“ณัฐพล” สั่งแจ้งเอาผิดกัมพูชา ทำร้ายร่างกาย-รื้อลวดหนาม

ทำเนียบ 26 ส.ค.- “ณัฐพล” ฮึ่ม สั่งกองทัพ-ปชช.แจ้งความเอาผิดกัมพูชา ทำร้ายร่างกาย-รื้อรั้วลวดหนามที่บ้านหนองจาน ด้าน กต. ทำหนังสือประท้วง ย้ำ เป็นอธิปไตยของไทย เตรียมนำปัญหาทั้งหมดคุยวง GBC ก.ย.นี้ ย้ำหน่วยพื้นที่ยิงตอบโต้ได้ทันที ตามกฎการใช้กำลัง พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงชาวกัมพูชาบุกรื้อรั้วลวดหนามและทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ของไทย บริเวณบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูงจังหวัดสระแก้ว ว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว จะมาพบกับประชาชนที่บริเวณพื้นที่บ้านหนองจาน ทำให้เจ้าหน้าที่นำรั้วลวดหนามมาวางเพิ่มเติม เพราะกังวลว่าชาวกัมพูชาจะมารบกวน จึงทำให้ชาวกัมพูชาตั้งใจจะมารื้อในส่วนที่เป็นรั้วเพิ่มเติม ไม่ใช่ส่วนที่วางไว้ตั้งแต่เดิม จึงได้ให้คำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ไปว่า เป็นการปักในพื้นที่ประเทศไทย จะมาทำอย่างนี้ไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย และจะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายอาญา ซึ่งกองทัพภาคที่หนึ่งหรือกองกำลังบูรพาก็สามารถดำเนินการ แจ้งความข้อหาทำลายทรัพย์สินของทางราชการได้ ซึ่งตนเองได้ย้ำว่าจะต้องไม่มีภาพแบบเมื่อวานเกิดขึ้นอีก เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนรับไม่ได้ พลเอกณัฐพล ยอมรับว่าการนำชาวบ้านมากดดันทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานลำบากมากขึ้น จึงมอบหมายให้ทำหนังสือประท้วงผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพราะเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย ที่ไม่สามารถมาทำเช่นนี้ได้ ส่วนการปฏิบัติการ จะใช้มาตรการเดียวกับการปราบปรามการชุมนุมหรือไม่ พลเอกณัฐพล กล่าวว่า การปฏิบัติการจะเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งขั้นแรกได้ใช้ เครื่องแอลแรท (LRAD) ไปแล้ว เราต้องเตรียมกำลังเพิ่มเติม โดยจะพิจารณาใช้กำลังตำรวจ เพราะหากใช้กำลังทหารจะรุนแรงเกินไป […]

ทบ.แจงปมเขมรขัดขวางทหารไทยวางลวดหนามบ้านหนองจาน

25 ส.ค. – ทบ. แจงปมเหตุชาวกัมพูชาขัดขวางการวางลวดหนาม ยืนยันการดำเนินการอยู่ในเขตแดนไทย ไม่ใช่การขยายข้อพิพาท ย้ำกัมพูชาละเมิด MOU 43 มายาวนาน และไม่ตอบรับข้อเสนอไทยในการจัดระเบียบพื้นที่พิพาทร่วมกัน สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 พลโท (หญิง) มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ชาวกัมพูชาขัดขวางการวางลวดหนามของทหารไทย ในพื้นที่บ้านหนองจาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน ในเรื่องนี้ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงตอบโต้ในหลายประเด็น ดังนี้ 1.กรณีที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่า ทหารไทยพยายามลักลอบวางลวดหนามในพื้นที่หมู่บ้านโจกเจย ตำบลโอเบยเจือน อำเภอโอโจรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย และถูกประชาชนกับเจ้าหน้าที่กัมพูชาตรวจพบและสกัดกั้นนั้น 2.กรณีที่ฝ่ายกัมพูชาเรียกร้องให้ไทยเคารพข้อตกลงหยุดยิง โดยเฉพาะการประชุม RBC ระหว่างภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชา และกองทัพภาคที่ 1 ของไทย เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 […]

“รัฐบาล” ยืนยันพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เป็นของไทย 100%

