fbpx

แบงก์พันปลิวเกลื่อนถนน 3.4 หมื่น ผญบ.เก็บคืนเจ้าของ

โคราช 11 ต.ค. – ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ขับรถมาบนถนนสายวังน้ำเขียว-เขาใหญ่ เห็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 34 ใบ รวมเป็นเงิน 34,000 บาท กระจายเกลื่อนถนน จึงเก็บส่งคืนเจ้าของ


นางอรุณ แก้วสามัคคี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านสันกำแพง ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ขับรถมาบนถนนสายวังน้ำเขียว-เขาใหญ่ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 21-22 ซึ่งเป็นพื้นที่หมู่บ้านของตนเอง พบเห็นธนบัตรกระจายเกลื่อนถนน จึงเลี้ยวรถลงไปดู พบเป็นธนบัตรสกุลเงินต่างประเทศ ตอนแรกคิดว่าเป็นธนบัตรปลอม แต่ขณะนั้นมีเงินไทยฉบับละ 1,000 บาท ปลิวตามกระแสลมอีกหลายใบ จึงมั่นใจว่าเป็นธนบัตรจริง คาดว่านักท่องเที่ยวอาจทำหล่นไว้ จึงรีบตามเก็บทีละใบ ระหว่างนั้นมีเพื่อนๆ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หมวดบำรุงทางหลวงชนบทวังน้ำเขียว ผ่านมาเจอเหตุการณ์ จึงช่วยเก็บรวบรวมไว้ ก่อนช่วยกันตรวจสอบ พบว่าเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 34 ใบ เป็นเงิน 34,000 บาท และธนบัตรสกุลเงินประเทศต่างๆ อีก 1 ปึก และมีกระเป๋าเงินสีดำ 1 ใบตกอยู่

ภายในกระเป๋ามีนามบัตร 4 ใบ ระบุชื่อศาสตราจารย์ ดร.เอกสิทธิ์ ลิ้มสุวรรณ จึงโทรศัพท์ติดต่อไปยังเบอร์โทรตามนามบัตร แต่โทรศัพท์ปิดเครื่อง กระทั่งช่วงค่ำ ศาสตราจารย์ ดร.เอกสิทธิ์ ลิ้มสุวรรณ ที่ระบุในนามบัตร ได้โทรติดต่อกลับมาแจ้งว่าเป็นเจ้าของกระเป๋าเงินที่ทำหล่นไว้ ขณะพาครอบครัวและเพื่อนๆ มาเที่ยวพักผ่อนที่ อ.วังน้ำเขียว ก่อนแวะรับประทานอาหารที่ร้านริมอ่างเก็บน้ำสันกำแพง และทำกระเป๋าเงินสีดำหล่นหาย มีธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท อยู่ประมาณ 30,000 บาท และมีสกุลเงินประเทศต่างๆ อีก คาดว่าหล่นหายขณะขับรถเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยระหว่างขับรถรู้สึกว่าตนเองคาดเข็มขัดนิรภัยไม่ลงล็อก จึงจอดรถข้างทาง เพื่อดูความเรียบร้อย พร้อมทั้งเปิดประตูฝั่งคนขับลงมาดึงเบาะรถ โดยไม่รู้ตัวว่ากระเป๋าเงินหล่นหาย เมื่อกลับถึงที่พักในช่วงเย็นพบว่ามีโทรศัพท์โทรเข้าหลายสายจึงโทรกลับ พูดคุยสอบถามจึงทราบว่าตนเองทำกระเป๋าเงินหล่นหาย


ขณะที่นางอรุณ แก้วสามัคคี ได้สอบถามข้อมูลชัดเจนตรงกับลักษณะและจำนวนเงินที่มีในกระเป๋า จึงแจ้งให้เจ้าของมารับเงินคืน แต่ศาสตราจารย์ ดร.เอกสิทธิ์ ลิ้มสุวรรณ ตอบกลับมาว่าไม่สามารถมารับคืนได้ช่วงนี้ ขอให้ผู้ใหญ่บ้านเก็บไว้ก่อน แล้วจะแวะมารับทรัพย์สินคืนในภายหลัง.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย

บขส. ตรึงราคาค่าโดยสาร 3 เดือนทุกเส้นทาง

บขส. ไม่หวั่นราคาน้ำมันแพง ประกาศตรึงราคาค่าโดยสาร ทั้ง 46 เส้นทางทั่วไทย ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ยาว 3 เดือน เชิญชวนประชาชนมาใช้บริการ คุณภาพบริการเหมือนเดิม

“ศักดิ์สยาม” กล่อม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสิ้นปี 2565

รมว.คมนาคม บรรลุผลหารือร่วม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถึงสิ้นปี 2565 ช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้ใช้บริการ

นายกฯ ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามขับเคลื่อนแผนงาน

นายกฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจราชการติดตามการขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบายของรัฐบาล จุดแรกติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา