ครม. หนุนใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV ครอบคลุมเก๋ง-กระบะ-จยย.

กรุงเทพฯ 16 ก.พ. – ครม. ออกมาตรการหนุนใช้รถยนต์-รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิต EV ย้ำความเป็น Detroit of Asia ช่วง 2 ปีแรก ยกเว้นภาษีนำเข้าทั้งคัน หวังอีก 8 ปีข้างหน้าการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วน 30% ของการผลิตรถยนต์ของไทย


นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี เพี่อส่งเสริมให้เกิดการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ รองรับเป้าหมายการผลิตและการใช้ยานยนต์ไร้มลพิษ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ของยานยนต์ทุกประเภท ผ่านมาตรการ ทั้งด้านภาษี และไม่ใช่ภาษี แบ่งเป็นมาตรการระยะสั้น ระหว่างปี 65-68 ในช่วง 2 ปีแรก (ปี 65–66) ด้วยการสร้างแรงจูงใจการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศโดยเร็ว จึงให้ครอบคลุมทั้งการนำเข้ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) และการผลิตรถยนต์ รถกระบะ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผลิตในประเทศ (CKD) ได้รับการยกเว้นหรือลดอากรนำเข้า ลดอัตราภาษีสรรพสามิต การให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อเพิ่มแรงซื้อรถยนต์ไฟฟ้า และดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย

ส่วนช่วง 2 ปีถัดไป (ปี 67-68) มาตรการสนับสนุนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าผลิตในประเทศเป็นหลัก กลับมาเก็บอากรนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) แต่ยังคงมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิต และให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไข หวังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเร่งผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ รองรับแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ลดการนำเข้าชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการผลิตรถยนต์/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ


นอกจากนี้ ยังยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับชิ้นส่วนยานยนต์ในช่วงปี 65–68 โดยให้นับมูลค่าของเซลล์แบตเตอรี่มาเป็นต้นทุนการผลิตเกิดขึ้นในประเทศ เพื่อคำนวณมูลค่าเพิ่มในประเทศไม่เกินร้อยละ 15 ของราคายานยนต์ไฟฟ้าหน้าโรงงาน การผลิตรถยนต์/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าในช่วงแรก

มาตรการดังกล่าวจะส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า 3 กลุ่ม คือ
1.รถยนต์ ราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท (ผลิตและประกอบในประเทศ)

  • ลดอากรขาเข้า สูงสุด 40% (ปี 2565-2566 )
  • ลดภาษีสรรพสามิต 8% เป็น 2% (ปี 2565-2566 )
  • เงินอุดหนุน 1.5 แสนบาท สำหรับแบตเตอรี่เกิน 30 kWh และเงินอุดหนุน 7 หมื่นบาท สำหรับแบตเตอรี่ต่ำกว่า 30kWh
    ราคาขายปลีกราคา 2-7 ล้านบาท
  • ลดอากรขาเข้า สูงสุด 20% (ปี 2565-2566 )
  • ลดภาษีสรรพสามิต 8% เป็น 2% (ปี 2565-2566 )

2.รถกระบะ ราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท


  • ลดภาษีสรรพสามิตเป็น 0% (ปี 2565-2566 )
  • เงินอุดหนุน 1.5 แสนบาท แบตเตอรี่ 30 kWh เฉพาะผลิตในประเทศ

3.รถจักรยานยนต์ ราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 1.5 แสนบาท

  • เงินอุดหนุน 18,000 บาท ทั้งนำเข้าทั้งคัน (CBU) และที่ผลิตในประเทศ (CKD)

อย่างไรก็ตาม รถกระบะ ต้องผลิตในประเทศเท่านั้น จึงได้สิทธินี้ รถยนต์และรถจักรยานยนต์นำเข้าได้ แต่ปี 2567 หรือปีที่ 3 ต้องผลิตชดเชยให้เท่ากับจำนวนที่นำเข้า ช่วงปี 65-66 หากจำเป็นต้องขยายเวลา การผลิตชดเชยถึงปี 68 จะต้องผลิตในอัตราส่วน 1.5 เท่า (นำเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน) และการผลิตหรือใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตหรือประกอบในประเทศตามเงื่อนไขที่กำหนด/ ผู้ใช้สิทธิ์จะผลิต BEV (ใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่) รุ่นใดก็ได้เพื่อชดเชย ยกเว้นรถที่มีราคาขายปลีกราคา 2-7 ล้านบาท ต้องผลิตรุ่นเดียวกับที่นำเข้ามา เป็นต้น.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ตึกถล่ม

ปูพรมค้นหาทุกจุด ตึก สตง.ถล่ม

ปฏิบัติการปูพรมทุกจุด ค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม ได้กลิ่นค่อนข้างแรง พบลักษณะคล้ายน้ำเหลืองและคราบเลือดในโซน B แต่ก็ยังไม่สามารถทลายปูนและตัดเหล็กเข้าไปได้

ไทยตอนบนอากาศร้อนและร้อนจัดบางพื้น มีฝนฟ้าคะนอง

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน และร้อนจัดบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคกลาง ฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง

“อนุทิน” เผยยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง.ถล่ม ต้องรอตรวจสอบเชิงลึก

“อนุทิน” ระบุยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง. ถล่ม บอกต้องรอตรวจสอบเชิงลึก ชี้สภาพหน้างานตอนนี้ยังเก็บหลักฐานไม่ได้ อยู่ระหว่างกู้ภัย คาดใช้เวลาอีกเป็นเดือน

คุมตัวผัวเมียชิงทอง 8 บาท ย่านบางพลี ทำแผนฯ

ตำรวจคุมตัวสามีภรรยา ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันก่อเหตุชิงทอง 8 บาท ร้านทองย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ อ้างต้องการเงินไปเป็นเจ้าภาพงานบุญผ้าป่า หลังสัญญากับทางวัดไว้