ครบแล้ว สว.อิสระ ล่าชื่อส่งศาล รธน. สั่ง 138 สว. เอี่ยวคดีฮั้วหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

รัฐสภา 6 ส.ค.-ครบแล้ว สว.อิสระ ล่าชื่อยื่นประธานวุฒิฯ ส่งศาล รธน. สั่ง 138 สว. เอี่ยวคดีฮั้วหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว หรือเฉพาะส่วนให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระ “นันทนา” จี้ใช้มาตรฐานเดียวส่งทันที แฉมีปฏิบัติการคลื่นใต้น้ำโทร ล็อบบี้ให้ถอนชื่อ

นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว. แถลงว่า ขณะนี้กลุ่มสว.อิสระได้ลงชื่อครบตามจำนวน 1 ใน 10 ของสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดแล้ว เพื่อจะนำ เสนอต่อประธานวุฒิสภาเพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ให้ วินิจฉัยให้สมาชิกภาพของ สมาชิกวุฒิสภา 138 คนสิ้นสุดลง ตามมาตรา 111 (7) ประกอบมาตรา 113 โดยขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ สว. 138 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย หรือให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วน ที่เกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการองค์กรอิสระ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงอื่นๆ ไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย เนื่องจากผลการสอบสวน ของกรมคดีพิเศษร่วมกับ กรรมการการเลือกตั้ง ในนามคณะอนุกรรมการสืบสวนไต่สวนกลางชุดที่ 26 ได้สรุปสำนวนพร้อมส่งมอบต่อกกต. แล้ว เมื่อ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา เหลือพี่พูดถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 229 คน เป็น สว.ที่อยู่ในตำแหน่ง 138 คน และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และเครือข่ายอีก 91 คน ในข้อหาขัดต่อพระราชบัญญัติ ประกอบการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 36 มาตรา 62 และมาตรา 77 และมาตรา 113 ที่ห้าม สว. อยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมือง


นางสาวนันทนา กล่าวว่า ขณะนี้ อยู่ในกระบวนการของกกต.ที่จะ พิจารณา ส่งเรื่องต่อ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง แต่ก็เป็นที่ทราบว่า กกต. อาจจะต้องใช้เวลานาน ถึง 8 เดือนในการที่จะส่งฟ้อง หรืออาจตรงกับเดือนมีนาคม 2569 จึงถือเป็นความล่าช้า ในกระบวนการ ซึ่งจะส่งผลเสีย ต่อกระบวนการนิติบัญญัติ และกระบวนการยุติธรรมอย่างใหญ่หลวง เพราะหากจะไม่มีการส่งฟ้องสว.เสียงข้างมาก ก็ยังคงให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีการใช้กลไกจริยธรรมดำเนินการกับผู้เห็นต่าง ที่มีการร้องเรียนสว.เสียงข้างน้อยหลายราย หากปล่อยให้วุฒิสภามีพฤติการณ์เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของฝ่ายนิติบัญญัติและทำลายความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระทั้งปวง จึงนำรายชื่อสว. 1 ใน 10 ส่งให้ประธานวุฒิสภา และหวังว่าจะใช้มาตรฐานเดียวกันกับคำร้องของสว.เสียงข้างมาก และดำเนินการส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญทันที


น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. กล่าวว่า สว.ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทราบ ดังนั้นเมื่อมีข้อกังวลจึงขออ้างพยานหลักฐานขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง เรียกสำนวน การสืบสวนสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ประเด็นกระบวนการที่เกี่ยวกับการดำเนินการ พรรคการเมืองหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดตัวบุคคล ให้ได้รับเลือกเป็นสว. และให้เรียกสำนวน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ได้รับมอบหมาย และรายงานการสืบสวนสอบสวน คณะที่ 26 ของกรรมการการเลือกตั้ง รวมไปถึงเรียกประธานการสอบสวนและไต่สวนหรือรองประธาน หรือกรรมการ ที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ยังต้องเรียกเส้นทางการเงิน ค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง ในกระบวนการที่ถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้ง เมื่อปี 2567 ขณะที่เรื่องนี้ถือเป็นความทุกข์ของ สว. อิสระทั้งหมด เพราะจะมีประชาชนมาซักถาม ว่าเป็น สว. ที่ฮั้วหรือไม่ อีกทั้งยังโดนติฉินนินทา หรือที่เรียกว่าโลกวัชชะ หรือโลกที่ติเตียน ดังนั้น สว.ไม่ต่ำกว่า 30 คน จึงได้รวบรวมรายชื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยืนยันว่ายังคงมีความรักความผูกพันกับเพื่อนสว.เพราะหลายคนเป็นคนดีมีฝีมือ จึงอยากทำให้คดีนี้คลี่คลายและชัดเจนมากขึ้น เร่งดำเนินคดีให้เสร็จเรียบร้อย ไม่มีการดึงหรือถ่วงเวลา จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมและทำให้ แล้วทุกคน จะได้ทำงานอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้มีการหยุดปฏิบัติหน้าที่จริง สว. ที่เหลือจะสามารถทำหน้าที่ต่อไปได้หรือไม่ นางสาวนันทนากล่าวว่า ถ้าเป็นการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยศาลรัฐธรรมนูญการทำหน้าที่ของ สว. ในสภาที่เหลือก็สามารถดำเนินการต่อไปได้เพราะถือว่าเป็นคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว หลังจากที่มีคำวินิจฉัยว่าให้พ้นจากตำแหน่งจริงจึงมีการดำเนินการเลื่อนสำรองขึ้นมา เพื่อให้เป็นองค์ประชุม