ทำเนียบ 20 ส.ค.-“รัฐบาล” ยืนยันพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เป็นของไทย 100% ชี้ในอดีตประเทศไทยมีเมตตาให้เขมรใช้เป็นที่หลบภัยสงครามจนถึงทุกวันนี้ กลับรุกล้ำอธิปไตยไทย ยืนยันต้องวางลวดหนามในเขตอธิปไตยของไทยทุกตารางนิ้วตามข้อตกลง เตือนกัมพูชาอย่าใช้ประชาชนของตนเองเป็นโล่มนุษย์ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก) เปิดเผยกรณี พื้นที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเดิมเคยใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราว ที่ไทยให้ชาวกัมพูชาที่หนีภัยจากการสู้รบในอดีตเข้ามาใช้พื้นที่ บนแผ่นดินไทย และเวลาต่อมากัมพูชากลับได้ขยายชุมชน รุกล้ำแผ่นดินของประเทศไทยที่เคยให้การช่วยเหลือเป็นศูนย์อพยพเมื่อครั้งสงคราม ที่คนเขมรฆ่ากันเองถือเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 อย่างชัดเจน และฝ่ายไทยได้คัดค้านและประท้วงการกระทำดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตลอดมา นอกจากนี้ รัฐบาลได้ยืนยันในประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.ตลอดหลาย 10 ปี ที่ผ่านมา ประเทศไทยแสดงถึงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ในการปฏิบัติตนเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร และพร้อมหารือข้อขัดแย้งผ่านกลไกทวิภาคีที่เหมาะสม เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกัมพูชากลับใช้ ประชาชนของตน เป็นกำแพงมนุษย์ เข้ามารุกล้ำในเขตแดนไทยอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และยั่วยุให้เกิดความตึงเครียดในชายแดน 2.ประเทศไทยให้ความช่วยเหลือในอดีตที่ผ่านมาในเรื่องของมนุษยธรรมในการให้พื้นที่หลบภัยสงคราม กับประชาชนชาวเขมรหลายแสนคน แต่กลับบิดเบือนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของไทยที่หยิบยื่นให้ กลับนำความช่วยเหลือนี้ ไปบุกรุกพื้นที่อธิปไตยของไทย สะท้อนถึงการขาดความจริงใจ เห็นถึงเจตนาร้ายในการรุกล้ำพื้นที่ของประเทศไทยอย่างชัดเจน […]

ชาวกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายต่อเนื่อง

กทม. 14 ส.ค.-กองทัพบก ตรวจพบชาวกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายต่อเนื่อง หลังเหตุสู้รบชายแดน คงมาตรการเข้มรักษาความมั่นคงพื้นที่ชายแดน นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา กองทัพบกยังคงตรวจพบและจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายสัญชาติกัมพูชาได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ด้านจังหวัดสระแก้ว ซึ่งตั้งแต่เกิดการสู้รบจนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมได้ทั้งสิ้น 35 ครั้ง รวมผู้ต้องหา 158 คน ได้แก่ อำเภออรัญประเทศ 23 ครั้ง ผู้ต้องหา 112 คน, อำเภอตาพระยา 7 ครั้ง ผู้ต้องหา 26 คน, อำเภอวัฒนานคร 1 ครั้ง ผู้ต้องหา 5 คน, อำเภอโคกสูง 1 ครั้ง ผู้ต้องหา 6 คน และอำเภอคลองหาด 3 ครั้ง ผู้ต้องหา 9 คน ล่าสุด […]

รวบชาวกัมพูชาหอบลูกมุดป่าเข้าไทย

สระแก้ว 2 ส.ค. – แรงงานกัมพูชา หอบลูกมุดป่าข้ามแดน ลักลอบเข้าไทย เผยทั้งน้ำตา หลังกลับไปกัมพูชาไม่มีงานไม่มีเงิน แถมยังถูกหลอกจ่ายรายละ 6,000 บาท แต่ทิ้งไว้กลางป่า ทหารพรานอรัญประเทศ สกัดจับได้ 16 คน แรงงานกัมพูชา 16 คน (ชาย 6 หญิง 6 เด็กชาย 4) เดินผ่านช่องทางธรรมชาติแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศไทย ที่บริเวณบ้านดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งถูกกองกำลังบูรพา ทหารพรานร้อย ทพ.1201 ตรวจสกัดไว้ได้ขณะลาดตระเวนในพื้นที่โซนตั้งแต่หลังตลาดการค้าตลาดโรงเกลือขึ้นฝั่งเหนือตามจุดเสี่ยงล่อแหล่มที่เป็นป่ารกทึบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นชาวกัมพูชาทั้งหมด และไม่มีหนังสือเดินทาง สอบถามทั้งหมดสารภาพว่าเดิมเคยขายของอยู่ในตลาดเบญจวรรณ อ.อรัญประเทศ แต่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาในกัมพูชาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากกลัวเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน แต่ภายหลังจากกลับไปที่บ้านเกิดเป็นเวลาหลายวัน ทั้งหมดก็ไม่มีงานทำและไม่มีรายได้ อีกทั้งลูกๆ ของพวกเขาก็ยังเรียนอยู่ในประเทศไทยและกำลังจะมีการสอบในสัปดาห์หน้า ทำให้ทั้งหมดตัดสินใจรวมตัวกันเพื่อลักลอบกลับเข้ามาในประเทศไทย โดยได้ว่าจ้างผู้นำพาชาวกัมพูชาในราคา คนละ 6,000 บาท เมื่อถึงเวลานัดหมาย ผู้นำพาได้พาพวกเขาเดินเท้าข้ามชายแดนมายังฝั่งไทย […]

