fbpx

แม่วอนช่วยลูกชายหนัก 300 กก. เดินไม่ได้

ระยอง 13 ก.ค. – แม่วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลูกชายวัย 23 ปี ป่วยโรคอ้วน น้ำหนักกว่า 300 กิโลกรัม เดินไม่ได้ แม่เผยอาการหนักหลังหายป่วยโควิด


ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งในซอยสุเหร่าเก่า ถนนเทอดไทยมุสลิม ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง หลังได้รับแจ้งว่ามีชายวัย 23 ปี ป่วยเป็นโรคอ้วน น้ำหนักตัวกว่า 300 กิโลกรัม เดินไม่ได้ มีแม่ดูแลตามลำพัง จนเป็นที่เวทนาของชาวบ้าน

พบนางวรรณา อายุ 59 ปี และนายยุทธศาสตร์ อายุ 23 ปี ที่มีรูปร่างอ้วน นอนคว่ำอยู่กับพื้นบ้าน สภาพสุดเวทนา มีแผลจากการกดทับหลายจุด โดยเฉพาะต้นคอด้านหลังเน่าและมีน้ำหนอง เพราะไม่สามารถพลิกตัวด้วยตนเอง จะพลิกตัวแต่ละครั้งต้องมีคนช่วยดันตัว


นางวรรณา เล่าด้วยเสียงสั่นเครือว่า รู้สึกสงสารลูกชายมากที่ต้องมาเจอกับชะตากรรมแบบนี้ โดยเริ่มอาการหนักเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา จนเดินไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ลูกชายมีน้ำหนักตัวประมาณ 150 กิโลกรัม ยังสามารถขี่รถจักรยานยนต์ไปเรียนหนังสือได้ด้วยตนเอง ขณะนี้กำลังเรียนอยู่ระดับชั้น ปวส. เคยตรวจร่างกายก็ไม่มีความผิดปกติอะไร แต่หลังจากติดเชื้อโควิด-19 เมื่อต้นปี ปรากฏว่าลูกชายเริ่มมีอาการขาสั่น เดินแล้วเหนื่อยง่าย ปวดตามขาและตามร่างกาย อาการเริ่มหนักขึ้น น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่เดือน เพิ่มจาก 150 เป็น 300 กิโลกรัม หลังจากนั้นไม่สามารถเดินได้ ต้องนอนคว่ำตลอดเวลา ใช้ชีวิตกินนอน ต้องคอยดูแลตั้งแต่ทำความสะอาดเรื่องขับถ่าย เช็ดตัว หาอาหารให้กิน แต่ละมื้อจะกินได้ไม่มาก และไม่อยากให้กินมาก เพราะกลัวน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นอีก ทุกวันนี้ดูแลลูกชายตามอัตภาพ เพราะแก่แล้ว และตนยังเป็นโรคเบาหวาน เรี่ยวแรงไม่มี แถมรายได้ไม่มี มีแต่เงินจากลูกๆ ที่ส่งให้มาใช้จ่ายดูแลน้อง เคยแจ้งหน่วยงานในพื้นที่ไปแล้ว แต่ได้คำตอบว่าให้พาไปรักษาที่โรงพยาบาลเอง ทำให้ตนหมดปัญญา เพราะไม่สามารถพาออกจากบ้านได้ ทุกวันนี้จึงทำได้เพียงให้กินแก้ปวดบรรเทาเวลาปวดเท่านั้น จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพาลูกชายไปรักษา.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พบศพโบลท์หญิงวัย 47 ในป่าหญ้าริมทาง คาดถูกฆ่าชิงรถ