น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. กล่าวว่า สว.ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทราบ ดังนั้นเมื่อมีข้อกังวลจึงขออ้างพยานหลักฐานขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง เรียกสำนวน การสืบสวนสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ประเด็นกระบวนการที่เกี่ยวกับการดำเนินการ พรรคการเมืองหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดตัวบุคคล ให้ได้รับเลือกเป็นสว. และให้เรียกสำนวน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ได้รับมอบหมาย และรายงานการสืบสวนสอบสวน คณะที่ 26 ของกรรมการการเลือกตั้ง รวมไปถึงเรียกประธานการสอบสวนและไต่สวนหรือรองประธาน หรือกรรมการ ที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ยังต้องเรียกเส้นทางการเงิน ค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง ในกระบวนการที่ถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้ง เมื่อปี 2567 ขณะที่เรื่องนี้ถือเป็นความทุกข์ของ สว. อิสระทั้งหมด เพราะจะมีประชาชนมาซักถาม ว่าเป็นสว. ที่ฮั้วหรือไม่ อีกทั้งยังโดนติฉินนินทา หรือที่เรียกว่าโลกวัชชะ หรือโลกที่ติเตียน ดังนั้น สว.ไม่ต่ำกว่า 30 คน จึงได้รวบรวมรายชื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยืนยันว่ายังคงมีความรักความผูกพันกับเพื่อนสว.เพราะหลายคนเป็นคนดีมีฝีมือ จึงอยากทำให้คดีนี้คลี่คลายและชัดเจนมากขึ้น เร่งดำเนินคดีให้เสร็จเรียบร้อย ไม่มีการดึงหรือถ่วงเวลา จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมและทำให้ แล้วทุกคน จะได้ทำงานอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้


เมื่อถามว่ามั่นใจในหลักฐานที่มี ว่าจะสามารถ ส่งผลให้ สว. ทั้ง 138 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ ใช่หรือไม่ นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวว่า มีการขัดขวาง มีการโทรมาสอบถามทุกวันว่าอยากได้อะไร แต่สิ่งที่ทำไม่ได้คือให้ความยุติธรรมกับประชาชน ความยุติธรรมของเสียงข้างน้อยและเสียงข้างน้อยมีความจำเป็นอย่างน้อยเราเคารพเสียงข้างมาก แต่เสียงข้างน้อยย่อมได้รับความคุ้มครองและเคารพเช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่าหาก สว.ทั้ง 138 คน พ้นจากตำแหน่งจะทำให้การเลือกสวเป็นโมฆะหรือไม่ นาวาตรีวุฒิพงศ์กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะต่อเมื่อสมาชิก วุฒิสภาเหลือไม่ครบ 100 คน เลื่อนสำรองแล้วและยังไม่ครบ 100 แต่หากเกิน 100 คนอยู่ก็ยังใช้ได้และอยู่ในรัฐธรรมนูญเพราะมีการคำนวณเผื่อไว้แล้ว

น.ส.นันทนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อหาที่แจ้งในคำร้อง คือมาตรา 113 สมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ยอมตนอยู่ภายใต้พรรคการเมือง แต่หลักฐานที่ กกต.และ DSI ร่วมกันถูกตรวจสอบและแจ้งข้อกล่าวหาชี้ชัดไปว่า สว. ที่ได้เข้ามา 138 คนนั้นมีความสัมพันธ์ และเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่าหลักฐานที่ศาลจะเรียกมาจาก DSI และกกต.น่าจะชัดเจนและหนักแน่นพอที่จะดำเนินการเอาผิด กับผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนี้

“แต่ถ้าปล่อยให้ไปถึงมีนาคมปีหน้าบุคลากรในองค์กรอิสระจะถูกคัดเลือกจาก สว. ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา และประชาชนก็จะต้องกังขาในผลการวินิจฉัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อป้องกันหายนะที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไปจึงร้องขอต่อศาล ให้ศาลมีคำสั่งให้สว.เสียงข้างมากหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยชั่วคราว จนกว่าคำวินิจฉัยของศาลจะออกมา” น.ส.นันทนา กล่าว

น.ส.นันทนา ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้มีปฏิบัติการคลื่นใต้น้ำ และมีปฏิบัติการโทรล็อบบี้กันถึงเช้า หากทราบว่ามีใครอยู่ในรายชื่อก็จะโทรรังควานให้ถอนชื่อออก ตอนนี้จึงกังวลใจมาก จึงได้ย้ำว่าอยากให้ ประธานวุฒิสภารับหนังสือและส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญทันทีและเมื่อหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะสามารถเปิดเผยรายชื่อได้ นี่เป็นปฏิบัติการทำลายล้างคนที่เห็นต่าง พร้อมยกตัวอย่าง นาวาตรีวุฒิพงศ์เกือบจะชกหน้ากัน แต่มีสว.คนอื่นมาขวางไว้ ส่วนตนเองก็โดนร้องเรียนเรื่องจริยธรรม ดังนั้นจึงต้องปกป้องรายชื่อที่ร่วมลงนามเพื่อส่งสารรัฐธรรมนูญให้ถึงที่สุด.-319.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ ปชน. เห็นพ้องทุกข้อเสนอ

พรรคประชาชน 29 ส.ค.-“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ “ปชน.” กว่า 1 ชม. เผยเห็นพ้องทุกข้อเสนอ เดินสายต่อขอเสียง “กล้าธรรม” หนุนนั่งนายกฯ ขณะ “ศรายุทธิ์” ยิ้มรับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือกับหัวหน้าพรรคประชาชน และแกนนำพรรคประชาชน กว่า 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โดยมี นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ลงมาส่งที่รถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่า การพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คุยกัน” เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า ขอกลับไปประชุมพรรคก่อน สำหรับเงื่อนไขที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่มีข้อสงสัย คือ การยุบสภาฯ […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]