–2566 เร่งรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานลม จากเดิมปี 2577 มาเป็นปี 2565 ขณะที่รถไฟฟ้าหรืออีวีจะเข้ามามีบทบาทการใช้น้ำมันก็จะน้อยลง 


สำหรับแผนพีดีพี 2018 ฉบับปรับปรุงรวมกำลังผลิตไฟฟ้าจนถึงสิ้นปี 2580 ยังคงเท่าเดิมที่ 77,211 เมกะวัตต์ โดยจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่เข้าระบบ 56,431 เมกะวัตต์ ในส่วนนี้จะมีการรับซื้อโรงไฟฟ้าใหม่หรือทดแทนที่จะเป็นโรงไฟฟ้าไอพีพีลดลง จาก 8,300 เมกะวัตต์ เหลือ 6,900 เมกะวัตต์ (เนื่องจากมีการอนุมัติโรงไฟฟ้าภาคตะวันตกหินกองเข้าระบบไปแล้ว 1,400 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าถ่านหินลดลงจาก 1,740 เมกะวัตต์ เหลือ 1,200 เมกะวัตต์ (เนื่องจากโรงไฟฟ้าเอ็นพีเอสเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นก๊าซ) โรงไฟฟ้าความร้อนร่วมเพิ่มขึ้นจาก 13,156 เมกะวัตต์ เป็น 15,096 เมกะวัตต์ (เพิ่มจากเอ็นพีเอสและโรงฟ้าฟินกอง)  (ใส่ภาพกราฟฟิก เหตุผลปรับพีดีพี 2018  ) 


ขณะที่แผนก๊าซฯ นั้น ประเมินความต้องการใช้ปี 2580 อยู่ที่ 5,348 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 0.7 ต่อปี ซึ่งการผลิตก๊าซฯ ในประเทศเพิ่มขึ้นจากแผนเดิม เนื่องจากการประมูลแหล่งบงกช-เอราวัณเสร็จสิ้น ทำให้ความต้องการใช้แอลเอ็นจีลดลงจาก 34 ล้านตัน/ปี เหลือ 26 ล้านตัน/ปี อย่างไรก็ตาม จากแผนโครงสร้างพื้นฐานการนำเข้าแอลเอ็นจีที่อนุมัติไปแล้วและรองรับการนำเข้าใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้ ไทยจะมีคลังนำเข้ารวม 39.8 ล้านตัน/ปี จึงทำให้รัฐบาลเร่งทำแผนการนำเข้าเพื่อการส่งออกทั้งทางเรือและทางรถบรรทุกและรถไฟ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจำหนายในภูมิภาคนี้ โดยคลังแอลเอ็นจีตามแผนจะมีทั้งหมด 5 แห่ง ประกอบด้วย คลังมาบตาพุด 11.5 ล้านตัน/ปี ,คลังหนองแฟบ 7.5 ล้านตัน/ปี ,คลังร่วมทุน ปตท.-กัลฟ์ ในโครงการมาบตาพุดระยะที่ 3 ปริมาณ 10.8 ล้านตัน/ปี ,คลังในภาคใต้ 5 ล้านตัน/ปี ( ใส่ภาพโครงสร้างพื้นฐานแอลเอ็นจี   )

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวทีดังกล่าวมีการแสดงความคิดเห็นหลากหลาย เช่น การมองสมมติฐานแผนพลังงานที่คำนวณจากเศรษฐกิจขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 3 ต่อปี เป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่ เพราะในช่วง 2 ปีนี้จีดีพีโตต่ำกว่าแผนค่อนข้างมาก การสนับสนุนโรงไฟฟ้าชุมชนทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าแพงขึ้นทั้งที่สำรองไฟฟ้าไทยสูงมากกว่าร้อยละ 30 การสร้างคลังแอลเอ็นจีมาบตาพุดระยะที่ 2 เป็นเรื่องที่จำเป็นหรือไม่ ขณะที่ความต้องการก๊าซฯ ไม่ได้สูงเหมือนในอดีต (ใส่กราฟฟิก ภาพเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าขายปลีก )

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า แม้นโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนจะมีผลทำให้ค่าไฟฟ้าตามแผน 20 ปี เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7.69 สตางค์/หน่วย เป็น 3.6672 บาท/หน่วย จากแผนเดิม 3.5903 บาท/หน่วย แต่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศช่วยเศรษฐกิจฐานราก คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนรวมกว่าแสนล้านบาท และช่วยให้เกิดการกระจายลงทุนมากกว่า 200 ชุมชน  อย่างไรก็ตาม จากราคาก๊าซธรรมชาติเหลวหรือแอลเอ็นจีตลาดโลกลดลงเหลือไม่ถึง 3 ดอลลาร์สหรัฐ/ล้านบีทียู ขณะนี้ทางกระทรวงจึงมีแผนนำเข้ามาผลิตไฟฟ้าทดแทนก๊าซอ่าวไทย ซึ่งมีราคาสูงกว่า ดังนั้น จึงอาจทำให้ค่าไฟฟ้าทั้งแผนไม่ปรับขึ้นตามคาด 

ส่วนการประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชุมชน 700 เมกะวัตต์นั้น จะมีการประกาศรับซื้อเดือนเมษายนนี้และประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้ โดยโครงการเร่งด่วน หรือควิกวินจะมี 100 เมกะวัตต์ จะต้องเข้าระบบหรือซีโอดี ภายในปีนี้ และอีก 600 เมกะวัตต์ จะเข้าระบบปีหน้า หนึ่งในเหตุผลที่จะคัดเลือก คือ จะต้องสร้างประโยชน์ต่อชุมชนที่ชัดเจน

ขณะเดียวกันปีนี้โรงไฟฟ้าชุมชนจะนำร่องโดยรัฐวิสาหกิจรวม 4 โครงการ  ประกอบด้วย การร่วมดำเนินการของ กฟผ. 2 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าจากหญ้าเนเปีย จัดตั้งที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ กำลังการผลิต 1 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าชุมชนที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซชีวมวลจากข้าวโพด ที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ กำลังการผลิต 2 เมกะวัตต์  และโครงการของไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ที่ จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส กำลังการผลิตรวม 6 เมกะวัตต์.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน-ไชยชนก-ภราดร” เทียบเชิญพรรคประชาชน ตั้งรัฐบาล

กทม. 29 ส.ค.-“อนุทิน-ไชยชนก-ภราดร” เทียบเชิญพรรคประชาชน ตั้งรัฐบาล? พร้อมฟังเงื่อนไข “อนุทิน” ยิ้มหลังนักข่าวแซว “สดใสจังเลยออร่านายกฯ คนใหม่หรือเปล่า” เวลา 17.55 น. นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายไชยชนก ชิดชอบ และนายภราดร ปริศนานันทกุล เดินทางไปยังพรรคประชาชน เข้าพบนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน และกรรมการบริหารพรรค​ คาดว่าเป็นพูดคุยหารือรับข้อเสนอในการโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่ โดยทันทีที่นายอนุทิน นั่งรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กจ 1111 นครราชสีมา มาถึงยังพรรคประชาชน ได้เปิดประตูลงจากรถและทำหน้าตกใจเมื่อเห็นกองทัพนักข่าวมาดักรอ และแซวนักข่าวว่า “มาเยอะกว่าพรรคภูมิใจไทยอีก” นักข่าวถามวันนี้มีการหารืออะไรกับหัวหน้าพรรคประชาชนหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า “ขอขึ้นไปพูดคุยกับหัวหน้าก่อน” จากนั้นผู้สื่อข่าวแซวว่า “สดใสจังเลยออร่านายกคนใหม่หรือเปล่า“ โดยนายอนุทิน มีสีหน้ายิ้มแย้ม และพูดย้ำว่า “ขอขึ้นไปพบหัวหน้าก่อน ตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไร“ ก่อนจะเดินเข้าไปภายในอาคารของพรรคฯ พร้อมกับพูดว่า “เพิ่งเดินทางมาที่พรรคประชาชนเป็นครั้งแรก” […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]

ปชน. เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน

กทม. 29 ส.ค.-พรรคประชาชน เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน นายกฯ คนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม พร้อมยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมกรรมการบริหาร และ สส.พรรค​ นัดหมายรวมกันที่พรรคประชาชน เพื่อ​เกาะติดฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง​ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อกำหนดทิศทางของพรรคต่อไป จากนั้นเวลา 16.30 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า นับตั้งแต่คลิปเสียงถูกเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณะ พรรคประชาชนได้เรียกร้องมาโดยตลอดให้นายกรัฐมนตรี ทำการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน ได้ใช้อำนาจของประชาชนในการตัดสินรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ในเรื่องของการเมืองและความขัดแย้ง และปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าอยู่ตอนนี้ แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี กลับเลือกที่จะรักษาอำนาจของตัวเอง ให้คงต่อไป จนกระทั่งวันนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่ง ตนและพรรคประชาชนได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า […]