fbpx

รัฐพอใจแผนดันโอท็อปขึ้นเครื่องการบินไทยฉลุย

IMG_3087กรุงเทพฯ 20 ส.ค.-โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย แผนดันโอท็อปขึ้นเครื่องฉลุย นักท่องเที่ยวตอบรับดี เพียงเดือนเดียวยอดขายทะลุ 2 แสน ตั้งเป้ารายได้ 10 ล้านต่อปี แนะผู้ประกอบการปรับตัวเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างรายได้ก้าวกระโดด 40%


พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ยอดขายสินค้าโอท็อปบนสายการบินไทยช่วงทดลองวางแคตตาล็อก เพียงเดือนเดียวมีรายได้กว่า 200,000 บาท ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี โดยรัฐบาลตั้งเป้าสร้างรายได้จากการขายสินค้าโอท็อปบนเครื่องบินปีละ 10 ล้านบาท โดยนายกรัฐมนตรีภูมิใจที่สินค้าชุมชนไทยก้าวสู่ระดับสากล โดยแคตตาล็อกสินค้า 128 รายการ ที่วางอยู่ทุกที่นั่งของสายการบินไทย 150 เที่ยวบินต่อวัน ทั้งในและต่างประเทศ ถือเป็นแคตตาล็อกสินค้าชุมชนที่วางบนเครื่องบินครั้งแรกของโลก ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า สิ่งนี้เป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย เป็นการช่วยสานฝันของผู้ประกอบการท้องถิ่นให้มีแรงใจในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ โดยฝากแนะผู้ประกอบการให้รู้จักปรับตัวตามกระแสโลก ผลิตและพัฒนาสินค้าแบบใหม่ๆ ที่ตลาดต้องการแต่ยังหาซื้อไม่ได้ (Unmet Demand) เช่น ขนมปังแครกเกอร์จากข้าวหอมมะลิไทย วอลเปเปอร์จากผ้าไหมไทย ฯลฯ

“เราเริ่มต้นจากสินค้าที่มีความนิยมสูง เช่น เครื่องประดับ ผ้าไทย กระเป๋า เครื่องเบญจรงค์ ฯลฯ จากนั้นจะคัดเลือกสินค้าในเฟส 2 หมุนเวียนจำหน่ายไม่ซ้ำกัน สินค้าแต่ละชนิดมีความสวยงาม ด้วยเอกลักษณ์แบบไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านสมาร์ทโฟน โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม เพียงสแกน QR CODE ในแคตตาล็อก และรับสินค้าได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิหรือจะเลือกรับบริการจัดส่งถึงบ้านก็ได้ทั้งนี้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และภาคเอกชนจะต้องร่วมกันทำงาน และนำเทคโนโลยีนวัตกรรม หรือองค์ความรู้ที่ก้าวหน้ามาใช้ โดยภาครัฐพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ ซึ่งหากพัฒนาสินค้าด้วยความคิดสร้างสรรค์ และตรงกับความต้องการของลูกค้า ก็จะช่วยเพิ่มการเติบโตของรายได้อย่างก้าวกระโดด 30-40%” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว


นอกจากนี้พล.ต.สรรเสริญ ยังขอเน้นย้ำไปยังพี่น้องประชาชนว่า อย่าลืมไปใช้สิทธิจับจ่ายซื้อสินค้าโอท็อป เพื่อนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท โดยซื้อจากร้านค้าทั่วประเทศที่ผ่านการรับรองและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้จนถึง 31 ส.ค.นี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามนโยบายของรัฐบาล.-สำนักข่าวไทยIMG_3089IMG_3090

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ลูกไก่กำพร้าขี้อ้อน เป็นพีอาร์หน้าร้านคอยรับแขก

พาไปดูความแสนรู้ของลูกไก่กำพร้า หลงมาพบลุงเจ้าของร้านขายของชำ กลายเป็นความผูกพัน เจ้าไก่ตัวน้อยรับหน้าที่พีอาร์ คอยต้อนรับลูกค้าเต็มที่

หนูน้อย 9 ขวบ หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่น ยิงน้องดับ

อุทาหรณ์ เก็บปืนไว้ในบ้าน เด็กชายวัย 9 ขวบ ไปเที่ยวบ้านญาติ ขึ้นไปเล่นชั้นบน หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่นโดยไม่รู้ว่าเป็นปืนจริง ยิงใส่เด็กอีกคนเสียชีวิต

เผยน้ำท่วมเกาหลีใต้ทำให้มีคนตายในอพาร์ตเมนต์กึ่งใต้ดิน

โซล 9 ส.ค.-ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมจากฝนตกหนักที่สุดในรอบ 80 ปีที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 8 คน บาดเจ็บ 14 คน และสูญหาย 6 คน โดยผู้เสียชีวิตบางส่วนเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินเหมือนในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ‘พาราไซต์’ (Parasite) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อไทยว่า ‘ชนชั้นปรสิต’ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักเมื่อคืนวันจันทร์ในกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบทำให้เกิดน้ำท่วมท้องถนน สถานีรถไฟใต้ดิน และไฟดับในพื้นที่หลายแห่ง บางพื้นที่ยังมีปริมาณฝนตกสูงสุดในรอบ 80 ปีอีกด้วย ทั้งยังระบุว่า กรุงโซลและพื้นที่โดยรอบจะยังคงมีฝนตกหนักต่อไปอีกหลายวัน สื่อของเกาหลีใต้รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 3 คน เป็นหญิงอายุ 40-49 ปี 2 คน และเด็กหญิงอายุ 13 ปี 1 คน เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินที่อยู่ต่ำกว่าระดับท้องถนน หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘พันจีฮา’ (banjiha) โดยที่อพาร์ตเมนต์เหล่านี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังภาพยนตร์เรื่อง ‘พาราไซต์’ ออกฉายในปี 2562 และประสบความสำเร็จทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนเรื่องราวของครอบครัวยากจนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินในเกาหลีใต้และพยายามดิ้นรนเพื่อให้ครอบครัวมีฐานะดีขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่าไม่สามารถเข้าไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ลักษณะนี้ได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงเท่าระดับถนน […]

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เตือนไทยตอนบนฝนตกต่อเนื่อง-กทม.ฟ้าคะนอง 40%

กรมอุตุฯ เตือนประเทศไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออก ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 40%

กอนช. สั่งทุกหน่วยพร้อมรับมือฝนชุกปลายฤดู

ขณะนี้เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่ฝนตกชุกที่สุดของปี โดยปีนี้เป็นปีที่ฝนมากกว่าค่าปกติเฉลี่ยย้อนหลัง 30 ปี กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ จึงสั่งให้ทุกหน่วยงานพร้อมรับมือ สำหรับลุ่มเจ้าพระยาที่มีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยจะเริ่มนำน้ำหลากเข้าไปฝากในพื้นที่ลุ่มต่ำ 11 ทุ่ง เพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนเมือง ด้านกรมชลประทานย้ำบริหารจัดการน้ำในเขื่อนอย่างเหมาะสมและคำนึงถึงความปลอดภัย

ลูกจ้างเตรียมเฮ รัฐปรับเพิ่มค่าแรง

“สุชาติ” เผย คุยนายกฯ เรื่องปรับค่าแรง ยันไม่กระทบนายจ้าง-นักลงทุน นายกฯ-ครม.ไม่กังวลปม 8 ปี ไม่ก้าวล่วง ให้ศาลตัดสิน