ค้านสภาล่มตัดเงินเดือนส.ส.

กรุงเทพฯ 7 ก.พ.-“เทพไท” ไม่เห็นด้วยข้อเสนอสภาฯ ล่มตัดเงินเดือนส.ส. ชี้ไม่ใช่พนักงานบริษัท แนะทางแก้ วิปรัฐบาลต้องเข้มแข็ง


นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ Facebook ส่วนตัว ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่การประชุมสภาฯ ล่มซ้ำซาก ทำให้มีหลายคนออกมาเสนอแนวทางแก้ไขที่แตกต่างกัน เช่น เสนอให้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญให้ส.ส.สิ้นสุดสมาชิกภาพเมื่อไม่แสดงตนเพื่อลงมติในที่ประชุม เกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ หรือกำหนดไว้ในข้อบังคับให้สมาชิกที่ไม่แสดงตน เพื่อลงมติในที่ประชุมสภาเกินกว่าหนึ่งในสามของจำนวนครั้งที่แสดงตน เพื่อลงมติทั้งหมดในรอบระยะเวลาเก้าสิบวัน สิ้นสุดสมาชิกภาพตามรัฐธรรมนูญ หรือกำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่น หากสมาชิกผู้ใดไม่มาประชุมเกินกึ่งหนึ่ง ของกําหนดนัดประชุมในแต่ละเดือน ไม่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มเป็นรายเดือนในเดือนนั้นๆ หรือแนวทางการจ่ายเงินเดือน ส.ส. ตามวันประชุม ขาดประชุมเกินที่กำหนดให้สิ้นสภาพ ส.ส.ไป ฯลฯ

“ผมไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว ในการใช้รัฐธรรมนูญ หรือข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมากำหนด หรือควบคุมการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะส.ส.ทุกคนคือผู้แทนปวงชนชาวไทย เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนโดยตรง มีเอกสิทธิ์ในการทำหน้าที่ทุกประการ ส.ส.ไม่ใช่เด็กนักเรียน ไม่ใช่พนักงานบริษัท ไม่ใช่ข้าราชการประจำ ที่จะต้องเช็คชื่อ ลงชื่อ หรือตอกบัตร เข้า-ออกในการทำงาน หรือมีค่าล่วงเวลา ในการทำหน้าที่ การเสนอแนวทางป้องกันการสภาล่ม เรื่องการตัดเงินเดือน เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ซึ่งไม่เคยเกิดในลักษณะแบบนี้มาก่อน เพิ่งเกิดในสมัยรัฐบาลชุดนี้ และสภาชุดนี้เท่านั้น อย่าสร้างกระแสให้ภาพลักษณ์ของสภาเสียหายไปมากกว่านี้อีกเลย” นายเทพไท กล่าว


นายเทพไท กล่าวว่า การจะแสดงตนในที่ประชุมหรือไม่ เป็นดุลพินิจและจิตสำนึกส่วนบุคคล ที่ต้องเคารพและให้เกียรติซึ่งกัน ส.ส.ส่วนใหญ่ไม่มีใครขาดประชุม แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างการมาประชุมกับการแสดงตน เป็นคนละเรื่องกัน บางคนมาประชุม ได้อภิปรายแสดงความเห็น และพร้อมจะใช้สิทธิ์ลงคะแนน ถ้าสภามีองค์ประชุมครบ จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล ที่ต้องทำให้องค์ประชุมครบเสียก่อน ซึ่งวิปรัฐบาลที่มีหน้าที่โดยตรง จะต้องมีระบบการควบคุมเสียง(วิป) เพื่อควบคุม ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกคน ให้เข้าร่วมประชุมสภาอย่างพร้อมเพียงกัน

“ผมอยากให้สังคมมีสติ อย่าหลงงมงายจนเสียหลักการ ปกป้องรัฐบาลชุดนี้ จนไม่ลืมหูลืมตาเพราะย้อนไปในอดีต ไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนที่เป็นมีเสียงข้างมากแล้ว ไม่สามารถที่จะรักษาองค์ประชุมได้ ทำให้สภาล่มซ้ำซากแบบนี้ แม้ว่าในการประชุมสภาจะไม่มีส.ส.ฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุมเลยแม้แต่คนเดียว แต่ถ้าส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมากันครบทุกคน สภาฯ ก็ไม่มีโอกาสล่มเลย ขอยืนยันหน้าที่การรักษาองค์ประชุม เป็นหน้าที่ของฝ่ายเสียงข้างมากโดยตรง อย่าไปตีโพยตีพาย กล่าวโทษคนอื่น ให้หันกลับมาสำรวจส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เสียก่อนว่าได้ทำหน้าที่ของตัวเองได้สมบูรณ์หรือยัง อย่าให้เหมือนกับคำพังเพยที่กล่าวว่า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง” นายเทพไท กล่าว.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สำนักสงฆ์หูตาทิพย์

ขุดพบ 12 ศพ ในสำนักสงฆ์ลัทธิประหลาด “สอนหู-ตาทิพย์”

ขุดพบ 12 ศพ ในสำนักสงฆ์ลัทธิประหลาด “สอนหู-ตาทิพย์” พระอ้างใช้สอนวิปัสสนากรรมฐาน เบื้องต้นอายัดไว้พิสูจน์ดีเอ็นเอ พร้อมเอาผิดหัวหน้าสำนักสงฆ์ ฐานนำศพเก็บไว้ในสถานที่ที่ไม่ใช่สุสานและฌาปนสถาน

“สนธิ” ยื่นถอด “ตั้ม-เดชา” ออกจากทนาย

“สนธิ ลิ้มทองกุล” หอบหลักฐานบุกสภาทนายความ ถอดทนายตั้ม-ทนายเดชา ออกจากทนาย ระบุ ได้รับมอบอำนาจจาก “มาดามอ้อย” แล้ว เดินหน้าเอาผิด ทนายตั้มแบบสุดซอย ไม่ให้มีคนตกเป็นเหยื่อผู้รู้กฎหมายอีก

รัสเซียยิงขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ถล่มยูเครน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย แถลงยืนยันว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ถล่มภาคตะวันออกยูเครนเมื่อวานนี้ ตอบโต้ที่ยูเครนใช้ขีปนาวุธที่ได้รับมอบจากสหรัฐและอังกฤษ

ข่าวแนะนำ

โค้งสุดท้าย ศึกสองนารีชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นครฯ

เหลือไม่ถึง 2 วันแล้ว ที่ชาวนครศรีธรรมราชจะได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.นครฯ ศึกนี้เป็นการสู้กันเองของพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายหนึ่งต้องการรักษาฐานที่มั่นไว้ให้ได้ อีกฝ่ายต้องการเจาะฐานให้แตก เพื่อหวังครองที่นั่งการเมืองระดับชาติในสมัยหน้า

ร้อนระอุโค้งสุดท้าย ศึกชิงเก้าอี้ นายก อบจ.อุดรธานี

การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ครั้งนี้ดุเดือดเกินคาด ผู้สมัครจาก 2 พรรคใหญ่ลงชิงชัย ต่างเร่งเครื่องเต็มที่ในโค้งสุดท้าย การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย.นี้ ใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะและสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้จังหวัดอุดรธานี ไปติดตามจากรายงาน

ความเห็นนักวิชาการ คดีทักษิณ

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทย ร่วมกันกระทำการอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ขณะที่นักวิชาการชี้ว่าไม่ได้พลิกไปจากความคาดหมาย และผลจากคดีนี้ ไม่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนทางการเมือง แต่ก็ยังมีจุดเสี่ยงที่ต้องระวัง