โบลท์หญิงวัย 47 ปี หายตัวจากบ้านพักย่านดินแดง 9 วัน ล่าสุดพบเป็นศพในป่าหญ้าริมถนนสายนครชัยศรี-ห้วยพลู อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ส่วนรถยนต์โผล่ที่ จ.ภูเก็ต คาดถูกคนร้ายฆ่าชิงรถ

pagers on display

ทำไมยังมีการใช้ “เพจเจอร์” ในยุคสมาร์ทโฟน

ลอนดอน 19 ก.ย.- เพจเจอร์ หรือวิทยุติดตามตัวเป็นอุปกรณ์การสื่อสารยอดนิยมในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 ที่ต้องหลีกทางให้แก่โทรศัพท์เคลื่อนที่ เนื่องจากเป็นการสื่อสารทางเดียว แต่ยังคงมีการใช้งานในบางกลุ่ม รวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่เพจเจอร์ระเบิดพร้อมกันหลายพันเครื่องทั่วเลบานอนเมื่อวันที่ 17 กันยายน แหล่งข่าวเผยว่า ฮิซบอลเลาะห์ใช้เพจเจอร์ เนื่องจากเป็นช่องทางสื่อสารเทคโนโลยีต่ำ ส่งข้อความผ่านสัญญาณวิทยุ จึงตรวจจับสัญญาณและตำแหน่งได้ยากกว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ส่งสัญญาณไปยังเสาส่งที่อยู่ใกล้ที่สุด อีกทั้งไม่มีเทคโนโลยีระบุพิกัดบนพื้นโลกอย่างจีพีเอสด้วย อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอ (FBI) ของสหรัฐเผยว่า ในอดีตแก๊งอาชญากรรมโดยเฉพาะแก๊งค้ายาเสพติดในสหรัฐเคยนิยมใช้เพจเจอร์ แต่ขณะนี้หันมาใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินราคาถูกที่สามารถเปลี่ยนเครื่องและหมายเลขได้อย่างง่ายดาย ทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามแกะรอยได้ยาก อย่างไรก็ดี  ศัลยแพทย์โรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักรเผยว่า เพจเจอร์เป็นอุปกรณ์ที่แพทย์และพยาบาลสังกัดสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติหรือเอ็นเอชเอส (NHS) ต้องพกติดตัวอยู่เสมอ เพื่อรับแจ้งข่าวในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นช่องทางที่ถูกที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการแจ้งข่าวทางเดียวกับคนจำนวนมาก เพจเจอร์หลายรุ่นสามารถส่งเสียงไซเรนและมีข้อความเสียงแจ้งให้ทีมแพทย์ไปรวมตัวที่ห้องฉุกเฉินได้ทันที ข้อมูลล่าสุดในปี 2562 ระบุว่า เอ็นเอชเอสใช้เพจเจอร์ประมาณ 130,000 เครื่อง คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 10 ของที่ใช้ทั่วโลก คอกนิทีฟมาร์เก็ตรีเสิร์ช  (Cognitive Market Research) ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยคาดการณ์ว่า ตลาดเพจเจอร์จะเติบโตร้อยละ 5.9 ต่อปี จากปี 2566 ถึงปี 2573 […]

ข่าวแนะนำ

นายกฯ ขอบคุณทุกหน่วยงานระดมช่วยผู้ประสบภัย

“นายกฯ แพทองธาร” ขอบคุณทุกหน่วยงานระดมช่วยผู้ประสบอุทกภัย หวัง ศปช.รับมือ-ช่วยเหลือรวดเร็วทันท่วงที รวมถึงการเยียวยาหลังจากนี้

ฟื้นฟูชายแดนแม่สาย-เร่งกู้ตลาดสายลมจอย

เจ้าหน้าที่เร่งฟื้นฟูชุมชนชายแดนแม่สายที่ถูกน้ำท่วมและจมโคลนมานาน 10 วัน รวมทั้งเร่งกู้ตลาดสายลมจอยแหล่งจำหน่ายสินค้าชายแดนที่เสียหายอย่างหนัก

ฆ่ารัดคอขับโบลท์

รวบ “ไอ้แม็ก” ฆ่ารัดคอหญิงขับโบลท์ พบเคยถูกจับคดีโหด

จับแล้ว “ไอ้แม็ก” เดนคุก ฆ่ารัดคอหญิงขับโบลท์ ทิ้งร่างอำพราง ริมถนนห้วยพลู จ.นครปฐม ก่อนเอารถไปขาย สอบประวัติ พบเพิ่งพ้นโทษ คดีล่ามโซ่ล่วงละเมิดเด็กวัย 13 ปี นาน 1 สัปดาห์ เมื่อปี 2553