รวบอดีตนักแบดเยาวชน ลวงสาวก่อนฉกทรัพย์สิน

กรุงเทพฯ 3 ก.พ. – สืบนครบาล ร่วมPCT5 จับกุม “กอล์ฟ ฟลินท์สโตนส์” อดีตนักแบดมินตันเยาวชนลวงสาวผ่านแอปหาคู่ ก่อนฉกไอแพด- จยย. ไปขายหาเงินเล่นพนัน


ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดย ชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมด้วยชุด PCT5 ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้ช่วยทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายศุภกิตติ์ หรือ กอล์ฟ ฟลินท์สโตนส์ อดีตนักแบดมินตันเยาวชนระดับท็อป 3 ของประเทศ ซึ่งมีพฤติการณ์ลวงผู้หญิงให้รักผ่านแอปหาคู่ ก่อนเดินทางไปคบหาอยู่กินฉันแฟน และถือโอกาสทีเผลอนำทรัพย์สินของหญิงสาวที่ถูกหลอกคบหาไปขาย อีกทั้งยังมีพฤติการณ์เห็นรถจักรยานยนต์ซึ่งมีผู้เสียหายจอดเสียบกุญแจคาไว้กับรถ แอบฉกขับหนีไปขายต่อ โดยมีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ เป็นที่เรียบร้อย โดย ณ ปัจจุบันศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ได้พิจารณาออกหมายจับแล้ว จำนวน 1 หมายจับ และผู้ต้องหาอยู่ระหว่างหลบหนี

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เมื่อเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากการรายงานของผู้ใต้บังคับบัญชา จึงเร่งรัดให้ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ร่วมกับชุด PCT5 รีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว


เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ตำรวจสืบสวนติดตามจับกุม นายศุภกิตติ์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 37/2567 ลงวันที่ 30 มกราคม พ.ศ.2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเคหสถาน” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 , 335 (8) โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ภายในร้านอินเตอร์เน็ต ซอยประชาสงเคราะห์ 45 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ ในชั้นจับกุม นายศุภกิตติ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าหลังจากที่ตนเรียนจบจากโรงเรียนมัธยมชื่อดังย่างหัวลำโพง ในโควตานักกีฬาแบดมินตัน ช่วงนั้นตนมุ่งมั่นเล่นกีฬาจนมีชื่อชั้นติดในระดับท็อป 3 ของประเทศ จนได้โควตาทุนของมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านดินแดงเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ก่อนจะเรียนไม่ไหวจึงเลิกเรียนหันมารับสอนแบดมินตันแทน จนมีเงินก้อนนำมาลงทุนขายอุปกรณ์กีฬาแต่เจ๊งไม่ประสบความสำเร็จ

เกี่ยวกับคดีที่ถูกจับกุม รับสารภาพว่า เมื่อช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน 2566 ตนได้รู้จักกับผู้เสียหายผ่านแอปหาคู่ชื่อดัง ได้คุยกันในแอปประมาณ 3 วัน และได้ขอคอนแทกต์เพิ่มเป็นเพื่อนกันทางเฟซบุ๊ก แล้วก็ได้ทักแชทและโทรคุยกันทางเฟซบุ๊กแทน ประมาณ 1 เดือน ต่อมาเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ตนได้เดินทางไปหาผู้เสียหายในเมืองบุรีรัมย์ และได้ไปอยู่ต่อมาประมาณวันที่ 23 ธันวาคม 2566 ตนได้นำไอแพดแอร์ 4 ของผู้เสียหายไปขายที่ร้ายขายโทรศัพท์มือถือไม่ทราบชื่อ ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างในตัวเมืองบุรีรัมย์ ได้เงินมาจำนวน 8,000 บาท ต่อมาเมื่อประมาณวันที่ 7 มกราคม 2567 ตนได้นำรถจักรยานยนต์ พร้อมกุญแจรถคันดังกล่าวของผู้เสียหายไปฝากขายที่ร้านรับซื้อ ไม่ทราบชื่อซึ่งร้านตั้งอยู่ใกล้กับ บขส.จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เงินมาจำนวน 10,000 บาท จากนั้นเมื่อตนทราบว่าผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดี จึงได้หลบหนีเข้ามาที่กรุงเทพมหานคร อาศัยร้านอินเตอร์เน็ตเป็นที่นอน เงินที่ได้นำไปเล่นพนันออนไลน์จนหมดตัว จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้คาร้านอินเตอร์เน็ตในที่สุด

สำหรับคดีที่ถูกกล่าวหาว่าลักรถจักรยานยนต์ที่เสียบกุญแจคาไว้นั้น อ้างว่าไม่มีเจตนาลักเอาไป เพียงแต่แอบขับไปใช้และนำมาจอดคืนที่จุดเดิม โดยไม่ทราบว่ามีบุคคลใดมาลักต่อไปอีกหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อคำให้การแต่อย่างใด จากการตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์ blacklistseller พบข้อมูลว่ามีผู้เสียหายแจ้งเตือนข้อมูลผู้ขายที่ควรระวังไว้จำนวน 2 รายการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว นายศุภกิตติ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย


ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. -414-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย