ทำเนียบรัฐบาล 9 มี.ค.-เลขาฯอีอีซี ยันสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ยังไม่ส่งผลกระทบต่ออีอีซี มั่นใจการลงทุนเป็นไปตามเป้าที่ 4 แสนล้านบาท ขณะที่บอร์ดอีอีซี เห็นชอบจัดงาน Thailand International Air Show ในสนามบินอู่ตะเภา จูงใจนักลงทุน
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) แถลงภายหลังการประชุม กพอ. ถึงสถานการณ์รัสเซียและยูเครน ว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนในอีอีซี โครงการต่างๆยังเดินหน้าต่อ ทั้งเรื่อง 5G และรถยนต์ไฟฟ้า EV ยังคงเดินหน้าตามแผน แต่หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นอาจส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลก และอาจจะมีผลกระทบกับไทยบ้างในส่วนของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
นายคณิศ มองว่า สถานการณ์รัสเซียและยูเครน ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ไกลมากสำหรับไทย และโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ก็เป็นโครงการที่เน้นการลงทุนในไทยเป็นหลัก และคาดว่า จากสถานการณ์สงครามจะเห็นผลกระทบชัดเจนในช่วงเวลา 1 เดือนหลังจากนี้
ทั้งนี้ ยอมรับว่า สถานการณ์โควิดอาจมีผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีการประมาณการว่าจะมี 6 ล้านคนว่า จะเป็นไปตามเป้าหรือไม่ แต่ถือเป็นโชคดีของ EEC ที่ได้มีการเซ็นสัญญาไปแล้ว 4 โครงการใหญ่ ก่อนมีโควิดระบาด เพราะหากต้องมาเซ็นสัญญาขณะนี้คงยาก โดยเชื่อมั่นว่า การลงทุนในอีอีซียังเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ที่ 4 แสนล้านบาท
นายคณิศ กล่าวว่าที่ประชุมมีมติให้ สกพอ.ร่วมกับกองทัพเรือ และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. จัดงานแสดงสินค้านานาชาติด้านอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทย (Thailand International Air Show) ในพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมธุรกิจการให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยานและจะส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาค อีกทั้งทำให้เกิดแรงจูงใจกับนักลงทุนและเชื่อมโยงนักธุรกิจในอุตสาหกรรมการบินระดับโลกเข้ามาลงทุนในเขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก เกิดการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจร่วมกัน จุดนี้ถือเป็นกำลังสำคัญ เสริมแกร่งการลงทุนเข้าสู่ในพื้นที่ อีอีซี ตามเป้าหมายเม็ดเงินลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปี
ทั้งนี้ การจัดงานจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2568 และการจัดงานอย่างเต็มรูปแบบในปี 2570 จะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 36,300 คน มีผู้เข้าแสดงงานประมาณ 1,240 ราย ทั้งนี้ การดำเนินงานภายใต้โครงการฯ จะมีการจัดงานที่เกี่ยวข้องเริ่มตั้งแต่ปี 2566 – 2570 จำนวน 28 งานในพื้นที่ อีอีซี ซึ่งเมื่อรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งหมด จะสามารถสร้างรายได้รวมให้แก่ประเทศ มากถึงประมาณ 8,200 ล้านบาท
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบโครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและผู้ค้ารายย่อยในอีอีซี นำเทคโนโลยีมาส่งเสริมสินค้าโอทอป (OTOP) เพิ่มศักยภาพการขยายช่องทางจำหน่ายให้ตรงตามความต้องการของตลาด อีกทั้งช่วยหาแหล่งเงินทุนให้ผู้ค้ารายย่อย ชุมชน พร้อมตั้งกลุ่มเป้าหมายและสินค้าที่นิยมในพื้นที่นำร่องอย่างน้อย 10 ชุมชน โดยคาดว่าโครงการฯ จะเริ่มได้ภายในตุลาคม 2565 นี้ ประโยชน์ที่ได้รับ สามารถเพิ่มยอดขายสินค้าชุมชนไม่ต่ำกว่า 30%
และที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าเรื่อง สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ ซึ่งเป็นการกำหนดสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมพิเศษ รวม 7 เขต ที่เน้นการออกแบบสิทธิประโยชน์ตรงตามความต้องการของนักลงทุน ซึ่งจะเป็นต้นแบบที่ใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นกลุ่มนักลงทุนที่มีศักยภาพ ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์อีอีซี เน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้เกิดการลงทุนที่คล่องตัว เพื่อจูงใจนักลงทุนรายใหญ่เข้าสู่พื้นที่อีอีซี ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเงินลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบความก้าวหน้าโครงการธีมพาร์คและสวนน้ำ โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส ซึ่งบริษัท โซนี่ พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ผู้ผลิตภาพยนตร์ระดับโลก ร่วมกับบริษัท อเมซอน ฟอสส์ จำกัด ประเทศไทยซึ่งโคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส ถือเป็นสวนน้ำแห่งแรกในโลก โดยAquaverse: The amazing chapter of global immersive entertainment in EEC Thailand เป็นเมืองสวนสนุกขนาด 200 ไร่ มีเครื่องเล่นอัจฉริยะระดับโลกเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก มีกำหนดเปิด ระยะที่ 1 ณ เทศบาลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จากเดิมกำหนดไว้วันที่ 8 เมษายน 2565 นี้แต่เนื่องจากมีสถานการณ์โควิด และสถานการณ์รัสเซียและยูเครน อาจเลื่อนไปเปิดตัว 1-2 เดือน
และในระยะต่อไปจะเปิดตัวโครงการ ระยะที่ 2 ด้วยสวนสนุกในพื้นที่ติดกันในชื่อ วันเดอะเวิร์ส(Wonderverse) ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดตัวได้ในปี 2567 ทั้งนี้ โครงการฯ จะทำให้เกิดการสร้างงานและการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 และจะทำให้อีอีซีและประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในฝันสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว จากนักท่องเที่ยวในประเทศและจากทั่วทุกมุมโลก.-สำนักข่าวไทย