“สมศักดิ์” ยันโรงพยาบาลไม่ได้ปฏิเสธชาวกัมพูชา รักษาตามหลักสิทธิมนุษยชน

รัฐสภา 31 ก.ค.-“สมศักดิ์” ยันโรงพยาบาลไม่ได้ปฏิเสธชาวกัมพูชา หากมีเหตุฉุกเฉิน รักษาตามหลักสิทธิมนุษยชน เหน็บเขาคงไม่มาหรอก หากเป็นทหารข้ามแดนมาก็ถูกจับ ลั่นประเทศไทยมีจิตใจสูงส่งกว่าประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าโรงพยาบาลไม่รับผู้ป่วยจากประเทศกัมพูชา ว่า ไม่มีการปฏิเสธการรักษา ซึ่งกรณีของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี นั้น มีแต่คนไข้ในที่เป็นชาวกัมพูชาและยังรักษาอยู่ ไม่ได้มีการให้เขาออกจากโรงพยาบาลหรือไล่เขาไป ซึ่งโรงพยาบาลยังดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชน ไม่มีปัญหาอะไร แต่ที่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวคือล่ามที่เป็นชาวกัมพูชาแล้วมาปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพยาบาล เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย “แต่หากมีชาวกัมพูชาที่ป่วยฉุกเฉินและต้องการเข้ามารักษาที่ประเทศไทย เราก็รับได้เพราะเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน เราไม่สามารถไปทำอะไรที่พิเรนทร์ๆได้ เหมือนบางประเทศที่เขาทำกัน แต่เราไม่ทำ เพราะประเทศไทยอยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่ค่อนข้างมีจิตใจที่สูงส่งกว่าประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศที่เห็นๆอยู่ อะไรที่เป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในหลักสิทธิมนุษยชน เราไม่ทำอยู่แล้ว” นายสมศักดิ์ กล่าว เมื่อถามว่า มีกรณีที่ทหารกัมพูชาร้องขอเข้ามารักษาตัวในประเทศไทย เนื่องจากเหตุการสู้รบ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าฉุกเฉินมาก็ไม่เป็นไร เราอย่าไปคิดว่าเขาเป็นทหารหรือไม่เป็นทหาร เราอย่าไปจำกัดสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น “แต่เขาคงไม่มาหรอก เขาจะมาอย่างไร ข้ามชายแดนมาถ้าเป็นทหารก็ถูกจับอีก” เมื่อถามถึงข้อเท็จจริงที่ระงับการทำงานของชาวกัมพูชาที่อยู่ในโรงพยาบาล เพราะกลัวเรื่องที่จะเป็นสายลับใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ขอให้การเจรจาวันที่ 4 ส.ค.จบไปก่อน ผลการเจรจาเป็นอย่างไร และเมื่อบรรยากาศเรียบร้อยดีก็ต้องคุยกันใหม่ว่าจะเอาอย่างไร […]

เขมรแห่กลับบ้าน หวิดเหยียบกันตาย

จันทบุรี 27 ก.ค. – หวิดเหยียบกันตาย ชาวกัมพูชากว่า 3 หมื่นคน ทะลักหน้าด่านบ้านแหลม แห่ขนสัมภาระกลับประเทศ เจ้าหน้าที่เปิดประตูใหญ่เร่งระบาย เวลา 08.30 น. วันที่ 27 ก.ค 68 บริเวณหน้าจุดผ่านแดนถาวรตลาดบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิตร อำเภอโป่งน้ำร้อนจังหวัดจันทบุรี ก่อนถึงกำหนดเปิดประตูด่าน 09.00 น. มีชาวกัมพูชาหลายหมื่นคน แห่ขนสัมภาระรอข้ามกลับประเทศ มีบางคนหน้ามืดเป็นลม หวิดเหยียบกันตาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจำเป็นต้องเปิดประตูใหญ่เร่งระบาย ก่อนปิดด่าน 15.00 น. – สำนักข่าวไทย

