ดูให้ดี ! คนร้ายปลอมเพจ ‘ตำรวจไซเบอร์’ หลอกซ้ำเติมเหยื่อ | ชัวร์ก่อนแชร์ CyberAlert!🚨

วิธีหลอก : แอบอ้างชื่อของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)
อุบาย : ใช้เพจและบัญชีไลน์ปลอม หลอกให้ส่งข้อมูลสำคัญ
ช่องทาง : Facebook, LINE, โทรศัพท์มือถือ

ตร.ไซเบอร์เตือนภัย มิจฉาชีพปลอมเพจเฟซบุ๊กของหน่วยงาน แอบอ้างเป็นจนท. ช่วยเหลือประชาชน ลวงให้เพิ่มไอดีไลน์ ฉวยข้อมูลไปใช้ ด้าน ‘โฆษก’ แนะเพิ่ม “อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะมีเพจ หรือใช้สัญลักษณ์” พร้อมแนบวิธีการหลีกเลี่ยงการเข้าสู่เว็บฯ และเพจปลอมของหน่วยงาน

กรุงเทพฯ 3 เม.ย. 66 – พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ออกประชาสัมพันธ์เตือนภัย กรณีมิจฉาชีพปลอมเพจเฟซบุ๊กของหน่วยงาน หลอกลวงให้เพิ่มไอดีไลน์และนำข้อมูลสำคัญของเหยื่อไป เพื่อใช้ก่อเหตุสร้างความเสียหาย และแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

สร้างเพจปลอม แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่


บช.สอท. ได้รับรายงานจาก กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) ว่าตรวจสอบพบเพจปลอมชื่อ “สืบสวน สอบสวน การป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดทางเทคโนโลยี” สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2566 ภายในเพจพบว่า มีการใช้ตราสัญลักษณ์ของหน่วยงาน อีกทั้งคัดลอกรูปภาพ ข้อความ การเเจ้งเตือนภัยออนไลน์ต่าง ๆ รวมถึงภารกิจจากเพจจริง นอกจากนี้ทางมิจฉาชีพยังใช้เทคนิคการโฆษณาเพื่อให้เข้าถึงบุคคลเป้าหมายด้วย เป็นเหตุให้ประชาชนที่พบเห็นอาจหลงเชื่อ เข้าใจผิดว่าเป็นเพจจริงได้

วางอุบายให้เพิ่มไอดีไลน์ หวังฉวยข้อมูล

หากมีประชาชนหลงเชื่อและกำลังต้องการความช่วยเหลือ ทางเพจปลอมจะให้ติดต่อเข้าไปทาง Facebook Messenger ซึ่งมิจฉาชีพจะตอบกลับด้วยไอดีไลน์ พร้อมแนบลิงก์เพิ่มเพื่อนทันที โดยบัญชีไลน์ดังกล่าว มีชื่อว่า “ศูนย์ช่วยเหลือ” ส่วนโพรไฟล์และภาพปกจะแสดงเบอร์โทร 1567

มิจฉาชีพฝ่ายไลน์จะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หลอกลวงว่าสามารถช่วยเหลือและติดตามคดีที่ประชาชนตกเป็นเหยื่อได้ จึงจำเป็นจะต้องขอข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน และหลักฐานทางคดีไปประกอบการสืบสวน จากนั้นมิจฉาชีพจะนำข้อมูลข้างต้นไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบทันที เช่น การแฮ็กบัญชีเพื่อหลอกยืมเงินผู้อื่น การรูดซื้อสินค้า การโอนเงินจากบัญชีธนาคาร การขายให้แก๊งมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ หรือการแอบอ้างเพื่อทำสิ่งผิดกฎหมาย

โฆษก บช.สอท. แนะ “อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะมีเพจ หรือใช้สัญลักษณ์”
ด้านโฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีดังกล่าวว่า การใช้งานหรือเข้าถึงบริการบนสื่อสังคมออนไลน์ควรตรวจสอบให้ดี ระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงไม่ควรหลงเชื่อเพียงเพราะมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ใช้สัญลักษณ์ของหน่วยงาน ซึ่งหมายรวมถึงการยิงโฆษณา มีชื่อเพจ หรือเว็บไซต์ที่คาดว่าอาจเป็นของจริง โดยวิธีการหลีกเลี่ยงการเข้าสู่เว็บไซต์ปลอม และเพจเฟซบุ๊กปลอมของหน่วยงาน มีดังนี้


