ทีมกฎหมายเพื่อไทยยัน ส.ว.ไม่มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ คนนอก

111-13กรุงเทพฯ 21 ส.ค.- ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย  ชี้ ส.ว.ไม่มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนนอก มีสิทธิแค่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเท่านั้น หากพิจารณาความหมายในคำถามพ่วง ขอทุกฝ่ายอย่าสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งให้บ้านเมือง


นายชูศักดิ์ ศิรินิล  คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) บางส่วน มีความเห็นถึงการพิจารณาคำถามพ่วงประชามติ ที่มีปัญหาเรื่องการให้ส.ว.มีส่วนร่วมในการเลือกนายกรัฐมนตรี ในกรณีที่ไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีตามรายชื่อพรรคการเมืองได้ มีขอบข่ายถึงขั้นเสนอชื่อได้ด้วยหรือไม่ ว่า โดยหลักการแล้ว ส.ส.เป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีตามบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง โดยไม่มีข้อยกเว้น หรือมีคำถามพ่วงใดมาเปลี่ยนแปลงได้  แต่ในส่วนของการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คำถามพ่วงที่ประชาชนเห็นชอบนั้นให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ด้วย โดยถ้าพิจาณาจากคำถามพ่วงที่ได้ถามประชาชนไปนั้นความหมายครอบคลุมแค่ให้ ส.ว.มีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแต่ไม่มีสิทธิเสนอชื่อไม่ว่าจะเป็นรอบที่ 1 หรือรอบที่2 ก็ตาม

“ประเด็นที่ให้ ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในรอบแรกนั้นชัดเจนแล้วว่าต้องเป็น ส.ส. 500 คน และมีส.ว. 250 คนร่วมโหวต โดยไม่มีกฎหมายใดมายกเว้น  แต่ขณะนี้ยังมีความสับสนกันอยู่ ว่าหาก ส.ส.เลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ในขั้นแรก ขั้นต่อไปจะให้ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่นั้น ความเห็นของผมมองว่า ส.ว.ไม่มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนนอกในขั้นตอนใด ๆ เลย  เพราะสิทธิในการเสนอต้องเป็นของพรรคการเมืองและส.ส.ให้ ส.ว.มีสิทธิแค่ร่วมโหวตเท่านั้น”คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าว


เมื่อถามว่าข้อเสนอที่ให้ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ คนนอก มองว่ามีวาระใดแอบแฝงหรือไม่  นายชูศักดิ์ กล่าวว่า หาก สนช.จะให้ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีควรให้ กรธ.เขียนคำถามพ่วงนี้ในคำถามประชามติตั้งแต่ต้น ไม่ควรมาตีความเองแบบนี้  แต่ตนมองว่าเป็นเพียงข้อเสนอของ สนช.บางคนเท่านั้น  เข้าใจได้เมื่อประชามติผ่านแล้ว อาจจะมีบางส่วนที่ได้คืบและจะเอาศอก  ส่วนจะมีวาระใดแอบแฝงหรือไม่ ต้องให้ประชาชนเป็นผู้พิจารณา

ส่วนการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีความมั่นใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตีความไปในทิศทางใด เพราะระยะหลังการตีความกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรใด ก็คาดเดาได้ยาก สิ่งใดที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะทำอะไร ต้องคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชน ที่ไปลงประชามติ และต้องคำนึงถึงหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญด้วย สิ่งสำคัญขณะนี้คืออย่าสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง ให้กับบ้านเมือง .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า