ชาวกัมพูชาแห่กลับประเทศ ทะลักจุดผ่านแดนบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว

สระแก้ว 26 ก.ค. – ชาวกัมพูชาทะลักจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว รอข้ามกลับประเทศ หลังญาติพี่น้องเป็นห่วง ขอให้เดินทางกลับ ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ชาวกัมพูชานับพันยืนรอแน่นเพื่อรอการปล่อยให้เดินเข้าช่องตรวจเอกสารของตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว ในการเดินออกข้ามพรมแดนไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา โดยแรงงานเหล่านี้เข้ามาในประเทศไทยแล้วไปทำงานอยู่ในพื้นที่ชั้นใน ซึ่งในสถานการณ์ไม่ปกตินี้ ทางญาติพี่น้องในกัมพูชาเป็นห่วง ขอให้เดินทางกลับ การผ่อนผันดังกล่าวเพื่ออนุโลมให้ชาวกัมพูชาที่ตกค้างอยู่ในฝั่งไทยกว่าพันคนเดินทางกลับประเทศกัมพูชา และอนุโลมให้คนไทยที่ตกค้างอยู่ในฝั่งกัมพูชากว่า 200 คน สามารถเดินทางผ่านประตูเล็กข้างด่านพรมแดนคลองลึก กลับเข้ามาในประเทศไทยได้ ตั้งแต่เวลา 11.00-13.00 น. ภายในวันนี้วันเดียวเท่านั้น .-สำนักข่าวไทย

ผบ.ตร.สั่งจับตาอินฟลูฯ ทำคอนเทนต์ยุยงปลุกปั่นทำร้ายชาวกัมพูชา

26 ก.ค. – ผบ.ตร. สั่งทุกโรงพักยกระดับสืบสวนเชิงลึก จับตาอินฟลูฯ ทำคอนเทนต์ยุยงปลุกปั่นทำร้ายชาวกัมพูชา-เปิดเพจรับบริจาคลวง พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดตามการพิทักษ์ส่วนหลังในการดูแลทรัพย์สินของประชาชน และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ตำรวจทุกนายยกระดับสั่งการให้ทุกกองบัญชาการ ตำรวจทุกสถานี สืบสวนหาข่าวกลุ่มบุคคลอินฟลูเอนเซอร์ใช้โซเชียลมีเดียทำคอนเทนต์บิดเบือนข้อมูลอันเป็นเท็จ ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ อาจทำให้เกิดเหตุบานปลาย อาทิ มีอินฟลูฯ บางคนยุยงให้มีการทำร้ายชาวกัมพูชา ซึ่งถือว่ามีความผิดฐานตามกฎหมาย รวมถึงเพจหลอกลวงและเปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของให้กับเจ้าหน้าที่และช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนในพื้นที่จังหวัดตราด ที่ได้เกิดการปะทะขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (26 ก.ค.) เบื้องต้นได้รับรายงานว่าตั้งแต่กลางดึกของคืนวันที่ 26 กรกฎาคม ตำรวจภูธรภาค 2 ได้สนธิกำลังกับหน่วยงานความมั่นคงทางทหาร ประเมินความเสี่ยงและเข้าไปช่วยเหลืออพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ศูนย์พักพิงและที่ปลอดภัยแล้ว ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่มาตรการดูแลบริเวณด่านชายแดนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และตราด ยุทธการจะขึ้นกับฝ่ายทหาร โดยจะมีการเปิด-ปิดด่านเป็นช่วงเวลา เพื่อให้คนไทยและคนกัมพูชาที่ต้องการจะกลับบ้านได้เดินทางเข้า-ออก และขอให้ประชาชนติดตามประกาศเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเรียบร้อย ส่วนกรณีที่ตำรวจควบคุมตัวชาย 2 คน ในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ไว้สอบสวน เนื่องจากพบว่ามีการพกพากล้องนำไปถ่ายตามพื้นที่ต่างๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร มีความผิดเป็นภัยค่อความมั่นคง และรอการผลักดันส่งกลับประเทศ […]