  1. เพจเฟซบุ๊กที่ถูกต้องของตำรวจไซเบอร์ คือ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บช.สอท. – CCIB หรือ @CybercopTH และเว็บไซต์ตำรวจไซเบอร์ https://www.ccib.go.th เท่านั้น โดยหากท่านต้องการที่จะเข้าสู่เพจ หรือเว็บไซต์ ขอให้พิมพ์ชื่อด้วยตนเอง ป้องกันการเข้าสู่เพจ หรือเว็บไซต์ปลอม
  2. เพจจริงจะต้องมีเครื่องหมายยืนยันตัวตน หากไม่มีเครื่องหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเพจปลอม
  3. เพจจริงจะมีส่วนร่วมในการโพสต์เนื้อหา รูปภาพ หรือกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีจำนวนผู้ติดตามที่ไม่น้อยจนเกินไป
  4. เพจปลอม หรือเลียนแบบ มักจะเพิ่งสร้างขึ้นได้ไม่นาน
  5. หมายเลขสายด่วนตำรวจไซเบอร์ คือ 1441 และหมายเลข 081-866-3000 และไม่มีช่องทางไลน์ในการติดต่อ มีเพียงแชตบอต @police1441 ที่เอาไว้ปรึกษาคดีอาชญกรรมทางเทคโนโลยี คอยให้บริการตอบคำถามประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง
  6. การพิมพ์ชื่อหน่วยงานเพื่อค้นหาเว็บไซต์ของหน่วยงานใด ๆ ไม่ได้มีความปลอดภัยเสมอไป ควรเพิ่มความระมัดระวังในการสังเกตชื่อเว็บไซต์ หรือสังเกต URL อย่างละเอียด และไม่หลงเชื่อเว็บไซต์ที่มีการยิงโฆษณาของมิจฉาชีพ
  7. ไม่กรอก หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางคดี ผ่านสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก โดยเด็ดขาด
  8. หากพบ หรือไม่แน่ใจว่าเป็นเพจ หรือเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้น ๆ จริงหรือไม่ ให้ติดต่อไปยังหน่วยงานนั้น ๆ โดยตรง เพื่อแจ้งให้ทำการตรวจสอบทันที

ทีมข่าวไซเบอร์ ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์
ผู้สื่อข่าว : สุวัชรียา จันทร์บัว
พิสูจน์อักษร : เบญจมา ส้มเช้า

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

เจาะโซน C และ D สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์-บันไดหนีไฟ

กู้ภัย เผยเจาะโซน C และ D ได้สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์และบันไดหนีไฟ เชื่อมีผู้สูญหายติดอยู่โซนนี้จำนวนมาก หลังพบเสียงขอความช่วยเหลือจากโซน B ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ลุ้นช่วยผู้รอดชีวิต หลังพบสัญญาณชีพ

ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ขณะนี้ในพื้นที่เสียงเครื่องจักรหนักหยุดลง เป็นสัญญาณว่าทีมกู้ภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ค้นหาและสุนัข K9 กำลังเข้าไปเดินสำรวจหลายจุด ซึ่งปฏิบัติการตลอดทั้งวันนี้เน้นจุดโซน B หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมา (2 เม.ย.) มีสัญญาณตอบกลับจากผู้ที่คาดว่าจะรอดชีวิต

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ ชง “ครม.” ผุดมาตรการตรวจสอบ “บ.รับจ้าง” ขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา หวังป้องกันเหตุซ้ำรอยตึก สตง. ถล่ม

“วันนอร์” ของขึ้น! ขอ ตร.สภาเข้าชาร์จ หลังเถียงกันวุ่นปมญัตติใครขึ้นก่อน

สภาเดือด “วันนอร์” ของขึ้น! ลุกยืน ขอ ตร.สภาเข้าชาร์จ หลังเถียงกันวุ่น เอาญัตติใครขึ้นก่อน เหตุ “อนุสรณ์” เสนอญัตติเลื่อนระเบียบวาระเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ไปพิจารณาครั้งถัดไป ซ้อน “เท้ง” เรื่องแผ่นดินไหว “ไอติม” ก็เดือด ทุบโต๊ะ แซะรัฐบาล ไม่กี่ชั่วโมงก็รอไม่ได้ จะเอา “กาสิโน” เข้าทันทีเลย ด้าน “ชัยชนะ” นั่งไม่ติดขอใช้สิทธิพาดพิง ยันพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน ทำ “ปกรณ์วุฒิ” โต้กลับ เบรกอย่าประท้วงมั่วซั่ว ขณะ “โรม” ลุกโวยปิดไมค์แต่ฝ่ายค้าน สุดท้ายแพ้ ญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระถูกพิจารณาก่อน