รัฐสภา 31 ส.ค.- “พีระพันธุ์” ยกทีมกมธ.ศึกษาปัญหารัฐธรรมนูญส่งรายงาน พร้อมภาคผนวกกว่า 1,000 หน้า คาดอภิปราย 10 ก.ย. เชื่อไม่นานได้ รธน.ใหม่ วอน ทุกฝ่ายช่วยกันประคับประคองให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (31 ส.ค.) คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธานคณะกรรมาธิการฯ นำรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ มอบให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร
นายชวน กล่าวว่า จะส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และบรรจุเข้าระเบียบวาระในการพิจารณาวันที่ 10 กันยายนนี้ ต่อจากเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วที่บรรจุไว้ หากสภาฯ ต้องการพิจารณาก็สามารถเสนอเลื่อนขึ้นมาได้
นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า รายงานมีทั้งหมด 150 หน้า และยังมีชวเลข บันทึกความเห็นของแต่ละฝ่าย รวมทั้ง ภาคผนวก ที่นำรายงานของคณะอนุกรรมาธิการ 2 คณะ คือ ชุดนายไพบูลย์ นิติตะวัน อนุกรรมาธิกสนวิเคราะห์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และชุดของนายวัฒนา เมืองสุข อนุกรรมาธิการประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน อีกกว่า 900 หน้า
“คณะกรรมาธิการชุดนี้ศึกษาในเชิงวิชาการ มองแง่มุม 2 ด้านเพื่อให้มีข้อมูลที่เห็นด้วยกับร่างเดิม และข้อมูลที่ต้องปรับปรุงแก้ไข จึงเห็นว่า ส.ส.ร. น่าจะนำผลการศึกษานี้ไปใช้ เชื่อว่าเกิดประโยชน์ เพราะเป็นข้อมูลที่เป็นกลางทางวิชาการ พร้อมเหตุผลในการแก้ไข” นายพีระพันธุ์ กล่าว
ด้าน นายไพบูลย์ กล่าวว่า ในรายงานได้ศึกษารวมไปถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ซึ่งจากการศึกษาเห็นว่า มีหลายส่วนที่ต้องแก้ไข ในส่วนที่ยังไม่กระทบกับรัฐธรรมนูญก็จะเริ่มเสนอให้มีการแก้ไข และวันนี้จะเริ่มนำข้อมูลที่ศึกษาลงในเวปซต์ของคณะกรรมาธิการฯ และหวังว่า ส.ส.ร.ที่ตั้งขึ้นมา จะนำรายงานนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์
ขณะที่ นายวัฒนา กล่าวว่า มีโอกาสที่จะได้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน และถ้าเป็นไปตามขั้นตอน คาดว่าสิ้นปีหน้า น่าจะได้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากนั้น เชื่อว่าน่าจะมีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่มาจากประชาชนต่อไป จึงต้องการให้ทุกฝ่ายช่วยกันประคับประคองประเทศ เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามครรลอง เชื่อว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
ส่วน นายโภคิน พลกุล กรรมาธิการฯ กล่าวว่า ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงโดย สันติวิธี และไม่ต้องการเห็นอะไรที่เกินเลยออกไป โดยที่ไม่รู้ว่าจะจบที่ไหน เพราะจะทำให้บ้านเมืองมีปัญหา จึงต้องการให้ทุกฝ่ายรอดู ว่า ส.ส.ร.เดินหน้าไปได้ เพราะตามร่างแก้ไขเพิ่มเติมที่ฝ่ายการเมืองเสนอ ก็ใช้เวลาไม่นาน ดังนั้น ข้อเรียกร้องต่างๆ ควรสะสมไปให้ ส.ส.ร. พิจารณาต่อไป และเมื่อยกร่างเสร็จแล้ว ไม่ว่าจะออกมาอย่างไร ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับ และในระหว่างที่ ส.ส.ร.ยกร่างอยู่ สภาที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็มีโอกาสได้ปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก่อนที่จะมีฉบับใหม่ให้เหมาะสม และสมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป ก็หวังว่าทุกฝ่ายจะเข้าใจ และเดินตามโรดแมปอันนี้ไปด้วยกัน .- สำนักข่าวไทย