รวบชาวกัมพูชาลักลอบเข้าไทย หวังหางานทำ

สระแก้ว 20 ก.ค. – ทหารรวบชาวกัมพูชาลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติเข้าไทย หวังหางานทำ ยอมจ่ายค่าจ้างให้ผู้นำพา รายละ 4,000 บาท ทหารกองกำลังบูรพา, กองร้อยเฉพาะกิจอรัญประเทศ (ฉก.อรัญประเทศ) และชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 รวบชาวกัมพูชา เป็นชาย 3 คน หญิง 2 คน และเด็กชาย 1 คน ลักลอบเดินเท้าผ่านทางช่องทางธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่บ้านภูน้ำเกลี้ยง ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ระหว่างลาดตระเวนชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวขอตรวจสอบ พบว่ามีเพียงหนังสือผ่านแดน 1 เล่ม ไม่มีเอกสารทะเบียนแรงงานต่างด้าวตามกฎหมาย จากการสอบถามกลุ่มชาวกัมพูชาให้การตรงกันว่าเคยทำงานรับจ้างซักรองเท้าในตลาดโรงเกลือ แต่ภายหลังต้องเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากไม่มีรายได้ ปัจจุบันขาดแคลนปัจจัยดำรงชีพในกัมพูชา จึงต้องพยายามลักลอบกลับเข้ามาประเทศไทยอีกครั้งเพื่อหางานทำ โดยยอมจ่ายค่าจ้างให้ผู้นำพารายละ 4,000 บาท ซึ่งผู้นำพาจะพาลักลอบเดินเท้ามาตั้งแต่บ้านศิลาขะแมร์ ประเทศกัมพูชา ข้ามแดนมายังฝั่งไทย ทั้งนี้ หลังจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวแรงงานทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และผลักดันกลับประเทศต่อไป.-สำนักข่าวไทย

จับตา! กัมพูชาพาทัวร์เขมรเยือน “ตาเมือนธม”

สุรินทร์ 20 ก.ค.- จับตา! กัมพูชาพาทัวร์เขมรเยือนปราสาท “ตาเมือนธม” ด้านทหารไทย-ฝ่ายปกครอง จัดกำลังดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวไทยใกล้ชิด บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดที่ปราสาทตาเมือนธม ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ วันนี้ ถูกจับตามองเป็นพิเศษ หลังมีรายงานว่าทางกัมพูชาเตรียมเกณฑ์นักท่องเที่ยวชาวเขมรขึ้นมาเยือนปราสาทตาเมือนธม ซึ่งขณะนี้ทราบว่า มวลชนมาด้วยรถโดยสารประจำทางของฝั่งกัมพูชาเกือบ 23 คันรถ โดยจอดอยู่ข้างล่างฝั่งกัมพูชาและเริ่มทยอยขึ้นมายังปราสาทตาเมือนธมอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศภายในตัวปราสาทฯ ยังคงเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งไทยและกัมพูชา ท่ามกลางการดูแลอำนวยความสะดวกของเจ้าที่ทหารไทยเป็นอย่างดี ขณะนี้ยังไม่มีปัญหาเกิดขึ้นแต่อย่างใด -สำนักข่าวไทย

จับ 3 กัมพูชาทุบกำแพงเข้าไทยหวังทำงาน

สระแก้ว 10 ก.ค.- รวบ 3 สาวชาวกัมพูชา ลักลอบทุบกำแพงห้องเช่าติดชายแดนเข้าประเทศไทย หลังตกงานขาดรายได้ หวังกลับมาทำงานที่เดิม ทหารลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบหญิงชาวกัมพูชาลักลอบเข้ามาในประเทศ บริเวณห้องเช่าที่ติดกับฝั่งกัมพูชา โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินตรวจความเรียบร้อย ได้ยินเสียงคล้ายคนทุบผนังภายในห้องเช่าที่ตลาดโรงเกลือ จึงเข้าไปตรวจสอบพบหญิงชาวกัมพูชา 3 คน กำลังหลบอยู่ในห้องน้ำ โดยพบรูกำแพงที่ถูกทุบขนาดใหญ่ จากการตรวจสอบเอกสาร พบว่า ทั้ง 3 คนถือหนังสือเดินทางแต่ไม่มีตราประทับเข้าเมืองอย่างถูกต้อง โดยเดินทางมาจากอำเภอปราสาทบางโกง จังหวัดบันเตียเมียนเจย โดยหญิงชาวกัมพูชา ให้การว่า ที่ต้องลักลอบเข้ามาเพื่อหวังจะกลับเข้ามาทำงานในตลาดโรงเกลือเหมือนเมื่อก่อน เนื่องจากเคยทำงานในพื้นที่นี้มาก่อน แต่ภายหลังมีการปรับเวลาปิด-เปิดด่านบ้านคลองลึก จึงได้เดินทางกลับกัมพูชา พอกลับไปก็ไม่มีงานทำจึงตัดสินใจลักลอบเข้ามาโดยใช้วิธีทุบกำแพงห้องเช่า เพื่อหวังจะได้กลับมาทำงานอีกครั้ง แต่ถูกจับก่อน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้ง 3 คน ส่งให้ตำรวจ สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป -สำนักข่าวไทย

1 2 3 5
...