กองทุนพัฒนากีฬาฯ เตรียมมอบเงินนักกีฬาซีเกมส์ 226 ล้าน

กรุงเทพฯ 12 ธ.ค.- กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย เตรียมมอบเงินรางวัลให้นักกีฬาซีเกมส์ จำนวน 226 ล้านบาท 


กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวานนี้ได้ปิดฉากไปแล้ว โดยทัพนักกีฬาไทยจบอันดับ 3 ของตารางเหรียญรางวัลคว้าไปได้ 92 เหรียญทอง 103 เหรียญเงิน 123 เหรียญทองแดง โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้คำนวณเงินรางวัลสำหรับนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ของกองทุนฯ โดยเหรียญทอง จะได้รับเหรียญละ 300,000 บาท, เหรียญเงิน 150,000 บาท และเหรียญทองแดง 75,000 บาท ซึ่งผู้ฝึกสอนประเภทบุคคล ได้รับเงินรางวัลร้อยละ 20 ของเงินรางวัลที่นักกีฬาทั้งหมดได้รับ และผู้ฝึกสอนประเภททีมที่มีนักกีฬาไม่เกิน 7คนขึ้นไป ได้รับเงินรางวัลร้อยละ 10 ของเงินรางวัลที่นักกีฬาทั้งหมดได้รับ ขณะที่สมาคมกีฬา ได้รับเงินรางวัลร้อยละ 30 ของเงินรางวัลที่นักกีฬาทั้งหมดได้รับ แต่ไม่เกินวงเงิน 6,000,000 บาท

สำหรับซีเกมส์ครั้งนี้มียอดรวมแบ่งเป็นนักกีฬาจำนวน 155,625,000 บาท,สมาคม จำนวน 46,215,000 บาท และผู้ฝึกสอน จำนวน 24,160,500 บาท ยอดรวมทั้งหมดที่กองทุนฯ ต้องจ่ายจำนวน 226,150,500 บาท 


ทั้งนี้ สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย คว้าเหรียญรางวัลมากที่สุด จำนวน 12 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน 12 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลจำนวนทั้งสิ้น 18,225,000 บาท แต่สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย คว้า 2 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง เป็นสมาคมกีฬาที่คว้าเงินรางวัลมากที่สุด จำนวน 26,137,500 บาท โดยมีสมาคมกีฬาซอฟต์บอลเป็นเพียงสมาคมเดียวที่ไม่ได้รับเงินรางวัลในครั้งนี้ ขณะที่คีริน ตันติเวทย์ นักวิ่งลูกครึ่งไทย-อเมริกา ขอสละสิทธิ์ไม่รับเงินรางวัล เนื่องจากติดเงื่อนไขเป็นนักวิ่งสมัครเล่นของ ม.ฮาร์วาร์ด แต่ขอมอบให้ รร.สวนกุหลาบ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย